“ดอลลาร์ไต้หวัน” แข็งค่า กดดันธนาคารกลาง เสี่ยงถูกสหรัฐมองว่าบิดเบือนค่าเงิน
"ดอลลาร์ไต้หวัน" พุ่งกว่า 6% ตั้งแต่ต้นปี หนุนจากกระแส AI และอุตสาหกรรมชิป ทำให้ CBC เหลือวงเงินแทรกแซงจำกัด 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สหรัฐจับตาใกล้ชิด หวั่นใช้มาตรการควบคุมค่าเงินเกินเกณฑ์
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เวลา 05.30 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การแข็งค่าของดอลลาร์ไต้หวันกำลังสร้างแรงกดดันให้กับธนาคารกลางของเกาะ เนื่องจากมีพื้นที่จำกัดในการแทรกแซงตลาด เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสหรัฐติดป้ายว่าเป็นผู้บิดเบือนค่าเงิน (currency manipulator)
ตามการคำนวณของบลูมเบิร์ก การแทรกแซงอย่างหนักในช่วงครึ่งปีแรกทำให้ธนาคารกลางสาธารณรัฐจีน (CBC) ซึ่งเป็นชื่อทางการของธนาคารกลางไต้หวัน เหลือวงเงินสำรองสำหรับการแทรกแซงเพียง 4.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงครึ่งปีหลัง โดยอ้างอิงตามเกณฑ์ของกระทรวงการคลังสหรัฐที่กำหนดให้การซื้อเงินตราต่างประเทศสุทธิไม่เกิน 2% ของจีดีพีภายในระยะเวลา 12 เดือน
การมีพื้นที่จำกัดในการแทรกแซงถือเป็นความท้าทายสำหรับ CBC โดยเฉพาะเมื่อค่าเงินไต้หวันถูกคาดการณ์ว่าจะยังคงแข็งค่าขึ้นอีก ราว 2% ในไตรมาสนี้ เนื่องจากกระแสการเติบโตของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังผลักดันความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ในประเทศให้เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้การจำกัดการแทรกแซงอาจเพิ่มความผันผวนในตลาด เช่นเหตุการณ์เดือนพฤษภาคมที่ค่าเงินไต้หวันแข็งค่ามากที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 จนสร้างความปั่นป่วนให้กับผู้ส่งออกและบริษัทประกัน
อย่างไรก็ตาม หาก CBC ละเมิดเกณฑ์ของกระทรวงการคลังสหรัฐไต้หวันอาจถูกจับตามองจากวอชิงตันอย่างเข้มงวด และส่งผลเสียต่อการเจรจาการค้าระหว่างกัน นักวิเคราะห์บางรายจึงคาดว่า CBC จะใช้การแทรกแซงอย่างระมัดระวังในช่วงที่เหลือของปี
Khoon Goh หัวหน้าฝ่ายวิจัยเอเชียจากธนาคาร ANZ กล่าวว่า “ธนาคารกลางไต้หวันจำเป็นต้องเลือกช่วงเวลาและขนาดการแทรกแซงอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาเสถียรภาพค่าเงิน …ผลคือเราน่าจะเห็นความผันผวนของค่าเงินไต้หวันมากขึ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้”
ค่าเงินไต้หวันปรับแข็งค่ากว่า 6% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงระดับ 30.75 ดอลลาร์ไต้หวันต่อดอลลาร์สหรัฐ และจากแบบสำรวจของบลูมเบิร์ก คาดว่าจะขึ้นต่อถึง 30.2 ดอลลาร์ไต้หวันต่อดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสนี้ โดยในช่วงมกราคม–มิถุนายน CBC ได้เข้าซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐ มูลค่า 1.325 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อชะลอการแข็งค่าของสกุลเงินในประเทศ ซึ่งเป็นมูลค่าการซื้อสูงสุดในรอบครึ่งปีนับตั้งแต่ปี 2563
แม้ปริมาณการซื้อเงินดอลลาร์ในรอบการตรวจสอบของกระทรวงการคลังสหรัฐ (12 เดือนสิ้นสุดเดือนมิถุนายน) ยังไม่เกินเกณฑ์ 2% แต่ CBC จำเป็นต้องลดการแทรกแซงในช่วงที่เหลือของปีเพื่อไม่ให้ถูกระบุว่าเป็นผู้บิดเบือนค่าเงิน ซึ่งรายงานก่อนหน้าของสหรัฐก็ได้จัดให้ไต้หวันอยู่ในรายชื่อประเทศที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด
แรงกดดันของ CBC ยังเพิ่มขึ้นจากปัจจัยในตลาดโลก การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐจากความกังวลเรื่องวินัยการคลัง ได้ช่วยหนุนให้สกุลเงินในเอเชียแข็งค่าขึ้น ซึ่งรวมถึงดอลลาร์ไต้หวันด้วย
Fiona Lim นักวิเคราะห์อัตราแลกเปลี่ยนอาวุโสจากธนาคาร Maybank กล่าวว่า“หากเงินเยนและเงินหยวนของจีนยังคงแข็งค่า ก็อาจเปิดช่องให้ดอลลาร์ไต้หวันแข็งค่าขึ้นต่อได้อีก”
หนึ่งในทางเลือกของ CBC คือ การแทรกแซงทางอ้อม แทนที่จะซื้อขายในตลาดโดยตรง เช่นในเดือนมิถุนายน CBC เคยขอให้ธนาคารพาณิชย์ชะลอการขายเงินดอลลาร์สหรัฐจากผู้ส่งออก เพื่อบรรเทาแรงกดดันค่าเงิน อีกทั้งยังเข้มงวดกฎการซื้อเงินไต้หวันของนักลงทุนต่างชาติที่ต้องการซื้อหุ้นในประเทศ
อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงจับตาข้อมูลการค้าของไต้หวันในวันศุกร์นี้ หลังการส่งออกไปสหรัฐเดือนกันยายนพุ่งขึ้นแม้มีภาษี หากตัวเลขยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง อาจหนุนความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไต้หวัน และส่งแรงหนุนเพิ่มเติมให้ค่าเงินแข็งค่า
“รายงานของกระทรวงการคลังสหรัฐเป็นปัจจัยสำคัญที่จำกัดการแทรกแซงของ CBC และทำให้การบริหารค่าเงินในช่วงนี้ท้าทายยิ่งขึ้น”
อ้างอิง : bloomberg.com