โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธปท. เร่งประเมินผลกระทบน้ำท่วมภาคใต้ คนละครึ่งพลัส หนุนเศรษฐกิจไทยเดือน ต.ค. ขยายตัว

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 พ.ย. 2568 เวลา 15.16 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2568 เวลา 08.15 น.

ธปท. เร่งประเมินผลกระทบน้ำท่วมภาคใต้ เผยมูลค่าเศรษฐกิจ สงขลา-นครศรีฯ คิดเป็น 2.6 %ของ GDP ไทย เตรียมประเมินในที่ประชุมกนง. 17 ธ.ค.นี้ ขณะที่เศรษฐกิจไทยในเดือน ต.ค. ขยายตัวจาก คนละครึ่งพลัส

28 พ.ย. 2568 นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในเดือน ต.ค. โดยรวมขยายตัวจากเดือนก่อน จากทั้งเครื่องชี้ด้านอุปสงค์และอุปทานที่ปรับดีขึ้น ด้านอุปสงค์ปรับดีขึ้นตามการส่งออกไม่รวมทองคำขยายตัวต่อเนื่องจากสินค้าเทคโนโลยี รายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติปรับดีขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยว และการบริโภคภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้นในเกือบทุกหมวดจากมาตรการกระตุ้น โดยเฉพาะมาตรการคนละครึ่งพลัส และเที่ยวดีมีคืน

ด้านอุปทานปรับดีขึ้นจากภาคบริการเป็นหลัก ขณะที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมทรงตัว ตลาดแรงงานปรับดีขึ้นตามการจ้างงานโดยเฉพาะในภาคบริการ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบจากหมวดพลังงานและอาหารสด และดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลจากดุลการค้า

ส่วนประเด็นที่ต้องติดตาม 1) ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม 2) ผลกระทบของมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และ 3) ผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

“ธปท.กำลังประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ที่เกิดขึ้น ซึ่งพื้นที่จังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราชมีมูลค่าเศรษฐกิจประมาณ 2.6% ของจีดีพี และอาจจะต้องดูผลกระทบภาคการท่องเที่ยวที่ปกติจะมีนักท่องเที่ยวมาเลเซียเข้ามาราว 1 หมื่นคนต่อวันด้วย ซึ่งรายละเอียดของผลกระทบจะอยู่ในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)วันที่ 17 ธ.ค.68”

การบริโภคภาคเอกชน

เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากการใช้จ่ายใน 1) หมวดบริการ ตามการใช้จ่ายในหมวดโรงแรมและภัตตาคารที่ปรับดีขึ้นจากทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและไทย 2) หมวดสินค้าไม่คงทน ตามยอดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง สอดคล้องกับกิจกรรมการขนส่งผู้โดยสารที่ปรับดีขึ้น และ 3) หมวดสินค้าคงทน ตามยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล โดยเฉพาะรถไฟฟ้า ส่วนการใช้จ่ายในหมวดสินค้ากึ่งคงทนทรงตัว ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สองจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

การลงทุนภาคเอกชน

เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อนในทุกหมวด โดย 1) หมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ตามการนำเข้าสินค้าทุนสุทธิ (หรือการนำเข้าหักด้วยการส่งออกสินค้าทุน) ในหมวดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานที่ลดลง 2) หมวดยานพาหนะ ตามยอดจดทะเบียนรถยนต์ที่ลดลงในเกือบทุกประเภท และ 3) หมวดก่อสร้าง จากหมวดที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยตามมูลค่าการโอนพื้นที่อุตสาหกรรมและอาคารพาณิชย์ที่ลดลง และหมวดที่อยู่อาศัยตามพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างบ้านเดี่ยวที่ลดลง

จำนวนและรายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short-haul) โดยเฉพาะจีนและเกาหลีใต้ที่มีวันหยุดยาวมากกว่าปกติ รวมถึงนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) โดยเฉพาะยุโรปและรัสเซีย ส่งผลให้รายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้น

การส่งออกสินค้า

มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนในหลายหมวด อาทิ 1) อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร จากการส่งออกฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และหม้อแปลงไฟฟ้า (transformer) ไปสหรัฐฯ รวมถึงการส่งออกเครื่องจักรไปญี่ปุ่น และ 2) เครื่องใช้ไฟฟ้า จากการส่งออกชิ้นส่วนอุปกรณ์เซลล์แสงอาทิตย์ (solar cell) ไปสหรัฐฯ และชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าไปญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม การส่งออกหมวดยานยนต์ ปรับลดลงตามการส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะไปออสเตรเลีย ตามอุปสงค์ที่ชะลอลง

การนำเข้าสินค้า

มูลค่าการนำเข้าสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อน จากหมวดสินค้าอุปโภคและบริโภค ตามการนำเข้าโทรศัพท์มือถือและรถยนต์ไฟฟ้า หลังจากที่เร่งไปในเดือนก่อนรวมถึงหมวดวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางที่ไม่รวมเชื้อเพลิง ที่ลดลงตามการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าจากจีนและสิงคโปร์

