โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เบื้องหลังโปรเจกต์เรียกรอยยิ้ม ‘Hat Yai Rise Up’ สีสันบนทางม้าลายจากปลายพู่กันเยาวชนหาดใหญ่

a day magazine

อัพเดต 12 มกราคม 2569 เวลา 23.19 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • a day magazine

ต้นเดือนพฤศจิกายน สองห้าหกแปด หาดใหญ่ยังปกติดี เมืองยังคึกคัก ชีวิตยังเคลื่อนไป

กลางเดือนเดิมในปีเดิม มวลน้ำจำนวนนับไม่ได้กลืนหาดใหญ่ เร็ว แรง ไม่ทันให้ชีวิตได้ตั้งตัว

เรื่อยไปถึงปลายเดือนเดิม น้ำยังไม่หยุด ไม่มีใครได้เหยียบดินอีก ไม่อยู่บนชั้นสองก็นู่น…บนหลังคา หนำซ้ำยังมีคนเดินไต่สายไฟหนีน้ำ หนีจากที่ต่ำไปที่สูง สัตว์เล็กพออุ้มได้ก็รอด สัตว์ใหญ่เป็นอันเข้าใจว่าไม่รอด บ้านพัง ทรัพย์สินมีค่าทุกชนิดที่สั่งสมสร้างตัวมาทั้งชีวิตมลายไปพร้อมกับน้ำ ครอบครัวแตกฉานซ่านเซ็น

แช่น้ำอยู่อย่างนั้นร่วมเดือนอย่างสิ้นหวัง จนเมื่อธันวาคมนี่เองที่ฝนหลบหาย ระดับน้ำลดลงในบางพื้นที่ ความช่วยเหลือที่เริ่มเข้ามา ทั้งช่วยกันเอง เอกชน และภาครัฐ และในที่สุด น้ำเหือดหายไปแล้ว เหลือแต่ซากเมืองรกร้างที่จวนจะไร้ชีวิต บ้างบอกนี่คือน้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดตั้งแต่เกิดมา บ้างยังสับสนงุนงงไม่รู้จะจัดการสิ่งตรงหน้ายังไง

ธันวาคมลุกลามข้ามปีถึงเดี๋ยวนี้คือช่วงเวลาแห่งการเก็บกวาด กำจัด ขัดถูเศษซากที่น้ำท่วมทิ้งไว้ ทั้งเศษไม้ เศษเหล็ก เฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กใหญ่ ขวดพลาสติก และสรรพข้าวของ (เคย) มีค่าที่บัดนี้เป็นขยะ เพื่อคืนชีวิต สีสัน ความสะอาด ฯลฯ ให้กับหาดใหญ่อีกครั้ง

ด้วยว่าไม่มีใครอยากอยู่ในเมืองพิบัติ…นานไปกว่านี้อีกแล้ว

นกบินหลาถลาเล่นลมชมศิลปะบนทางม้าลาย

หากคุณเป็นนกอิสระตัวหนึ่งที่กำลังบินแหวกมวลอากาศร่อนเร่อยู่เหนือเมืองหาดใหญ่ นอกจากจะเห็นผู้คนกำลังช่วยกันทำความสะอาด จะเห็นคนค้าขาย รถขนขยะ อาหาร ต้นไม้ หลังคา สัญญาณไฟเขียวแดง จะยังเห็นคนที่กำลังมุ่งหน้าไปตามทางของตัวเองในที่ไหนสักแห่ง

หากเพ่งมองบนถนนให้ดีจะเห็นทางม้าลายดูแปลกตาไป หากเคยบินไปเมืองอื่นก็คงรู้ว่านี่มันไม่เหมือนใครเขา เดิมนั้นทางม้าลายก็มีแค่สีขาววาดเป็นกล่องเรียงกันไปจากฝั่งหนึ่งถึงอีกฝั่งหนึ่ง ฟังก์ชันคือให้คนเดินเท้าข้ามถนนอย่างปลอดภัย เพิ่มเข้ามาของเมืองนี้คือมันเรียกรอยยิ้มได้ด้วย

