ผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นแถลงกรณีอังคณา-สุนัย เรียกร้องไทยจัดการกับการคุกคาม-ข่มขู่
11 พฤศจิกายน 2568 ผู้เชี่ยวชาญสหประชาชาติออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อการโจมตีทางออนไลน์ การรณรงค์ด้วยข้อมูลเท็จ และการคุกคามต่อสองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ได้แก่ อังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.)และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และสุนัย ผาสุก จากองค์กรฮิวแมนไรตส์วอตช์
การคุกคามทางออนไลน์ในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่อังคณาและสุนัยมีการแสดงความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับกิจกรรมทางการทหารที่อ้างว่า เกิดขึ้นใกล้กับชายแดนไทยและกัมพูชา “พวกเรากังวลใจเป็นอย่างมากต่อการรณรงค์ใส่ร้ายและคุกคามที่แพร่หลาย ซึ่งมุ่งไปที่อังคณา นีละไพจิตรและสุนัย ผาสุก อันเป็นผลจากการเรียกร้องอย่างสันติให้รัฐปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ” ผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นระบุ
ตั้งแต่วันที่ 12 ตุลาคม 2568 ทั้งคู่ต่างตกเป็นเป้าโจมตีทางออนไลน์อย่างรุนแรงและต่อเนื่อง มักเป็นการโจมตีในมิติทางเพศสภาพ รวมถึงการดูหมิ่นด้วยเหตุผลทางศาสนา และถึงขั้นยุยงให้เกิดความรุนแรง ซึ่งรวมถึงการขู่ฆ่า บางโพสต์ถึงกับเรียกร้องให้มีการบังคับให้สูญหายอังคณา โดยมีการอ้างอิงถึงกรณีการบังคับสูญหายสมชาย นีละไพจิตร สามีของเธอ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ในขณะที่มีกรณีพยายามตีตราว่าการรณรงค์ของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนเหล่านี้เป็นการกระทำที่ขาดความรักชาติหรือมีแรงจูงใจทางการเมือง
นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นยังระบุถึงกรณีที่มีการยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ให้สอบสวนอังคณาว่าเธอได้ละเมิดมาตรฐานจริยธรรมในฐานะที่เธอดำรงตำแหน่งเป็น สว. หรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นระบุในประเด็นนี้ว่า การใช้กลไกทางปกครองหรือกลไกทางกระบวนการยุติธรรมเพื่อตอบโต้ต่อบุคคลที่แสดงความคิดเห็นในประเด็นสาธารณะเสี่ยงต่อการทำให้การตอบโต้กลายเป็นระบบ…การพยายามปิดปากสว.หญิงสะท้อนให้เห็นถึงการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงอย่างเป็นระบบและสะท้อนถึงรูปแบบของการลงโทษผู้หญิงที่ท้าท้ายของโครงสร้างทางอำนาจ
ในถ้อยแถลงผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นระบุทิ้งท้ายเรียกร้องให้ไทยจัดการกับการคุกคาม ข่มขู่ และการคุกคามด้วยเหตุแห่งเพศทุกรูปแบบต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะผู้หญิง และส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าการเหยียดเพศ การข่มขู่ และความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นแบบออนไลน์หรือออฟไลน์จะไม่ได้รับการยอมรับ
ผู้เชี่ยวชาญพิเศษยูเอ็นที่ลงนามในถ้อยแถลงดังกล่าว มีดังนี้
· คณะทำงานด้านการเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิงและเด็กหญิง (Working Group on Discrimination Against Women and Girls) ได้แก่ Claudia Flores (ประธาน), Ivana Krstić (รองประธาน), Dorothy Estrada Tanck, Haina Lu และ Laura Nyirinkindi
· คณะทำงานด้านการบังคับสูญหาย (Working Group on Enforced or Involuntary Disappearances) ได้แก่ Gabriella Citroni (ประธาน), Grażyna Baranowska (รองประธาน), Aua Baldé; Ana Lorena Delgadillo Pérez, และ Mohammed Al-Obaidi
· Irene Khan ผู้รายงานพิเศษประจำสหประชาชาติด้านการส่งเสริมและปกป้องสิทธิในการแสดงความคิดเห็นและแสดงออก (Special Rapporteur on the promotion and protection of the right to freedom of opinion and expression)
· Mary Lawlor ผู้รายพิเศษประจำสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์ของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน (Special Rapporteur on the situation of human rights defenders)
· และ Reem Alsalem ผู้รายงานพิเศษต่อสหประชาชาติว่าด้วยความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กหญิง ทั้งสาเหตุและผลกระทบ (Special Rapporteur on violence against women and girls, its causes and consequences)
อ่านแถลงการณ์ฉบับเต็มของผู้เชี่ยวชาญยูเอ็นในกรณีนี้ได้ที่ https://www.ohchr.org/en/press-releases/2025/11/thailand-un-experts-alarmed-renewed-harassment-and-intimidation-human-rights?fbclid=IwY2xjawOE-RZleHRuA2FlbQIxMABicmlkETFjRGZOOFJVYlZHWnY2a0Zjc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHgL-FcVIZMXlFPfV_Ew-9yM0YG1MZPBB6dlwWbVBr-5Ha9pnhDAo16OXyx-C_aem_JSKGpe9Pi1pEMkvQOMZ10g