โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทำไม “จีน” ยังแก้วิกฤตอสังหาฯ ไม่ได้ หลังยืดเยื้อสู่ปีที่ 4 ปี สั่นคลอนเศรษฐกิจทั้งระบบ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 พ.ย. 2568 เวลา 12.23 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2568 เวลา 05.23 น.

วิกฤตอสังหาฯ จีนยืดเยื้อเข้าสู่ปีที่ 4 กลายเป็นแรงฉุดสำคัญของเศรษฐกิจ ราคาบ้านทรุดหนัก หนี้ครัวเรือนพุ่ง ผู้พัฒนาอสังหาฯ ล้ม แม้จะอัดมาตรการพยุงตลาดต่อเนื่อง แต่ความเชื่อมั่นผู้ซื้อยังไม่กลับมา

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.21 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดอสังหาฯ จีนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลัก กำลังทรุดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยไม่มีสัญญาณฟื้นตัว ราคาบ้านยังคงร่วงลง ครัวเรือนที่มีปัญหาด้านการเงินถูกบีบให้ต้องขายทรัพย์สิน ส่วนผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่ก่อหนี้จำนวนมหาศาลจากโครงการเชิงเก็งกำไรต่างอยู่ในภาวะเสี่ยงล้มละลาย

แม้ก่อนหน้านี้จะมีความหวังว่ามาตรการของรัฐบาลช่วยพยุงตลาดได้บ้าง แต่ในเดือนมีนาคม บริษัท China Vanke ซึ่งมีรัฐถือหุ้นบางส่วน รายงานผลขาดทุนปี 2567 สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 4.95 หมื่นล้านหยวน หรือราว 6.8 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าปัญหาลึกกว่าที่คาด ต่อมาในเดือนสิงหาคม China Evergrande ถูกเพิกถอนออกจากตลาดหุ้นฮ่องกง ทำให้หุ้นไร้ค่าแทบทั้งหมด ถือเป็นอีกจุดต่ำสุดของภาคอสังหาฯ จีน

ขณะนี้รัฐบาลจีนกำลังพิจารณามาตรการชุดใหม่เพื่อกระตุ้นภาคอสังหาฯ ที่กำลังซบเซาหนัก โดยราคาบ้านใหม่และมือสองในเดือนตุลาคมลดลงแรงที่สุดในรอบกว่า 1 ปี ทำให้เกิดความกังวลว่าหากปล่อยให้ทรุดต่อไป อาจกระทบเสถียรภาพระบบการเงินของประเทศ

เกิดอะไรขึ้นกับ Evergrande?

Evergrande เป็นกรณีล้มละลายรายใหญ่ที่สุดในวิกฤตอสังหาริมทรัพย์จีน และเป็นแรงฉุดเศรษฐกิจสำคัญ รวมถึงทำให้ผู้พัฒนาจำนวนมากเข้าสู่ภาวะเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ บริษัทก่อตั้งในปี 1996 โดย หุย กาเหยียน และขยายตัวรวดเร็วด้วยการพึ่งพาหนี้มาโดยตลอด จนกลายเป็นผู้พัฒนาอสังหาฯ ที่มีหนี้มากที่สุดในจีน โดย ณ สิ้นปี 2564 หนี้สินรวมสูงถึง 3.60 แสนล้านดอลลาร์ ช่วงหนึ่ง Evergrande เป็นผู้พัฒนาอันดับหนึ่งด้านยอดขาย และมีมูลค่ามากกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2560 หุยยังขึ้นเป็นเศรษฐีอันดับ 2 ของเอเชีย บริษัทขยายไปยังธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าและฟุตบอลอีกด้วย