มีคนเคยพูดไว้ว่าหาดใหญ่เป็นเมืองไม่สิ้นศิลป์ อย่างกระนั้นเลย ทางม้าลายกว่า 35 จุดทั่วเมืองนี้ถูกตกแต่งด้วยลวดลายทะเล้นขี้เล่น นี่คือผลงานการออกแบบจากปลายปากกาของ Sahred Toy หรือ ต๊อด - อารักษ์ อ่อนวิลัย ศิลปินหนุ่มเครางามที่มักหยิบเรื่องฉาวโฉ่มาใส่ลงในงานอยู่เสมอ

อ้อ เด็กๆ ที่เห็นกลุ่มนั้นคือนักศึกษาจากมหา’ลัยในจังหวัดสงขลา ที่อาสากะเกณฑ์ลงเส้นละเลงสีบนทางม้าลาย พวกเขาบอกว่าใช้เวลาลงสีกันเกือบสองอาทิตย์

ส่วนหนุ่มสวมรองเท้าแวนนั้นชื่อต้า - ธราธิป ปานแก้วภูมิลำเนาอยู่ตรังปัจจุบันอาศัยอยู่ที่สงขลาต้าเป็นศิษย์เก่าจากคณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยทักษิณ ทั้งเป็นหัวหน้าทีมวาด คุมงานลงสีในโปรเจกต์นี้

หากเมื่อยปีกแล้ว ขอจงถลาร่อนลงตรงนี้ หุบปีก ผึ่งหู ศิลปินกำลังจะเล่าเรื่องแล้ว

ขอเริ่มด้วยคำถามนี้ พอติดตามข่าวน้ำท่วมมาถึงตอนนี้ รู้สึกยังไง

จริงๆ มาตามข่าวทีหลังสักพักใหญ่เลยครับ เพราะไม่ได้ดูข่าวหรือเช็กโซเชียลมีเดียเท่าไหร่ ภาพแรกที่เห็นก็เป็นช่วงที่น้ำท่วมมิดตัวบ้านผู้คนไปอยู่บนหลังคาแล้ว ทำให้นึกถึงตอนตัวเองกับครอบครัวรับมือน้ำท่วมปี 54 และคิดว่าความเสียหายครั้งนี้คงจะหนักกว่าเพราะไม่มีเวลาให้เตรียมตัว

อีท่าไหนถึงมาร่วมในโปรเจกต์นี้ได้

ต้องขอบคุณทาง Great Day Organizer ที่ชวนมาทำนะครับ เพราะเคยร่วมงานกันมาก่อนหน้านี้ให้กับทางจังหวัดสงขลา พอเค้าชวนก็เอาเลยครับ จริงๆ เวลามันค่อนข้างกระชั้นมากแต่ทางออแกไนซ์ก็ทำออกมาได้ทันเวลา

เคยวาดงานเพื่อไปลงบนทางม้าลายมาก่อนไหม

คิดว่าไม่เคยนะครับ ผมจึงพยายามวาดให้มันดูซอฟต์ๆ ดูผ่อนคลาย และพยายามคิดเผื่อว่าคนที่ไปเพนต์จะทำตามได้ไม่ยาก ไม่ซับซ้อนจนเกินไป

หลังจากได้รับโจทย์จากโปรเจกต์ Hat Yai Rise Up เวิร์กต่อยังไง

ทางทีมเค้ามีชื่อแคมเปญกับสโลแกนมาอยู่แล้วครับ แล้วผมมาเคาะอีกทีให้มันสื่อสารในแบบของผม ผมยกข้อความที่เขียนอธิบายกับทางทีมและชาวหาดใหญ่ไปตามประโยคข้างล่างนะครับ

คีย์วิชวลผมใช้มือที่ชูกำปั้นเป็นเมนคาแรกเตอร์ของงานนี้นะครับ อยากให้คนเห็นครั้งเดียวแล้วเข้าใจได้ทันทีว่าเป็นแคมเปญของการลุกขึ้นสู้ไปด้วยกัน ไม่ต้องตีความเยอะ เน้นการสื่อสารที่ชัดและย่อยให้เข้าใจง่ายที่สุด

