โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ชนักปักหลัง แดง-ส้ม-น้ำเงิน นับถอยหลังเลือกตั้ง เดิมพันคดีการเมือง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 21 พ.ย. 2568 เวลา 10.35 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2568 เวลา 02.15 น.

คอลัมน์ : Politics policy people forum

หลังจาก “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เปิดชื่อว่าที่ 3 แคนดิเดตนายกฯของภูมิใจไทย นอกจากตัวเองนั่งเป็นเบอร์หนึ่ง ยังมี 2 รัฐมนตรีคนนอกที่สร้างเรตติ้งให้กับรัฐบาลอนุทิน

ถูกทาบให้เป็นแคนดิเดตนายกฯในสนามเลือกตั้ง คือ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ และ รมว.คลัง กับ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รมว.พาณิชย์

บวกกับปรากฏการณ์ที่ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” รองนายกรัฐมนตรี เบอร์ 1 กฎหมายประจำรัฐบาล ตั้งโต๊ะเคลียร์ปมที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วรัฐบาลยังสามารถยุบสภาได้หรือไม่ แบบเป็นฉาก ๆ

เพราะนายกฯอนุทินบอกเสมอว่ารัฐบาลจะไม่ยอมให้โดนด่าฟรี กลิ่นการเมือง-เกมยุบสภาจึงใกล้เข้ามาทุกขณะ

ในขณะที่แต่ละฝ่ายกลับมีบาดแผลจากสงครามก่อนเข้าสู่สนามรบทั้งสิ้น

อนุทิน-ฮั้ว สว.

นายกฯอนุทิน และพรรคภูมิใจไทยต้องเผชิญข้อกล่าวหาใหญ่ คือคดีฮั้ว สว.ที่ถูกคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ซึ่งเป็นคณะอนุฯที่มีเจ้าหน้าที่ กกต. กับดีเอสไอร่วมกันทำงาน แจ้งข้อกล่าวหา ตั้งแต่อนุทิน กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย จนถึงเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่สีน้ำเงิน และกลุ่ม สว. รวมกว่า 229 คน

ปัจจุบันคณะอนุกรรมการได้สรุปผลการไต่สวนเสร็จแล้ว และได้ชงเรื่องไปยังคณะอนุกรรมการวินิจิฉัยชี้ขาดปัญหา หรือข้อโต้แย้งคณะที่ 36 อยู่ระหว่างการพิจารณาสำนวนและจัดทำความเห็น เพื่อเสนอต่อที่ประชุม กกต.วินิจฉัยต่อไป ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาถึงต้นปี 2569

ส่วนในทางคู่ขนานของคดีฮั้ว สว. ดีเอสไอสอบสวนเรื่องพฤติกรรม อั้งยี่ ซ่องโจร และความผิดฟอกเงิน ซึ่งรับผิดชอบโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่สถานะล่าสุดบุคคลที่ดีเอสไอแปะป้ายว่าเป็น “พยานปากเอก” ได้กลับคำให้การ ว่าการให้ปากคำที่ระบุว่าตนเองกับ สส.พรรคภูมิใจไทย รวมถึงแกนนำพรรคเกี่ยวข้องนั้น ว่าสิ่งที่พูดไปมาจากการถูกข่มขู่ จึงกลับคำให้การ

คดีฮั้ว สว.ที่แปะป้าย “สีน้ำเงิน” เป็นผู้ถูกกล่าวหา อยู่ในการตรวจสอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ ดีเอสไอ ทว่า กกต.เพิ่งเปลี่ยนประธาน จาก “อิทธิพร บุญประคอง” มาเป็น “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” ที่ชนะ “สิทธิโชติ อินทรวิเศษ” ด้วยเสียง 4 ต่อ 3 คะแนน

จะต้องจับตามองว่าคดีฮั้ว สว.จะจบที่ตรงไหน ในจังหวะที่ “สีน้ำเงิน” เริ่มกุมอำนาจเบ็ดเสร็จในองค์กรอิสระ ในช่วงที่ผลัดใบ ไม่ว่า กกต. หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

วิบากกรรมสีแดง

ซึ่งสีขั้วตรงข้ามการเมืองของน้ำเงินคือฝ่ายแดง-เพื่อไทย และคดีของ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้นำจิตวิญญาณก็ติดบ่วงคดีที่องค์กรอิสระเช่นกัน

ในชั้น ป.ป.ช.มีกรณีที่ ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์, สมชาย แสวงการ อดีต สว., เจษฎ์ โทณะวณิก อดีตที่ปรึกษากรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ, นายนิติธร ล้ำเหลือ ทนายความ กล่าวหารัฐบาลเศรษฐา รัฐบาลแพทองธาร และ สส. สว. ว่ากระทำผิดฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญมาตรา 144 เพราะไปปรับลด หรือตัดทอนงบประมาณรายจ่ายของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFLs) จำนวน 5 แห่ง วงเงินรวม 35,000 ล้านบาท

ซึ่งถือเป็นเงินส่งใช้ต้นเงินกู้ ดอกเบี้ยเงินกู้ และรายจ่ายตามข้อผูกพันที่กำหนดให้จ่ายตามกฎหมาย แล้วนำไปเพิ่มเป็นงบประมาณรายจ่ายตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 รายจ่ายงบฯกลาง (5) ค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ (Digital Wallet)

