โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ทำไม “ประชามติ” ถูกดึงมาอยู่ในสนามเลือกตั้ง ?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สรุปเข้าใจง่าย เลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 เลือก สส. พร้อมประชามติครั้งแรกของไทย กติกา พ.ร.บ.ประชามติ 2564 ที่แก้ปี 2568 เปลี่ยนเกณฑ์ชี้ขาด บัตร 3 ใบ ขั้นตอนใช้สิทธิ และข้อจำกัดสำคัญที่กระทบคนเลือกตั้งล่วงหน้า

เลือกตั้ง 2569 วันเดียว “เลือก สส.” และ “ตอบประชามติ” ครั้งแรกของไทย

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไทยกำหนดให้มี การเลือกตั้ง สส. พร้อม การออกเสียงประชามติ ในวันเดียวกัน (เวลา 08.00–17.00 น.) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่สองกระบวนการใหญ่ถูกจัดพร้อมกันในคูหาเดียวกัน โดยรัฐบาลชี้เหตุผลหลักคือ ลดภาระการจัดงานของรัฐ เพิ่มความสะดวกประชาชน และประหยัดงบประมาณ ขณะที่มีรายงานวงเงินจัดการเลือกตั้งและประชามติรวม 8,978 ล้านบาท ที่ ครม.อนุมัติให้ กกต.ดำเนินการจัดการเลือกตั้งและประชามติครั้งนี้

คำถามประชามติที่ใช้ในปี 2569 คือ

“ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” ซึ่งอยู่ในกรอบการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญตามแนวคำอธิบายของฝ่ายรัฐและบทวิเคราะห์นโยบายสาธารณะในช่วงก่อนวันออกเสียง

ทำไม “ประชามติ” ถูกดึงมาอยู่ในสนามเลือกตั้ง

แกนสำคัญมาจากโจทย์เดิมของ พ.ร.บ.ประชามติ 2564 ที่ทำให้การจัดประชามติ “แยกวัน” มีต้นทุนสูงและกินทรัพยากรการบริหารจัดการมาก เมื่อเกิดความพยายามทำให้ประชามติเดินคู่กับการเลือกตั้งทั่วไป จึงเกิดการแก้กฎหมายในปี 2568 เพื่อให้ขั้นตอนยืดหยุ่นขึ้น โดย iLaw สรุปว่าแก้หลัก ๆ 3 เรื่อง ได้แก่

  • เปลี่ยนเกณฑ์ชี้ขาดให้หาข้อยุติได้ง่ายขึ้น

  • เปิดทางทำประชามติพร้อมเลือกตั้งได้

  • เปิดให้ประชาชนเข้าชื่อเสนอคำถามออนไลน์ได้

กติกา “ชี้ขาดผลประชามติ” เปลี่ยนอะไร และกระทบเลือกตั้ง 2569 อย่างไร

กฎหมายเดิม (พ.ร.บ.ประชามติ 2564) ใช้แนวคิดเสียงข้างมากแบบ “สองชั้น” ทำให้ประชามติจะผ่านได้ไม่ใช่แค่ชนะในกลุ่มผู้มาใช้สิทธิ แต่ยังต้องพึ่ง “จำนวนผู้มาใช้สิทธิ” ให้ถึงระดับหนึ่งด้วย

กติกาใหม่ (ฉบับแก้ไขปี 2568 ที่ใช้จริงปี 2569) เปลี่ยนเป็น เสียงข้างมากธรรมดา หมายถึง “ฝ่ายเห็นชอบ” ต้องมากกว่า “ไม่เห็นชอบ” และมากกว่า “ไม่แสดงความเห็น” โดยไม่ผูกกับเงื่อนไขจำนวนผู้มาใช้สิทธิทั้งประเทศแบบเดิม

ผลเชิงปฏิบัติในวันเลือกตั้ง 2569 คือ ประชามติ “ตัดสินได้ง่ายขึ้น” แต่ในอีกด้าน หากคนใช้สิทธิประชามติน้อยกว่าที่สังคมคาดหวัง ก็อาจเกิดแรงถกเถียงเรื่อง “ความชอบธรรมทางการเมือง” แม้ผลตามกฎหมายจะชัดเจนแล้วก็ตาม (เป็นประเด็นที่นักวิเคราะห์จำนวนมากจับตา)

ขั้นตอนวันจริง 8 ก.พ. 2569 ทำไมคนพูดว่า “มีบัตร 3 ใบ”

ในหน่วยเลือกตั้งเดียวกัน ผู้มีสิทธิจะได้บัตรรวม 3 ใบ แยกเป็น

  • บัตรเลือกตั้ง สส. เขต 1 ใบ

  • บัตรเลือกตั้งบัญชีรายชื่อ 1 ใบ

  • บัตรประชามติ 1 ใบ (มีตัวเลือก เห็นชอบ / ไม่เห็นชอบ / ไม่แสดงความเห็น)

ประเด็นใหญ่ที่คนอาจพลาด “เลือกตั้งล่วงหน้าได้ แต่ประชามติล่วงหน้าไม่มี”

หนึ่งในข้อจำกัดที่กระทบผู้มีสิทธิจำนวนมาก คือ ประชามติไม่มีการออกเสียงล่วงหน้าแบบที่เลือกตั้ง สส. มี ทำให้คนที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า (เช่น วันที่ 1 ก.พ. 2569) ยังต้องกลับมาใช้สิทธิประชามติในวันจริง 8 ก.พ. 2569 หากต้องการให้เสียงของตัวเองถูกนับในคำถามรัฐธรรมนูญใหม่

กกต.มีเอกสารชี้แจงเรื่องการลงทะเบียนและกรอบเวลาที่เกี่ยวข้อง โดยระบุการเปิดให้ลงทะเบียน ออกเสียงประชามตินอกเขต/นอกราชอาณาจักร ช่วงวันที่ 3–5 มกราคม 2569 และชี้แจงเหตุผลด้านการบริหารจัดการตามประกาศและขั้นตอนของ กกต.

ทำไมคำถามประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญใหม่ถูกจับตาเป็นพิเศษ

เพราะ “ประชามติ 2569” ถูกมองว่าเป็นด่านแรกของการเปิดทางไปสู่กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ iLaw อธิบายคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญว่า การเดินหน้าไปสู่รัฐธรรมนูญใหม่ต้องอาศัยการทำประชามติ โดยมีกรอบว่า ต้องทำประชามติ 3 ครั้ง และครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 2 สามารถทำรวมกันได้ ในบางกรณีตามแนววินิจฉัยที่ถูกอ้างอิงในพื้นที่สาธารณะ

ดังนั้น วันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 จึงไม่ใช่แค่วัน “เลือกผู้แทน” แต่เป็นวัน “โหวตทิศทางกติกาประเทศ” ไปพร้อมกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...