ขณะเดียวกันก็อยากให้มันเป็นการ์ตูนที่แฝงความน่ารักเข้าไปด้วยจะได้ไม่ดูซีเรียสจนเกินไป เพราะสถานการณ์มันเครียดอยู่แล้ว ในบางภาพของทางม้าลายก็จะเอามือมาแสดงท่าทางต่างๆ ร่วมด้วยเพื่อให้ล้อไปกับสโลแกน “กลางคืนสร้างสรรค์ กลางวันสร้างเมือง”

ที่เคยบอกว่าหน่ายจะคิดคอนเซปต์ให้งาน ตอนนี้ยังเป็นแบบนั้นอยู่ไหม

จากใจเลยนะครับ ลืมว่าเคยพูดตอนไหน (หัวเราะ) ผมขี้ลืมอยู่ละ อาจจะหมายถึงถ้างานที่ตัวเองวาดเล่นไว้ดูคนเดียวก็จะไม่มีแก่นอะไรครับ วาดแบบสมองโล่งสมองเน่า

แต่กับงานที่ทำให้แบรนด์ต่างๆ ผมสนุกเสมอเลยครับ ตื่นเต้นทุกครั้งที่มีโปรเจกต์ใหม่เข้ามา เพราะขั้นตอนการทำงานมันเจ๋งที่สุดตรงที่ผมจะโยงตัวเองยังไงให้เข้ากับลูกค้าแล้วออกมาดีต่อทุกฝ่าย ทั้งคนวาด คนจ้าง และคนที่เห็นตอนงานนั้นออกมา

กับโปรเจกต์นี้ ทำงานร่วมกับน้องๆ เป็นยังไงบ้าง

ใช้คำว่าร่วมไม่ได้เลยครับ ผมอยู่แต่บ้าน ฮ่า ฮ่า ผมคิดไอเดียเสร็จก็วาด แล้วโยนทั้งก้อนให้ทางทีมและทางหาดใหญ่ไปลุยกันต่อ ก็มาเห็นทีหลังครับว่ามีคนไปร่วมแรงกันเยอะมากๆ

สิ่งสำคัญที่สุดน่าจะเป็นพลังใจของคนในพื้นที่ ผมพยายามจะตะโกนบอกด้วยวิธีของตัวเองว่าพวกคุณสู้ๆ นะ อย่างตัวการ์ตูนที่เป็นรูปมือชูกำปั้น ก็อยากให้คนเห็นแล้วฮึกเหิมแต่ไม่ดูจริงจังจนซีเรียส ผมอยากสื่อสารว่าหนึ่งมือของทุกคนมันทำได้นะเว้ย พลิกได้ สู้ได้ เอาใหม่เว้ย ลุยครับ

ศิลปะจากปลายพู่กันของเหล่ามดงานแห่งรวงรังหาดใหญ่

ตั้งแต่พระอาทิตย์ตั้งโด่งอยู่กลางหัวจวบจนตอกบัตรเลิกงานไป ต้า - ธราธิป ปานแก้ว ก็ยังไม่สามารถปลีกตัวมาคุยกับเราได้ ด้วยว่าเขาต้องคุมงานวาดทางม้าลาย ซึ่งเดิมเลิกสองทุ่ม แต่เกิดปัญหา คือจราจรแน่นเอี๊ยดเกินไป จึงปรับเวลาไปทำงานในช่วงเย็น เริ่มงานห้าโมง เลิกงานตีสอง

โปรเจกต์นี้ใช้เวลาทำทั้งหมด 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 ถึง 31 ธันวาคม 2568 เพนต์ลายบนทางม้าลาย 35 จุดทั่วหาดใหญ่ จนถึงตอนนี้ต้าบอกว่าเหลืออีก 4 จุด บริเวณวงเวียนน้ำพุ โดยทีมนักวาดส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาทัศนศิลป์ ม.ทักษิณ และมีสถาบันอื่นๆ มาร่วมด้วย