แต่อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการ ป.ป.ช.มองว่ากรณีดังกล่าวเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ในประเด็นการนำเงินกู้ไปใช้ผิดประเภท มากกว่าที่จะขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 144 จึงมีมติให้รับเรื่องไว้ไต่สวนเพื่อดำเนินการ แต่ไม่ได้มีความผิดฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 144

โดยผู้ที่อยู่ในข่ายถูกไต่สวนขีดวงเฉพาะ 1.เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี 2.คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลนายเศรษฐา ที่เข้าร่วมประชุมและมีมติเห็นชอบกับการเสนอขอปรับลด หรือเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ในการประชุมเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2567

3.นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (ตำแหน่งในขณะนั้น) นายกรณินทร์ กาญจโนมัย รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ (ตำแหน่งในขณะนั้น)

ขณะเดียวกัน กลุ่มที่ ป.ป.ช.มีมติไม่รับไต่สวน คือแพทองธาร และ ครม.แพทองธาร รวมถึง สส. และ สว.ที่แปรญัตติงบประมาณดังกล่าว

แม้เบื้องต้น ป.ป.ช.จะไม่รับไต่สวนในส่วนของ “แพทองธาร” แต่เธอยังมีชนักติดหลังกรณี “คลิปเสียงอังเคิล” ที่กลุ่มของ “สมชาย แสวงการ” ไปฟ้องเอาผิดทางอาญาที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้ส่งมาที่ ป.ป.ช. อีกด้านหนึ่ง ป.ป.ช.ตั้งคณะไต่สวน โดยนำคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ โดยจะพิจารณาว่า 1.ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ เป็นความผิดทางอาญา เป็นการกล่าวหาความผิดด้านความมั่นคง และ 2.ความผิดด้านมาตรฐานจริยธรรม ในส่วนศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งนายกฯ การใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งไม่น้อยกว่า 10 ปี

ส่วนคดีของ “ทักษิณ ชินวัตร” ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย ยังต้องเผชิญกับคดีมาตรา 112 เมื่ออัยการสูงสุดมีความเห็นอุทธรณ์คดี โดยเป็นการกลับมติ 8 ต่อ 2 ของคณะกรรมการอัยการ ซึ่งมีมติไม่อุทธรณ์คดีก่อนหน้านี้

อีกกรณีที่ศาลฎีกามีคำพิพากษากลับในคดีภาษีของ “ทักษิณ” ตามที่กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 1.76 หมื่นล้านบาท เป็นเอฟเฟ็กต์จากการขายหุ้นชินคอร์ป และคดีต่อเนื่องตั้งแต่การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549

ส้มระทึกคดี 112

สำหรับฝั่งสีส้ม คดีที่ลุ้นระทึกที่สุดใน ป.ป.ช. กรณีที่ สส.พรรคก้าวไกลจำนวน 44 คน ร่วมกันเสนอและร่วมลงชื่อในร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นการกระทำล้มล้างการปกครอง ซึ่งในจำนวน 44 คน มี 25 คนที่เป็น สส.ของพรรคประชาชน อันรวมถึง “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน ด้วย

“นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง” รองหัวหน้าพรรค ฝ่ายกฎหมาย ระบุความคืบหน้าล่าสุดว่า หลังจาก ป.ป.ช.ไต่สวนมูล พร้อมทั้งมีการแจ้งข้อกล่าวหาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ อดีต สส.พรรคก้าวไกล รวมถึง สส.พรรคประชาชนที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ได้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาคนสุดท้ายไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

“ถือว่าในฝ่ายของพวกผมทำเสร็จกระบวนการแล้ว กระบวนการหลังจากนี้ คณะอนุกรรมการของ ป.ป.ช.จะต้องสรุปสำนวนก่อนส่งให้ที่ประชุมใหญ่ ป.ป.ช.ชี้ขาด ว่าจะส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ ถ้าหากศาลรับฟ้องเมื่อไหร่ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่”

แต่ นพ.วาโยบอกว่า คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของอดีต สส.พรรคก้าวไกล และ สส.พรรคประชาชน ไม่ใช่เป็นการ Copy และ Paste แต่ตัวผมคนเดียว ยังมีเอกสารเป็นร้อยหน้า คนอื่น ๆ ก็เช่นกัน ทนายแต่ละคนก็แยกกันเขียน ดังนั้น ป.ป.ช.น่าจะใช้เวลาในการสรุป เพราะข้อมูลเยอะ และของแต่ละคนก็ข้อเท็จจริงไม่เหมือนกัน

เชื่อว่ากว่าจะไปถึงขั้นตอนให้ ป.ป.ช. 9 คนตัดสินชี้ขาดน่าจะหลังปีใหม่ และเดือนกุมภาพันธ์ 2569 น่าจะเห็นความคืบหน้าออกมา หรือมีความเป็นไปได้ที่จะยื่นศาลฎีกาฯช่วงใกล้ยุบสภา หรือช่วงใกล้เลือกตั้ง ซึ่งฉิวเฉียดมาก

ก่อนเข้าสู่สนามเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ ทุกสี ทุกขั้ว ต่างมีชนักติดหลัง มีคดีการเมือง

ดังนั้น สงครามเลือกตั้งที่จะถึงเป็นการเดิมพันสำคัญ หากฝ่ายไหนเข้าสู่อำนาจ คดีการเมืองอาจหนักเป็นเบา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชนักปักหลัง แดง-ส้ม-น้ำเงิน นับถอยหลังเลือกตั้ง เดิมพันคดีการเมือง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...