การใช้จ่ายภาครัฐ

การใช้จ่ายภาครัฐหดตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางที่ไม่รวมเงินโอน และรายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจ โดยรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางหดตัวจากฐานสูงในปีก่อน แต่หากเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต รายจ่ายฯ ขยายตัวตามการเบิกจ่ายค่าจัดการเรียนการสอน เงินบำนาญ และค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจหดตัวจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและโทรคมนาคม ขณะที่รายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางขยายตัวจากเงินงบประมาณเหลื่อมปี

เศรษฐกิจด้านอุปทาน

การผลิตภาคอุตสาหกรรม

ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลทรงตัวจากเดือนก่อน โดยกลุ่มผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วนน้อยกว่าร้อยละ 30 ลดลงจากการผลิตปิโตรเลียม เนื่องจากมีการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นตามแผน ขณะที่กลุ่มผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วนร้อยละ 30-60 เพิ่มขึ้นจากการผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะ เนื่องจากบางโรงงานที่ปรับกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในไตรมาสก่อนหน้า เริ่มทยอยกลับมาผลิตแล้วบางส่วน ด้านกลุ่มผลิตเพื่อส่งออกในสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 60 เพิ่มขึ้นจากการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ สอดคล้องกับการส่งออกที่ปรับดีขึ้น

ภาคบริการ

เครื่องชี้ภาคบริการที่ไม่รวมการซื้อขายทองคำและขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ตามกิจกรรมในภาคการท่องเที่ยวที่ปรับเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร รวมทั้งการขนส่งผู้โดยสาร จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติและไทย ด้านการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นตามการส่งออกและผลผลิตเกษตร ขณะที่ภาคการค้าทรงตัว

รายได้เกษตรกร

รายได้เกษตรกรหดตัวจากระยะเดียวกันปีก่อนตามราคาสินค้าเกษตรเป็นสำคัญ โดยราคายางพาราและข้าวขาวลดลงจากปริมาณผลผลิตของทั้งไทยและตลาดโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับราคาผลไม้โดยเฉพาะลำไยและทุเรียนที่ยังได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับการตรวจสอบสารตกค้างของจีนและผลผลิตในปีนี้ที่ออกมามาก สำหรับผลผลิตสินค้าเกษตรขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน ตามข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ยางพารา และปาล์มน้ำมัน ตามสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย

ภาวะการเงิน

การระดมทุนของภาคธุรกิจ โดยรวมปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนจากตลาดตราสารหนี้และตลาดทุน โดยการระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ปรับเพิ่มขึ้นในธุรกิจการผลิตภาคอุตสาหกรรมและภาคการค้า ด้านการระดมทุนผ่านตลาดทุนเพิ่มขึ้นจากธุรกิจภาคการค้า พลังงาน และการท่องเที่ยว ขณะที่การระดมทุนผ่านสินเชื่อสุทธิลดลงตามธุรกิจในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมเป็นสำคัญ สำหรับต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ ตั้งแต่ 1 ต.ค. ถึง 25 พ.ย. 68 อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยทั้งระยะสั้นและระยะยาวเฉลี่ยลดลง ตามการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทย

อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทเทียบกับดอลลาร์ สรอ. ในเดือน ต.ค. เงินบาทปรับอ่อนค่าตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จากแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ผ่อนคลายช้ากว่าที่ตลาดคาด และความกังวลเรื่องความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ที่คลี่คลายลง สำหรับเดือน พ.ย. (ข้อมูลถึง 25 พ.ย. 68) ค่าเงินบาทเฉลี่ยแข็งค่าเล็กน้อยจากเงินทุนไหลเข้าเพื่อซื้อพันธบัตรระยะยาว ด้านดัชนีค่าเงินบาท (NEER) เฉลี่ยอ่อนค่าในเดือน ต.ค. และกลับมาแข็งค่าในเดือน พ.ย.

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบใกล้เคียงกับเดือนก่อน โดยหมวดพลังงานติดลบมากขึ้นจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศที่ลดลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ขณะที่หมวดอาหารสดติดลบน้อยลงตามราคาผักที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากผลผลิตได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นบวกใกล้เคียงกับเดือนก่อน ด้านภาวะตลาดแรงงาน การจ้างงานปรับดีขึ้น สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่เพิ่มขึ้นตามการจ้างงานในภาคบริการ ขณะที่การจ้างงานในภาคการผลิตทรงตัวและยังต้องติดตามการจ้างงานที่ยังลดลงในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแข่งขันของสินค้านำเข้า สำหรับสัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานรวมและรายใหม่ต่อผู้ประกันตนทรงตัวจากเดือนก่อน ทั้งนี้ ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลจากดุลการค้าเป็นสำคัญ

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...