ต้าเข้ามาร่วมโปรเจกต์นี้ได้ยังไง

โปรเจกต์นี้ได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ครับ ผมได้รับมอบหมายงานผ่านผู้ประสานงาน รวมถึงแบบจากคุณต๊อด (อารักษ์ อ่อนวิลัย) พอได้แบบมาเราก็นำมาดีไซน์ปรับให้เข้ากับหน้างานอีกที ซึ่งแบบมันมีแค่ 8 แบบ แต่พื้นที่การทำงานมีมากกว่านั้น

โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนหลักจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยเราได้รับมอบหมายงานผ่านผู้ประสานงานโครงการ ในส่วนของงานออกแบบซึ่งได้รับต้นแบบมาจากคุณต๊อด (อารักษ์ อ่อนวิลัย) นั้น ทางทีมได้นำมาประยุกต์และปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับหน้างานจริง เนื่องจากแบบมาตรฐานมีทั้งหมด 8 รูปแบบ แต่พื้นที่ปฏิบัติงานจริงมีจำนวนมากกว่าและมีความหลากหลายกว่าครับ

ทำไมต้องเป็นทางม้าลาย 35 จุดนี้

ผมไม่แน่ใจหมือนกันนะครับ แต่อาจจะเป็นจุดสำคัญทั่วเมืองหาดใหญ่ หรือจุดที่มีนักท่องเที่ยวผ่านเยอะๆ เพื่อสร้างความสนใจให้ดูน่าดึงดูดมากขึ้น ตอนแรกทีมผมรับหน้าที่จัดการทั้ง 35 จุด แต่พอจะเริ่มงานก็เพิ่งทราบว่ามีเพื่อนๆ จากต่างสถาบันอาสามาร่วมช่วยด้วย

ทำงานกับน้องๆ เป็นไงบ้าง น่าจะติดเรียนหรือเปล่านะ

ตัวผมไม่มีปัญหา เพราะเรียนจบแล้ว ส่วนน้องๆ ในทีม ส่วนใหญ่จะเป็นปี 3 ปี 4 แต่หลักๆ คือปี 4 ซึ่งวิชาก็จะเหลือไม่กี่ตัวที่ต้องเรียน เลยมีเวลามาทำงานนี้ครับ แต่ผมพูดกับน้องๆ เสมอว่าถ้าคนไหนมีเรียนก็ไปเรียนก่อน การทำงานในแต่ละวันจึงมีจำนวนคนไม่เท่ากัน ทีมของผมเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 7-12 คนประมาณนี้ครับ

แง่เทคนิค ต้องวาดลวดลายบนพื้นถนนมันยากไหม

เราเลือกใช้สีน้ำอะคริลิกด้าน เทคนิคจิตรกรรม ความทนทานขึ้นอยู่กับพื้นถนน ถ้าบริเวณไหนผิวถนนเรียบดี สีก็จะอยู่นาน ถ้าถนนเสียหายหนักก็จะตามสภาพไป แต่ระยะเวลาก็คงจะอยู่ไม่นานเท่าเขียนผนังหรือกำแพง เพราะมีการเสียดสีทุกครั้งที่รถวิ่งผ่าน

คนชอบงานนี้กันมาก โดยส่วนตัว รู้สึกยังไงบ้างหลังจากลุยโปรเจกต์นี้มา

ดีใจครับ ดีใจอยู่แล้ว และแน่นอนว่าอาจจะทำให้คนรู้จักผมและน้องๆ มากขึ้น และคงจะทำให้ผมมีคนมาจ้างงานต่อละมั้งครับ (หัวเราะ) เพราะมีคนที่เขาสนใจ กำลังรีโนเวตร้านและมองหาคนมาเพนต์ผนังตกแต่ง แต่เขาไม่รู้จะหาที่ไหน ก็มีเข้ามาปรึกษาสอบถามอยู่บ้างครับ

แต่อีกแง่หนึ่ง ผมว่ามันน่าจะเรียกนักท่องเที่ยวมาเที่ยวหาดใหญ่ได้ หรืออย่างน้อยทำให้หาดใหญ่คึกคักขึ้นมา

