สิงห์อมควันอ่วม สรรพสามิต ลุยขึ้นภาษีบุหรี่ใหม่ ก่อนรัฐบาลยุบสภา
นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ภายในเดือน ม.ค. นี้ หรือก่อนที่รัฐบาลจะยุบสภา กรมจะเสนอ ครม. พิจารณาปรับโครงการสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ จากเดิมที่เก็บภาษีขามูลค่าแบบ 2 อัตรา เหลือเป็นเพียงอัตราเดียว เพื่อให้เป็นตามมาตรฐานสากล และทำให้เกิดการแข่งขันตามกลไกตลาด สามารถตั้งราคาได้ตามอิสระ พร้อมกับช่วยให้กรมสามารถจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน กรมจะเพิ่มความเข้มข้นในการปราบปราม ป้องกันบุหรี่เถื่อนผิดกฎหมายทะลักเข้ามาขายในประเทศ ซึ่งสถิติช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา กรมมียอดจับกุมบุหรี่เถื่อนเพิ่มขึ้น ทำให้บุหรี่เถื่อนในท้องตลาดเหลือน้อยลง
รายงานข่าวแจ้งว่า ปัจจุบัน กรมสรรพสามิต ได้เก็บภาษีบุหรี่ขามูลค่าแบบ 2 อัตรา คือ บุหรี่ราคาไม่เกินซอง 72 บาท เก็บภาษี 25% แต่ถ้าราคาเกิน 72 บาท จะเสียภาษีที่ 42% และยังเก็บภาษีตามปริมาณยาสูบอีกมวนละ 1.25 บาท ซึ่งส่งผลให้เกิดการบิดเบือนกลไกราคา โดยผู้ผลิตบุหรี่ราคาสูงได้หันมาลดราคาขายเพื่อเสียภาษีอัตราต่ำ อีกทั้งยังทำให้เกิดการลักลอบนำบุหรี่เถื่อนออกมาจำหน่าย ส่งผลให้กรมสรรพสามิตจัดเก็บภาษีได้ลดลงมาก ตลอดจนทำให้การยาสูบแห่งประเทศไทย มีผลดำเนินงานลดลงจากเคยกำไรสูงเกิน 9 พันล้าน เหลือเพียงหลักร้อยบาท
“แต่หลักการรื้อโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ จะปรับอัตราภาษีขามูลค่าใหม่ จากเดิมเก็บช่วง 25-42% ให้เหลืออัตราเดียวไม่เกิน 30% โดยไม่แบ่งว่าเป็นบุหรี่ราคาถูกหรือแพง ทุกราคาจะคิดภาษีในอัตราเดียวกัน ขณะเดียวกันจะขึ้นภาษีขาปริมาณเพิ่มขึ้นจากมวนละ 1.25 บาทอีก ซึ่งจะทำให้บุหรีส่วนใหญ่ราคาแพงขึ้น โดยเฉพาะบุหรี่กลุ่มราคาปานกลาง มีโอกาสขยับราคาขายขึ้นเล็กน้อย แต่ราคาบุหรี่แพง อาจมีโอกาสขายเท่าเดิม แม้จะเสียภาษีโดยรวมลดลงแต่กำไรมากขึ้น”
นายพรชัย กล่าวว่า กระทรวงการคลัง ปรับกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ. 2568 เพื่อเปิดโอกาสให้สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน เกษตรกร และผู้ประกอบการรายย่อย เข้ามาขอใบอนุญาตผลิตสุราประเภทต่างๆ ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตามขนาดกิจการเล็ก กลาง และใหญ่ มีผลตั้งแต่วันที่ 2 ธ.ค. ที่ผ่านมา แต่ยังคงหลักการควบคุมคุณภาพของสุรา คุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค และดูแลสิ่งแวดล้อมเช่นเดิม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ผลิตที่อยู่ใต้ดินมาขอทำธุรกิจได้อย่างถูกกฎหมาย
ส่วนแผนกรมสรรพสามิต ปีนี้ ตั้งเป้าหมายเก็บภาษีที่ 5.78 แสนล้านบาท พร้อมกับวางแผนภาษีในอนาคต 6 ด้าน คือ 1.ขยายฐานภาษีสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 2.ขยายฐานภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย 3.ให้สิทธิประโยชน์ภาษีสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 4.เก็บภาษีความเค็ม 5.ปรับโครงสร้างภาษีแบตเตอรี่ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ 6. ปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่