โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดีอี ยันข่าวจริง “กัมพูชา” ใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ฝ่าฝืนกฎหมายมนุษยธรรมร้ายแรง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 ธ.ค. 2568 เวลา 13.25 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2568 เวลา 06.25 น.

ดีอี ยันข่าวจริง "กัมพูชา" ใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ฝ่าฝืนกฎหมายมนุษยธรรมร้ายแรง ย้ำขอประชาชนเลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลจากหน่วยงานทางการเท่านั้น

วันที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 11.10 น. นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน

ทั้งนี้ ในวันที่ 22 ธันวาคม 2568 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 166,005 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 3,863 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุดคือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 3,863 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 23 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 13 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 2 เรื่อง ข่าวปลอม 2 เรื่อง และข่าวบิดเบือน 3 เรื่อง ได้แก่

  • อันดับที่ 1 ข่าวจริง : เรื่อง กัมพูชาใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ล่อทหารไทยเข้าสู่ทุ่งสังหาร ฝ่าฝืนกฎหมายมนุษยธรรมร้ายแรง
  • อันดับที่ 2 ข่าวปลอม : เรื่อง เพจ Pratchaya Sarata รับทำใบขับขี่ออนไลน์ถูกกฎหมาย ไม่ต้องไปสอบเองที่ขนส่ง
  • อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน : เรื่อง ไทยมีเจตนารุกล้ำอธิปไตยและโจมตีโบราณสถาน ที่กัมพูชาตั้งเป็นฐานปฏิบัติการ
  • อันดับที่ 4 ข่าวจริง : เรื่อง กองทัพเรือ เปิดให้ทางการกัมพูชาเข้ารับร่างทหารผู้เสียชีวิต แต่ยังไร้การติดต่อกลับ
  • อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน : เรื่อง ภูมิแพ้ จมูกตันมักเกิดตอนเช้า เพราะกลางคืนมี Cortisol ต่ำ และเม็ดเลือดขาวปล่อยสารก่ออักเสบ
  • อันดับที่ 6 ข่าวปลอม : เรื่อง Café Amazon เปิดบัญชีไลน์ Amazon.Official
  • อันดับที่ 7 ข่าวบิดเบือน : เรื่อง เช็กสัญญาณเตือนโรคหัวใจและหลอดเลือดอุดตันได้จากจุดสังเกตบนใบหน้า

สำหรับอันดับ 1 เป็นข่าวจริง : เรื่อง “กัมพูชาใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ล่อทหารไทยเข้าสู่ทุ่งสังหาร ฝ่าฝืนกฎหมายมนุษยธรรมร้ายแรง” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กองทัพเรือ กระทรวงกลาโหม ยืนยันเป็น “ข่าวจริง” โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้เข้าควบคุมและตรวจสอบพื้นที่ บ้านหนองรี และ บ้านท่าเส้น ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชาเคยเข้ายึดครองและใช้เป็นฐานที่มั่นทางทหาร ตรวจพบวัตถุพยานจำนวนมากที่ไม่อาจปฏิเสธได้ อันแสดงถึงการวางแผนและการกระทำโดยเจตนาในการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ได้แก่ แผนผังแสดงตำแหน่งการฝังทุ่นระเบิดสังหารบุคคล และทุ่นระเบิดดัดแปลงในพื้นที่บ้านหนองรี คลังอาวุธและทุ่นระเบิดสังหารบุคคลแบบดัดแปลงในพื้นที่บ้านท่าเส้น (กาสิโนทมอดา) ซึ่งยืนยันว่า ฝ่ายทหารกัมพูชาได้เข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่ โดยมีการครอบครองและการใช้อาวุธต้องห้ามดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้การกระทำดังกล่าว ส่งผลให้กำลังพลทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคลเป็นรายที่ 8 ซึ่งถือเป็นผลโดยตรงจากการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และเป็นการคุกคามต่อชีวิตมนุษย์โดยไม่เลือกเป้าหมาย ทั้งต่อทหารและประชาชนผู้บริสุทธิ์

สำหรับการใช้ การวาง และการคงไว้ซึ่งทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในลักษณะดังกล่าว เป็นการฝ่าฝืนอนุสัญญาออตตาวาอย่างชัดเจน และเป็นพฤติการณ์ที่ไม่อาจยอมรับได้ในประชาคมระหว่างประเทศ กองทัพเรือจะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ประกอบการดำเนินการในระดับรัฐต่อไป รวมถึงการแจ้งต่อประชาคมระหว่างประเทศและองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รับทราบถึงการละเมิดอย่างต่อเนื่องของฝ่ายกัมพูชา

อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด

ที่มา : thaigov.go.th

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...