โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เจาะ 3 เคล็ดลับเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีปี 68 พร้อมคัด 7 กองทุนเด่น

PostToday

อัพเดต 06 ธ.ค. 2568 เวลา 06.16 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2568 เวลา 01.00 น.

ใกล้สิ้นปี 2568 นับเป็นโค้งสุดท้ายที่นักลงทุนกำลังมองหากองทุนลดหย่อนภาษีทั้ง Thai ESG และ RMF เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ช่วยลดภาระได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมีกองทุนให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ทั้งตราสารหนี้ กองทุนผสม และกองทุนหุ้น ทั้งในและต่างประเทศ แต่คำถามหลักที่ยากที่สุดคือ “แล้วจะเลือกกองไหนดี?”

“กฤช โคมิน” CFA. Head of Wealth Product & Investment Strategy บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ชี้ว่า การเลือกกองทุนลดหย่อนภาษีไม่ควรมองเพียงแค่ประโยชน์ด้านภาษีเท่านั้น แต่ควรถือเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการเงินระยะยาวด้วย โดยเฉพาะกองทุน RMF ที่ออกแบบมาเพื่อการเกษียณ จึงควรเลือกด้วยความรอบคอบและสอดคล้องกับเป้าหมายชีวิตของตนเอง

สำหรับนักลงทุนกลุ่ม High Net Worth ที่มีฐานภาษีสูง ถือเป็นโอกาสที่ดีในการวางแผนการลงทุนเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุดรวมกันถึง 8 แสนบาท ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568

กฤช โคมิน

3 หลักเกณฑ์สำคัญเลือกกองทุนที่เหมาะสม

หลักเกณฑ์สำคัญ 3 ประเด็นหลักที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญ เพื่อให้สามารถถือครองกองทุนได้ในระยะยาวและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี ประกอบด้วย

1. ระดับความเสี่ยงที่รับได้

นักลงทุนควรประเมินความผันผวนที่ตนเองรับได้ก่อนตัดสินใจ หากเป็นผู้ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ กองทุนที่เน้นตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้คุณภาพดี จะมีความผันผวนน้อย และช่วยรักษาเงินต้นได้ดี แต่หากต้องการโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาวและรับความเสี่ยงได้มากขึ้น การเลือกกองทุนที่เน้นตราสารทุน (หุ้น) หรือสินทรัพย์ที่มีศักยภาพเติบโตสูงจะตอบโจทย์กว่า

2. ระยะเวลาการลงทุนและเงื่อนไขด้านภาษี

กองทุนลดหย่อนภาษีมีเงื่อนไขการถือครองที่แตกต่างกัน ซึ่งต้องมั่นใจว่าสอดคล้องกับเป้าหมายของเรา

  • Thai ESG Fund: ต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปีปฏิทิน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่นทางการเงินมากกว่า
  • RMF (Retirement Mutual Fund): ถูกออกแบบมาเพื่อการเกษียณ โดยต้องถือครองจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์ และลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี

3. นโยบายการลงทุนของกองทุน

นโยบายการลงทุนเป็นตัวกำหนดความเสี่ยงและผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรพิจารณาว่ากองทุนเน้นลงทุนในสินทรัพย์ใด

  • ตราสารหนี้: เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของเงินต้น
  • ตราสารทุน: เหมาะสำหรับผู้ที่มุ่งหวังโอกาสการเติบโตของเงินลงทุน
  • กองทุนผสม: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสมดุลระหว่างความมั่นคงและการเติบโต
เคล็ดลับคัดกองทุนลดหย่อนภาษี 2568

คัด 7 กองทุนลดหย่อนภาษีเด่นครอบคลุมทุกสไตล์การลงทุน

บล.พาย ได้คัดเลือก 7 กองทุนที่มีศักยภาพครอบคลุมทั้งตราสารหนี้ กองผสม หุ้นไทย และหุ้นต่างประเทศ เพื่อใช้เป็นทางเลือกในการลดหย่อนภาษีและเพิ่มโอกาสเติบโตของพอร์ตในระยะยาว

กลุ่มกองทุน Thai ESG (ถือครอง 5 ปีปฏิทิน)

  • KKP GB THAI ESG: กองทุนตราสารหนี้ภาครัฐระยะยาว (Best in Class) สำหรับนักลงทุนที่ต้องการความเสี่ยงต่ำและรักษาเสถียรภาพของพอร์ต แม้ในช่วงสั้นอาจผันผวนจากทิศทางอัตราดอกเบี้ย แต่โดยรวมถือว่านิ่งกว่าสินทรัพย์อื่น
  • K-BL30-THAIESG: กองทุนผสมที่เน้นตราสารหนี้และมีการกระจายการลงทุนในหุ้นไทย 30% สร้างสมดุลระหว่างโอกาสเติบโตและการบริหารความผันผวนของพอร์ต
  • SCBTP(ThaiESGA): กองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นไทยขนาดใหญ่ที่มีฐานธุรกิจมั่นคงและมาตรฐาน ESG ที่ดี ให้ผลตอบแทนที่ดีเมื่อตลาดหุ้นเป็นขาขึ้น แต่มีความผันผวนสูงขึ้นในระยะสั้น
7 กองทุนลดหย่อนภาษีเด่น

กลุ่มกองทุน RMF (เพื่อการเกษียณ)

K-FIRMF: กองทุนแกนหลักสายตราสารหนี้สำหรับพอร์ตเกษียณ เน้นความมั่นคงระยะยาวในประเทศผ่านการลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีและพันธบัตรรัฐบาล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเสี่ยงต่ำและผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ
UGISRMF: ทางเลือก Income Fund ระดับโลก เน้นสร้างกระแสรายได้สม่ำเสมอผ่านการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วโลก โดยส่งเงินไปบริหารต่อผ่านกองทุนหลัก PIMCO GIS Income Fund ซึ่งช่วยเสริมเสถียรภาพและกระจายความเสี่ยงออกนอกตลาดไทย
ES-GQGRMF: Global Quality RMF เน้นการสร้างการเติบโตระยะยาว ผ่านการลงทุนในหุ้นคุณภาพสูงทั่วโลก และได้รับเรตติ้งระดับ 5 ดาวจาก Morningstar เน้นบริษัทที่มีความแข็งแรงเรื่องกำไรที่เติบโตดี
KFGGRMF: Global Growth RMF ระดับ Morningstar 5 ดาว เน้นลงทุนในบริษัทระดับโลกที่มีศักยภาพเติบโตสูง เช่น กลุ่มเทคโนโลยีใหม่ และธุรกิจที่เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจโลกในระยะยาว ผ่านการบริหารจากกองทุน Baillie Gifford

“กฤช” ย้ำเตือนให้นักลงทุนเริ่มวางแผนภาษีและทยอยซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยสามารถซื้อกองทุน RMF และ Thai ESG ได้จนถึงวันที่ 30 ธ.ค.2568 การรอจนถึงวันสุดท้ายอาจทำให้พลาดโอกาสรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีในปีนี้ไปได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...