แบงก์ชาติ–คลัง เปิดโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ช่วยลูกหนี้รายย่อย เกือบ 1.9 ล้านบัญชี
วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 – ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับ กระทรวงการคลัง และสถาบันการเงินในระบบ เปิดโครงการเชิงรุกชื่อ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เพื่อแก้ปัญหาหนี้เสียรายย่อยที่มีภาระหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน
✅ จุดประสงค์ของโครงการ
หนี้ครัวเรือนถือเป็นหนึ่งในปัญหาโครงสร้างที่สำคัญของไทย โดยเฉพาะในช่วงที่รายได้ของหลายครัวเรือนยังฟื้นตัวช้าและภาระหนี้ยังคงสูง
โครงการนี้จึงตั้งเป้าสำหรับลูกหนี้รายย่อยที่เป็นหนี้เสียไม่มีหลักประกัน กับวงเงินไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย ณ วันที่ 30 กันยายน 2568
📋 แผนดำเนินการ &กลไก
- กลุ่มเป้าหมายในระยะแรกคือ ลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์และบริษัททางการเงินในกลุ่มธนาคาร จำนวนประมาณ 1.6 ล้านบัญชี (≈1.2 ล้านราย) มีภาระหนี้รวมราว 43,600 ล้านบาท โดยบริษัท บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) เป็นผู้รับซื้อหนี้เพื่อมาปรับโครงสร้างให้ลูกหนี้กลับมาชำระได้
- ลูกหนี้จะได้รับเงื่อนไขผ่อนปรน เช่น ยกเว้นดอกเบี้ยคงค้างและค่าธรรมเนียม, ลดยอดเงินต้นบางส่วน, หรือเลือก ‘ชำระปิดจบ’ หรือ ‘ผ่อนชำระเป็นงวดสูงสุด 3 ปี’
- สำหรับลูกหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) จะได้รับความช่วยเหลือผ่านกลไกของบริษัท บริษัท บริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด (Ari-AMC) ครอบคลุมบัญชีประมาณ 330,000 บัญชี โดยหากรวมทั้งโครงการแล้วอาจช่วยเหลือได้สูงสุด 1.9 ล้านบัญชี
- ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดที่เว็บไซต์ของ ธปท. (www.bot.or.th/cleardebt) หรือของ SAM (www.sam.or.th) และติดต่อเจ้าหนี้หรือผ่านสายด่วน ธปท. 1213 / SAM 1443 ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
🔍 ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ
- โครงการนี้มีนัยสำคัญต่อตลาดการเงินและธุรกิจธนาคาร เพราะเป็นมาตรการช่วยลดหนี้เสียซึ่งเป็นแรงกดดันต่อสินเชื่อใหม่และความเสี่ยงของระบบ
- ต่อประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะกลุ่มที่ภาระหนี้สูงหรือกำลังมีหนี้เสีย ถือเป็นโอกาส “เคลียร์หนี้–เริ่มต้นใหม่” ซึ่งจะส่งผลดีต่อความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อและการใช้จ่ายในระบบ
- สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อ–การเงิน–AMC–เครดิตบูโร ถือว่าเป็นจังหวะในการปรับโมเดลธุรกิจและบริการรองรับลูกหนี้กลุ่มเปราะบางมากขึ้น
📎 สรุป
โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เป็นอีกหนึ่งมาตรการของรัฐบาลและ ธปท. ที่เดินหน้าอย่างชัดเจน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้เสียรายย่อยซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อทั้งประชาชนและระบบเศรษฐกิจไทย แม้จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมที่รอการเปิดเผยอีกหลายข้อ แต่เป็นสัญญาณว่า “การฟื้นตัวของครัวเรือน” ได้รับการให้ความสำคัญในภาพรวมเศรษฐกิจ