โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โรงแรม ‘เชียงใหม่-ภูเก็ต’ คึก นักท่องเที่ยวหนีจังหวัดชายแดน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 ธ.ค. 2568 เวลา 02.37 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2568 เวลา 04.30 น.

เกาะติดสถานการณ์ท่องเที่ยวทั่วไทยช่วงเทศกาล “เชียงใหม่-ภูเก็ต” ต่างชาติคึกคัก โรงแรมจองเต็ม คนแห่เที่ยวเหนือ เผยตลาดจีนยังไม่กลับมา “พัทยา” ยอดจองที่พักหดตัว ลุ้นโค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปี “ตะวันออก-อีสาน” ซึมจากปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา กังวลเรื่องความปลอดภัย จับตาปี’69 เจอแรงกดดันเศรษฐกิจโลก-เงินบาทแข็ง

“ประชาชาติธุรกิจ” เกาะกระแสสถานการณ์ท่องเที่ยวทั่วไทย ในช่วงเทศกาลแห่งความสุข ส่งท้ายปี 2568 และต้อนรับปีใหม่ 2569 ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งตลาดท่องเที่ยวภาพรวมยังคงคึกคักไปต่อได้ ขณะที่บางพื้นที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะชายแดนไทย-กัมพูชา

ไฮซีซั่นเชียงใหม่คึก

นางละเอียด บุ้งศรีทอง ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมรติล้านนา ริเวอร์ไซด์ สปา รีสอร์ท เชียงใหม่ เผยว่า ช่วงไฮซีซั่นไตรมาส 4/68 เชียงใหม่คึกคักมาก มีอัตราการจอง 75% ช่วงสิ้นปี ส่วนโรงแรมมี 115 ห้อง จองเต็ม 100% ราคาเฉลี่ย 6,000-7,000 บาทต่อห้อง ทำให้มีรายได้ต่อเดือน 18-20 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน

ต่างชาติที่เข้ามา มีจีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน ยุโรป และสหรัฐอเมริกา แม้นักท่องเที่ยวจีนจะแผ่วลง 30% แต่ที่เข้ามาเที่ยวเชียงใหม่ก็ยังมากเป็นอันดับ 1 แต่จำนวนยังไม่กลับมาเท่าเดิม ในภาพรวมถือว่าน่าพอใจ เพราะมีบินตรงจากต่างประเทศเข้ามามากขึ้น รวมถึงไฟลต์บินตรงจากจีน 7-8 ไฟลต์ต่อวัน

ส่วนงานประชุมและสัมมนาที่เป็นองค์กรเอกชนและราชการ ดีมานด์หายไปตั้งแต่ช่วงโควิดแล้ว หลังโควิดก็ยังไม่กลับมา อาจด้วยนโยบายประหยัดงบฯ และเลือกพื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ

หวั่นสู้รบยืดเยื้อ

นางละเอียดกล่าวถึงประเด็นการสู้รบระหว่างไทย-กัมพูชาว่า หากยืดเยื้อไปถึงปีหน้า อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยด้วยกันเอง และเป็นปัจจัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจเปลี่ยน Destination การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้องทำงานเชิงรุก ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อสื่อสารให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกมั่นใจในประเทศไทย

เที่ยวเหนือยอดพุ่ง

นายไพศาล สุขเจริญ นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) เผยถึงภาพรวมการท่องเที่ยวในภาคเหนือว่า มีต่างชาติเข้ามาเที่ยวเพิ่มขึ้นมาก ส่วนคนไทยยังนิยมเที่ยวช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยเฉพาะเชียงใหม่ ล่าสุดโรงแรมที่พักมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 80-90% ไปถึงเดือนมกราคม 2569 ทั้งโรงแรมในเมืองและนอกเมือง

“เป็นนิมิตหมายที่ดี ดีกว่าที่คาดไว้ ช่วงเทศกาลปีใหม่วันที่ 30 ธันวาคม 2568-มกราคม 2569 โรงแรมถูกจองเกือบเต็มแล้ว” นายไพศาลกล่าวและว่า

ส่วนปัญหาสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ภาคเหนือยังไม่มีผลกระทบ จากการสำรวจการยกเลิกห้องพักยังไม่น่ากังวล

ในทางกลับกัน ประเด็นดังกล่าวยังมีส่วนช่วยเพิ่มให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนปลายทางมายังภาคเหนืออีกด้วย เนื่องจากเชียงใหม่มีสายการบินที่บินตรงมากขึ้น อาทิ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มาเลเซีย และจีนที่ฟื้นตัวแล้วเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น

“ต่างชาติที่มาเที่ยวภาคเหนือจะจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน แต่ความกังวลของนักท่องเที่ยวต่างชาติอาจมีมากขึ้นจากสถานการณ์ปะทะ จึงอยากให้รัฐบาลเร่งยุติข้อพิพาทให้เร็วที่สุด”

