ทำไม “ประชามติ” ถูกดึงมาอยู่ในสนามเลือกตั้ง ?
เลือกตั้ง 2569 วันเดียว “เลือก สส.” และ “ตอบประชามติ” ครั้งแรกของไทย
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไทยกำหนดให้มี การเลือกตั้ง สส. พร้อม การออกเสียงประชามติ ในวันเดียวกัน (เวลา 08.00–17.00 น.) ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่สองกระบวนการใหญ่ถูกจัดพร้อมกันในคูหาเดียวกัน โดยรัฐบาลชี้เหตุผลหลักคือ ลดภาระการจัดงานของรัฐ เพิ่มความสะดวกประชาชน และประหยัดงบประมาณ ขณะที่มีรายงานวงเงินจัดการเลือกตั้งและประชามติรวม 8,978 ล้านบาท ที่ ครม.อนุมัติให้ กกต.ดำเนินการจัดการเลือกตั้งและประชามติครั้งนี้
คำถามประชามติที่ใช้ในปี 2569 คือ
“ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” ซึ่งอยู่ในกรอบการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญตามแนวคำอธิบายของฝ่ายรัฐและบทวิเคราะห์นโยบายสาธารณะในช่วงก่อนวันออกเสียง
ทำไม “ประชามติ” ถูกดึงมาอยู่ในสนามเลือกตั้ง
แกนสำคัญมาจากโจทย์เดิมของ พ.ร.บ.ประชามติ 2564 ที่ทำให้การจัดประชามติ “แยกวัน” มีต้นทุนสูงและกินทรัพยากรการบริหารจัดการมาก เมื่อเกิดความพยายามทำให้ประชามติเดินคู่กับการเลือกตั้งทั่วไป จึงเกิดการแก้กฎหมายในปี 2568 เพื่อให้ขั้นตอนยืดหยุ่นขึ้น โดย iLaw สรุปว่าแก้หลัก ๆ 3 เรื่อง ได้แก่
เปลี่ยนเกณฑ์ชี้ขาดให้หาข้อยุติได้ง่ายขึ้น
เปิดทางทำประชามติพร้อมเลือกตั้งได้
เปิดให้ประชาชนเข้าชื่อเสนอคำถามออนไลน์ได้
กติกา “ชี้ขาดผลประชามติ” เปลี่ยนอะไร และกระทบเลือกตั้ง 2569 อย่างไร
กฎหมายเดิม (พ.ร.บ.ประชามติ 2564) ใช้แนวคิดเสียงข้างมากแบบ “สองชั้น” ทำให้ประชามติจะผ่านได้ไม่ใช่แค่ชนะในกลุ่มผู้มาใช้สิทธิ แต่ยังต้องพึ่ง “จำนวนผู้มาใช้สิทธิ” ให้ถึงระดับหนึ่งด้วย
กติกาใหม่ (ฉบับแก้ไขปี 2568 ที่ใช้จริงปี 2569) เปลี่ยนเป็น เสียงข้างมากธรรมดา หมายถึง “ฝ่ายเห็นชอบ” ต้องมากกว่า “ไม่เห็นชอบ” และมากกว่า “ไม่แสดงความเห็น” โดยไม่ผูกกับเงื่อนไขจำนวนผู้มาใช้สิทธิทั้งประเทศแบบเดิม
ผลเชิงปฏิบัติในวันเลือกตั้ง 2569 คือ ประชามติ “ตัดสินได้ง่ายขึ้น” แต่ในอีกด้าน หากคนใช้สิทธิประชามติน้อยกว่าที่สังคมคาดหวัง ก็อาจเกิดแรงถกเถียงเรื่อง “ความชอบธรรมทางการเมือง” แม้ผลตามกฎหมายจะชัดเจนแล้วก็ตาม (เป็นประเด็นที่นักวิเคราะห์จำนวนมากจับตา)
ขั้นตอนวันจริง 8 ก.พ. 2569 ทำไมคนพูดว่า “มีบัตร 3 ใบ”
ในหน่วยเลือกตั้งเดียวกัน ผู้มีสิทธิจะได้บัตรรวม 3 ใบ แยกเป็น
บัตรเลือกตั้ง สส. เขต 1 ใบ
บัตรเลือกตั้งบัญชีรายชื่อ 1 ใบ
บัตรประชามติ 1 ใบ (มีตัวเลือก เห็นชอบ / ไม่เห็นชอบ / ไม่แสดงความเห็น)
ประเด็นใหญ่ที่คนอาจพลาด “เลือกตั้งล่วงหน้าได้ แต่ประชามติล่วงหน้าไม่มี”
หนึ่งในข้อจำกัดที่กระทบผู้มีสิทธิจำนวนมาก คือ ประชามติไม่มีการออกเสียงล่วงหน้าแบบที่เลือกตั้ง สส. มี ทำให้คนที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า (เช่น วันที่ 1 ก.พ. 2569) ยังต้องกลับมาใช้สิทธิประชามติในวันจริง 8 ก.พ. 2569 หากต้องการให้เสียงของตัวเองถูกนับในคำถามรัฐธรรมนูญใหม่
กกต.มีเอกสารชี้แจงเรื่องการลงทะเบียนและกรอบเวลาที่เกี่ยวข้อง โดยระบุการเปิดให้ลงทะเบียน ออกเสียงประชามตินอกเขต/นอกราชอาณาจักร ช่วงวันที่ 3–5 มกราคม 2569 และชี้แจงเหตุผลด้านการบริหารจัดการตามประกาศและขั้นตอนของ กกต.
ทำไมคำถามประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญใหม่ถูกจับตาเป็นพิเศษ
เพราะ “ประชามติ 2569” ถูกมองว่าเป็นด่านแรกของการเปิดทางไปสู่กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ iLaw อธิบายคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญว่า การเดินหน้าไปสู่รัฐธรรมนูญใหม่ต้องอาศัยการทำประชามติ โดยมีกรอบว่า ต้องทำประชามติ 3 ครั้ง และครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 2 สามารถทำรวมกันได้ ในบางกรณีตามแนววินิจฉัยที่ถูกอ้างอิงในพื้นที่สาธารณะ
ดังนั้น วันเลือกตั้ง 8 ก.พ. 2569 จึงไม่ใช่แค่วัน “เลือกผู้แทน” แต่เป็นวัน “โหวตทิศทางกติกาประเทศ” ไปพร้อมกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- กกต. เน้นย้ำรณรงค์เพื่อการออกเสียงประชามติได้ แต่ระวังอย่าผิดกฎหมาย
- เลือกตั้ง 2569 "ณัฐพงษ์" มั่นใจคนกรุงไว้วางใจพรรคประชาชนมากขึ้น
- เลือกตั้ง 2569 “ศุภจี” เผย 3 เหตุผล ตัดสินใจร่วมงานพรรคภูมิใจไทย
- เทียบนโยบายโครงสร้างเศรษฐกิจ 5 พรรคใหญ่ ศึกเลือกตั้ง 2569
- เทียบนโยบายประกันสังคม–บำนาญ–หวยเกษียณ ชี้อนาคตคนชรา ก่อนเลือกตั้ง 2569