ในปี 2563 จีนเริ่มปราบปรามภาคอสังหาฯ ออกมาตรการจำกัดการกู้ยืม ทำให้ Evergrande ถูกตัดช่องทางระดมทุนหลัก พอการปรับโครงสร้างหนี้ล้มเหลว บริษัทถูกศาลฮ่องกงสั่งล้มละลายในปี 2567 และต่อมาศาลจีนแผ่นดินใหญ่ก็รับคำร้องล้มละลายหนึ่งในบริษัทย่อยสำคัญ

หลังถูกระงับซื้อขายมานาน Evergrande ถูกเพิกถอนจากตลาดหุ้นฮ่องกงเมื่อ 25 ส.ค. 2567 แม้ยังมีบริษัทย่อยอีก 2 แห่งที่จดทะเบียนอยู่ ได้แก่ บริษัทบริการอสังหาฯ (ซึ่งกำลังถูกชำระบัญชีขาย) และบริษัทผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งหยุดซื้อขายตั้งแต่เมษายน

ทำไมผู้พัฒนาอสังหาฯ จีนถึงเข้าสู่วิกฤต?

ปี 1998 จีนเปิดเสรีตลาดที่อยู่อาศัย หลังเคยจำกัดการซื้อขายมายาวนาน ขณะนั้นมีประชากรเมืองเพียงหนึ่งในสาม แต่เพิ่มขึ้นเป็นสองในสามภายในไม่กี่ทศวรรษ ประชากรเมืองเพิ่มขึ้น 480 ล้านคน การย้ายถิ่นครั้งมหาศาลนี้สร้างดีมานด์มหาศาลให้ภาคก่อสร้าง

ชนชั้นกลางใหม่หลั่งเงินเข้าสู่อสังหาฯ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มั่นคงไม่กี่อย่าง ผลักดันราคาบ้านเพิ่มขึ้น 6 เท่าในรอบ 15 ปี สิ้นสุดปี 2565 รัฐท้องถิ่นที่พึ่งพาการขายที่ดินก็สนับสนุนการพัฒนาเต็มที่ จนภาคอสังหาฯ มีสัดส่วนถึงหนึ่งในสี่ของ GDP และมากถึง 80% ของความมั่งคั่งครัวเรือน ปี 2562 มูลค่ารวมของตลาดอยู่ที่ 52 ล้านล้านดอลลาร์ มากกว่าอสังหาฯ สหรัฐถึง 2 เท่า

อย่างไรก็ตามความเฟื่องฟูนี้ขับเคลื่อนด้วยหนี้ ผู้พัฒนาขายบ้านล่วงหน้าและกู้เงินจากนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น ความเสี่ยงทางเครดิตเริ่มประเมินยาก ราคาบ้านพุ่งสูงจนเกินกำลังซื้อในหลายเมือง เช่น เซินเจิ้นแพงกว่า ลอนดอน หรือ นิวยอร์ก เมื่อเทียบรายได้

ปี 2563 รัฐบาลเริ่มกังวลฟองสบู่และความเหลื่อมล้ำ จึงออกกฎสามเส้นแดง จำกัดสัดส่วนหนี้และเงินสด ทำให้ผู้พัฒนาหลายรายขาดสภาพคล่องหนัก และยิ่งแย่ลงจากมาตรการคุมโควิดที่ทำให้ไซต์ก่อสร้างหยุดชะงัก

ปี 2564 Evergrande ผิดนัดชำระหนี้กว่า 3 แสนล้านดอลลาร์ จุดประกายวิกฤตอสังหาฯ ตามมาด้วย Sunac (ผิดนัด 2565) และ Country Garden (ผิดนัด 2566)

ผลกระทบของการปราบปรามภาคอสังหาฯ

ดีมานด์ผู้ซื้อหายไปแทบหมดชั่วข้ามคืน ตลอดปี 2565 ราคาบ้านลดลงต่อเนื่อง และในสิงหาคม 2567 ราคาทรุดแรงที่สุดในรอบ 9 ปี มีอพาร์ตเมนต์ที่สร้างเสร็จแต่ขายไม่ออกกว่า 400 ล้านตารางเมตร ณ พฤษภาคม 2567 ขณะเดียวกันหนี้ครัวเรือนแตะระดับสูงสุด 145% ของรายได้ครัวเรือนต่อปี ทำให้เจ้าของบ้านจำนวนมากเริ่มผิดนัดชำระหนี้จำนอง และถูกบังคับขายทรัพย์สินในราคาต่ำ ซึ่งยิ่งทำให้ราคาตลาดร่วงหนัก