ภูเก็ตบุ๊กกิ้ง 90%

นายรังสิมันตุ์ กิ่งแก้ว ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เผยว่า ภูเก็ตปีนี้ดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน เฉพาะเดือนธันวาคม 2568-กุมภาพันธ์ 2569 มียอดบุ๊กกิ้งแล้ว 90% คาดว่าตลอดทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยว 13 ล้านคน เพิ่มขึ้นราว 2% ขณะที่รายได้จะอยู่ที่ 500,000 ล้านบาท กลุ่มนักท่องเที่ยวหลักยังคงเป็นกลุ่ม Long Haul ได้แก่ ยุโรป อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี รัสเซีย และอินเดีย

“การท่องเที่ยวภูเก็ตควรเติบโตได้ดีกว่านี้ หากไม่มีปัญหานักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง ความยากคือ การรักษาเดสติเนชั่นไว้ เพราะวัฒนธรรมไทยคล้ายกับญี่ปุ่น เกาหลี เราต้องยกระดับเรื่อง Safety Factor”

นายรังสิมันตุ์ยกตัวอย่างเหตุการณ์กราดยิงที่หาดบอนได นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเมืองไหน เมืองนั้นจะกระทบรุนแรงทันที จึงเป็นประเด็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากโลกในปัจจุบันมีความขัดแย้งหลายกลุ่ม ซึ่งภูเก็ตเป็นพื้นที่ที่รองรับนักท่องเที่ยวหลากหลายสัญชาติ จึงมีความอ่อนไหวด้านความมั่นคงและความปลอดภัย

เช่นเดียวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แม้ขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรง แต่หากยืดเยื้อถึงปี 2569 อาจจะกระทบได้ เนื่องจากภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับนานาชาติ ถือเป็นความท้าทายในการบริหารจัดการของภาครัฐ

“รัฐบาลและกองทัพต้องร่วมตัดสินใจ ประชาชนอยากให้ยุติโดยเร็ว ไม่อยากสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย รวมถึงเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว”

พัทยารอลุ้น

นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี นายกสมาพันธ์ท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี เผยว่า ท่องเที่ยวพัทยาปีนี้เผชิญแรงกดดันหลายด้าน ส่งผลยอดบุ๊กกิ้งช่วงไฮซีซั่นมาช้ากว่าปกติ และหายไป 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเหลือเวลาอีก 2 สัปดาห์จะขอลุ้นให้สถานการณ์พลิกฟื้น หากดึงกำลังซื้อกลับมาได้จะทำให้รายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวในปีนี้ไม่ลดลง

สาเหตุมาจากความตึงเครียดเรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา ค่าเงินบาทแข็ง และเศรษฐกิจโลกชะลอตัว โดยเฉพาะการปะทะที่ชายแดน นักท่องเที่ยวดูมีความกังวล และสอบถามตลอดเวลา

ส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป รัสเซีย และอเมริกา ที่ถูกปฏิเสธการเข้าเมืองโดยด่านตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ถือเป็นลูกค้าเก่าของพัทยา

ปัจจุบันพัทยามีนักท่องเที่ยวไทย 60% ต่างชาติ 40% ประกอบด้วยยุโรป รัสเซีย อเมริกา จีน อินเดีย และเกาหลีใต้ โดยตลาดจีนยังไม่ฟื้นตัว หลังโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวจีนราว 20 ล้านคนต่อปี แต่ปี 2568 เหลือ 4-5 ล้านคน รายได้ปี 2567 ทำได้ 200,000 ล้านบาท ปีนี้ต้องรอลุ้น

ตะวันออก-อีสานซึม

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) กล่าวว่า เบื้องต้นสถานการณ์ดังกล่าวกระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวไม่มากนัก เพราะจังหวัดท่องเที่ยวหลักยังเดินทางได้ปกติ แต่มีผลกระทบกับจังหวัดที่อยู่ติดชายแดนและเกิดการปะทะกันในภาคตะวันออกและอีสาน อาทิ จันทบุรี สระแก้ว ตราด ฯลฯ ซึ่งเป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเยือน และเป็นพื้นที่เศรษฐกิจการค้าชายแดน

“แม้ปัญหาจะอยู่ในพื้นที่ชายแดน แต่อยากให้รัฐบาลหาทางยุติปัญหาให้เร็วที่สุด เพื่อลดวงผลกระทบให้ต่ำที่สุด เพราะหากประกาศห้ามมาเที่ยวประเทศไทย อันนี้จะกระทบสูงจนเกินรับไหว”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โรงแรม ‘เชียงใหม่-ภูเก็ต’ คึก นักท่องเที่ยวหนีจังหวัดชายแดน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...