FPT ทุ่ม 3.79 พันล้าน ซื้อที่ดิน 2.4 พันไร่ เตรียมพัฒนานิคมอุตสาหกรรมใน EEC
เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ เข้าซื้อกิจการบริษัทที่ถือครองที่ดินกว่า 2,400 ไร่ ในจังหวัดชลบุรี มูลค่ารวม 3,795 ล้านบาท พัฒนานิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ รองรับความต้องการพื้นที่คุณภาพสูงในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ เสริมแกร่งและสร้างความหลากหลายให้พอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์ของ FPT
23 พฤศจิกายน 2568 - บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT ได้ดำเนินการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัท หนองเสือช้างชลบุรี จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินขนาดใหญ่กว่า 2,400 ไร่ (384 เฮกตาร์) ในอำเภอหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวม 3,795 ล้านบาท การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้เป็นการดำเนินการเชิงกลยุทธ์เพื่อใช้ที่ดินดังกล่าวในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่
จังหวัดชลบุรีถือเป็น พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากทั่วโลกและเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม-สิงหาคม) ระบุว่า มูลค่าการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติใน EEC อยู่ที่ 74,792 ล้านบาท คิดเป็น 33% ของการลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมดในประเทศไทย การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่นี้จึงเป็นการตอบสนองต่อความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรมและโลจิสติกส์คุณภาพสูงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายฮั่ว เตียง ลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FPT กล่าวว่า การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วย เสริมขีดความสามารถ ของบริษัทในการนำเสนอโซลูชันที่ครบวงจรให้กับผู้ผลิตและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระดับโลกที่ต้องการย้ายฐานหรือขยายกำลังการผลิตมายังประเทศไทย
หลังจากที่ FPT ประสบความสำเร็จอย่างมากในการเปิดตัวโครงการ อารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (ARAYA – The Eastern Gateway) ในจังหวัดสมุทรปราการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริษัทจึงตัดสินใจต่อยอดสู่การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมแห่งที่สองในชลบุรี เพื่อรองรับอุปสงค์ของลูกค้าที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
"การขยายธุรกิจในครั้งนี้จะสร้าง ความหลากหลาย ให้กับธุรกิจของ FPT จากอสังหาริมทรัพย์เดิมที่มีทั้งที่อยู่อาศัย โรงงานและคลังสินค้าให้เช่า และพาณิชยกรรม ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโออุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ ส่งผลให้ รายได้ของธุรกิจเติบโตมั่นคงยิ่งขึ้น" นายฮั่ว เตียง ลิม กล่าว
การผสานพอร์ตโฟลิโออุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งกับโครงการเชิงกลยุทธ์เช่นนี้ จะช่วยให้ FPT สามารถสร้าง ระบบนิเวศอุตสาหกรรมอัจฉริยะและยั่งยืนแห่งอนาคต ซึ่งจะช่วยเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีโลก และมีส่วนร่วมในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment - FDI) เข้าสู่ประเทศต่อไป