คงสิ้นคำถามแล้วไหม จำพวกศิลปะจำเป็นอย่างไรต่อชีวิต อะไรเทือกๆ นั้น

หลายๆ อย่างผมว่ามันต้องควบคู่ไปนะครับ ผมขอยกคำพูดของผศ.ชัยรัตน์ แสงทอง อาจารย์ของผมเอง อาจารย์บอกว่าสังคมที่สมบูรณ์แบบคือสังคมที่พร้อมไปด้วยองค์ความรู้ทุกๆ ด้านรวมถึงความงดงามทางด้านจิตใจของคนด้วย

หลักทัศนศิลป์ และสุนทรียศาสตร์ ควรมีบทบาทมีส่วนร่วมอยู่ในชีวิตอยู่ในชุมชน เพราะไม่ว่าจะด้านเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ หรือแม้กระทั่งด้านจิตใจ คุณค่าความงามของสุนทรียะก็ต้องพัฒนาไปพร้อมๆ กันในสังคม

ในฐานะคนที่ตั้งใจชุบชีวิตหาดใหญ่อีกครั้ง มีอะไรอยากฝากไปถึงชาวหาดใหญ่ไหม

ผมอยากให้กำลังใจและขอให้พี่น้องชาวหาดใหญ่ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปได้ ผมกับน้องๆ ขอทำในสิ่งที่พวกเราทำได้ คือนำศิลปะมาร่วมกันพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ อาจจะแค่สร้างรอยยิ้มให้เด็กๆ หรือคนที่ผ่านไปมา แค่นี้ก็รู้สึกดีแล้วครับ

ก่อนจะโผบินอีกครั้ง ต้ามีบันทึกมาฝากเราด้วย

ตั้งแต่วันแรกก็เริ่มได้รับความสนใจมีทั้งผู้คนที่ชื่นชมและไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่าจะทำให้การสัญจรติดขัดส่วนใหญ่ก็ให้ความสนใจ ให้กำลังใจ ประชาชนคนที่ขับรถผ่านแล้วบอกสู้ๆ เป็นกำลังใจให้ขอบคุณพวกเราที่ที่ช่วยฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ ให้กลับมามีสีสันและยังมีพี่ๆ ที่ขับรถผ่านซื้อน้ำขนมมาให้เป็นกำลังใจในการทำงาน

เพราะอากาศค่อนข้างร้อนมากในตอนกลางวัน ส่วนคนในพื้นที่ดีให้การต้อนรับเป็นอย่างดี รวมทั้งจราจรที่คอยดูแลความปลอดภัยตลอดการทำงาน และกู้ภัยศูนย์รถพยาบาลเอกชนสงขลาที่คอยเฝ้าในตอนดึกทุกๆ คืน

ความรู้สึกที่ได้ทำงานในครั้งนี้มีความรู้สึกสนุก เพราะเป็นงานที่ผมและน้องๆ ถนัด แต่ในการทำงานครั้งนี้ก็เหนื่อยมากเช่นกัน เพราะอากาศที่ร้อน มีมลพิษจากควันรถจึงทำให้มีความเหนื่อยล้าสะสม แต่เมื่อได้รับหน้าที่ก็ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่

หลังจากทำงานไปได้ประมาณวันถึงสองวัน ก็มีสื่อแหล่งข่าวจากหลายสำนักให้ความสนใจ พี่น้องคนหาดใหญ่ก็อยากมาทักทายทำความรู้จักว่ามาจากไหน ตัวผมเป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยทักษิณ ส่วนน้องๆ ก็เป็นรุ่นน้องใน คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาทัศนศิลป์เหมือนกัน ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจในวิชาความรู้ที่ได้เรียนมาได้นำมาพัฒนาและฟื้นฟูหาดใหญ่หลังเกิดน้ำท่วม ให้กลับมีสีสันสดใสเหมือนเดิม ผมและน้องๆ ใช้ความถนัดในการทำงานแบบใช้ศิลปะร่วมกับชุมชน จึงทำให้ได้เห็นผลงานการเพ้นต์ทางม้าลายในครั้งนี้ครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...