วิกฤตยังทำให้ผู้พัฒนารายอื่นล้มตาม เช่น China South City ถูกศาลฮ่องกงสั่งล้มละลายปี 2567 รวมแล้วศาลฮ่องกงออกคำสั่งล้มละลายผู้พัฒนาอสังหาฯ จีนอย่างน้อย 8 รายตั้งแต่ปี 2564

รัฐบาลจีนพยายามพยุงตลาดอย่างไร?

หลังพบว่ากฎเข้มเกินไป รัฐบาลเริ่มผ่อนคลายตั้งแต่ปี 2565 เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์คล้าย Lehman Brothers โดยยกระดับช่องทางระดมทุน ทั้งหุ้น พันธบัตร และเงินกู้ ให้ผู้พัฒนาเข้าถึงเงินได้มากขึ้น รัฐบาลให้ผู้พัฒนานำเงินจากการขายบ้านล่วงหน้ามาใช้มากขึ้น จัดสรรเงินกู้พิเศษ 2 แสนล้านหยวน เพื่อเร่งสร้างโครงการที่คั่งค้าง และสั่งธนาคารให้เพิ่มสินเชื่อที่อยู่อาศัยในบางพื้นที่

ตั้งแต่กลางปี 2567 รัฐลดอัตราดอกเบี้ยจำนองเดิม ลดภาษีบ้าน ผ่อนคลายกฎซื้อที่อยู่อาศัยในเมืองใหญ่ และอนุญาตครอบครัวซื้อบ้านได้ไม่จำกัดในชานเมือง ในปี 2568 ปักกิ่งยกเลิกเพดานจำนวนบ้านของครอบครัว และเซี่ยงไฮ้–เซินเจิ้นทำตาม

อย่างไรก็ตามตลาดยังคงทรุด Bloomberg รายงานในพฤศจิกายนว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาอุดหนุนดอกเบี้ยจำนองเพื่อจูงใจผู้ซื้อ รวมถึงลดค่าธรรมเนียมโอน และให้ส่วนลดภาษีเงินได้มากขึ้น

อะไรจะเกิดขึ้นถ้าวิกฤตอสังหาฯ ของจีนย่ำแย่ลงอีก?

รัฐบาลต้องการยับยั้งผลกระทบไม่ให้ลามไปสู่ภาคส่วนอื่น โดยเฉพาะธนาคารที่ถือสินเชื่ออสังหาฯ จำนวนมาก อุตสาหกรรมก่อสร้างที่มีแรงงานถึง 51 ล้านคน และรัฐบาลท้องถิ่นที่ต้องพึ่งรายได้จากการขายที่ดิน หนี้เสียของธนาคารจีนแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 3.5 ล้านล้านหยวน ณ กันยายน 2567 และ Fitch เตือนว่าหนี้เสียอาจเพิ่มขึ้นในปี 2569 เพราะครัวเรือนเริ่มผิดนัดชำระมากขึ้น

วิกฤตอสังหาฯ ยังเพิ่มแรงกดดันเงินฝืด อดีต รมว.คลัง หลู่ จี๋เหว่ย เตือนว่าค่าบ้านที่ตกลงจะทำให้การใช้จ่ายครัวเรือนลดลง และกดดันราคาให้ยิ่งลดลง นักเศรษฐศาสตร์บางส่วนระบุว่า CPI ของจีนอาจประเมินแรงกดดันเงินฝืดต่ำกว่าความเป็นจริง โดยเฉพาะในหมวดค่าเช่า

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...