บางกะปิ เดือด! ผู้สมัคร สส.เพื่อไทย แจ้งความ หลังถูกทำลายป้ายหาเสียง พบภาพวงจรปิดหลักฐานชัด
บางกะปิ เดือด! ผู้สมัคร สส.เพื่อไทย แจ้งความ หลังถูกทำลายป้ายหาเสียง พบภาพวงจรปิดหลักฐานชัด เจ้าตัวลั่น “อย่าทำกันแบบนี้เลยครับ”
วันที่ 29 ธ.ค. 2568 นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 14 บางกะปิ-วังทองหลาง (แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์) เบอร์ 2 พรรคเพื่อไทย (พท.) เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดพร้าว ว่าป้ายหาเสียงถูกทำลาย ซึ่งมีความผิดตามกฎหมายอาญา ฐานทำให้เสียทรัพย์ (มาตรา 358) มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณปากซอยนวมินทร์ 21 แขวงคลองจั่นเขตบางกะปิ พร้อมทั้งตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด พบว่า เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 00.19 น. มีกลุ่มบุคคลจำนวน 4 คน ลงจากรถกระบะสีขาวได้ลงมือกระชากและทำลายป้ายของนายพงศกร พรรค พท. จนเสียหาย และนำป้ายของพรรคดังกล่าวมาติดทับแทนที่
ทั้งนี้ นายพงศกร กล่าวว่า ตนเป็นผู้เสียหายจึงรีบเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย “ผมขอเรียกร้องความเป็นธรรม และความถูกต้อง ซึ่งการกระทำดังกล่าว ได้สร้างความเสียหาย เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และไร้มารยาททางการเมือง ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่สร้างสรรค์” นายพงศกร กล่าว
ขณะเดียวกัน นายพงศกร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า วงจรปิดชัด อย่าทำกันแบบนี้เลยครับ ป้ายหาเสียง ถูกทำลาย ผมเป็นผู้เสียหาย ขออนุญาตแจ้งความตามกฎหมาย นะครับ
ผมได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่าป้ายหาเสียงของผมถูกทำลาย บริเวณปากซอยนวมินทร์ 21 จึงไปตรวจสอบ พบว่าป้ายถูกกระชากและทำลาย แล้วเอาป้ายของผู้สมัคร พรรคการเมืองอื่น มาติดทับแทนที่ โดยที่ป้ายของผมพังยับเยิน ติดคาอยู่ที่เสา
ผมจึงได้เข้าแจ้งความ ที่ สน.ลาดพร้าว ซึ่งมีความผิดตามกฎหมายอาญา ฐานทำให้เสียทรัพย์ (มาตรา358) มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิด ซึ่งภาพกล้องวงจรปิด เป็นหลักฐานชี้ชัดว่า เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 00.19 น. มีกลุ่มบุคคลจำนวน 4 คน เป็นทีมงานติดป้ายจากพรรคการเมืองหนึ่ง ลงจากรถกระบะสีขาว เดินเข้าไปกระชากและทำลายป้ายหาเสียงของผมจนเสียหาย
การเคารพคนอื่น ถือเป็นเกียรติของตัวเอง อย่าทำร้ายใคร เพียงเพื่อให้ตัวเองดูเหนือกว่าเลยนะครับ เพราะผมเชื่อว่าการมีน้ำใจและมีมารยาททางการเมือง คือ ความสำเร็จที่งดงามเสมอ การเมืองควรสร้างสรรค์และควรก้าวข้ามความขัดแย้ง ครับผม
"กวีวงศ์" ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย เขตบางนา พระโขนง วอนผู้เห็นต่างทางการเมืองหยุดกลั่นแกล้ง ชี้การเขียนหมายเลขผู้สมัครหรือหมายเลขพรรคลงบนป้ายหาเสียงของผู้อื่น สร้างความสับสนให้กับสังคม
ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย บางนา พระโขนง - นายกวีวงศ์ อยู่วิจิตร ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย เขตบางนา พระโขนง เบอร์ 11 เปิดเผยว่า ตนพบการกระทำที่ไม่เหมาะสม โดยมีการเขียนหมายเลขผู้สมัครหรือหมายเลขพรรคการเมืองอื่นลงบนแผ่นป้ายหาเสียงของตนในหลายจุดของพื้นที่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสับสนแก่ประชาชนและสังคมโดยรวมได้
นายกวีวงศ์ ระบุว่า ในเบื้องต้นได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ เพื่อขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด บริเวณที่พบการกระทำดังกล่าว เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าเป็นการกระทำของผู้ใดหรือผู้ไม่ประสงค์ดีรายใด พร้อมทั้งจะพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะนี้ซ้ำอีก
นายกวีวงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย เป็นกระบวนการสำคัญในการได้มาซึ่งผู้แทนของประชาชน โดยยึดหลัก “หนึ่งสิทธิ์ หนึ่งเสียง” เพื่อให้ประชาชนสามารถตัดสินใจเลือกผู้แทนจากข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน และเป็นธรรม
การกระทำดังกล่าวไม่เพียงสร้างความสับสนต่อผู้พบเห็น แต่ยังเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเกิดขึ้นในสังคมประชาธิปไตย ซึ่งควรแข่งขันกันด้วยนโยบาย แนวคิด และการทำงานเพื่อประชาชน มากกว่าการใช้วิธีการที่บิดเบือนหรือสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อน
”จึงขอวอนผู้ที่เกี่ยวข้องให้ยุติการกระทำดังกล่าว และร่วมกันรักษาบรรยากาศการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างสุจริต โปร่งใส และสร้างสรรค์ เพื่อไม่เพิ่มความขัดแย้งให้กับสังคม ซึ่งในปัจจุบันก็เผชิญกับปัญหามากพออยู่แล้ว“ นายกวีวงศ์ กล่าว
"ยศชนัน" วอนเล่นการเมืองสร้างสรรค์หลัง พท.ถูกทำลายป้ายหาเสียงหลายเขต ชี้มองไม่ถูกต้องหลังถูกวิจารณ์เป็นพรรคตัวแปรอันดับ 3 เชื่อ ปชช.ยังไม่ตัดสิน
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีที่มีผู้ไม่หวังดีมาเขียนเบอร์ของพรรคการเมืองอื่นลงในป้ายหาเสียงผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย ในขณะที่บางเขตมีการทำลายป้ายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยอีกด้วยว่า ตรงนี้ต้องรณรงค์ว่าควรจะทำการเมืองที่สร้างสรรค์ ส่วนประเด็นการวางป้ายของพรรคในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม เราก็น้อมรับ และทีมงานก็พร้อมที่จะปรับปรุง เรื่องนี้หากพบเห็นสามารถแจ้งเข้ามามายังพรรคเพื่อไทยได้ เพื่อให้การเมืองดีขึ้น เพราะปีหน้าจะต้องเป็นปีแห่งความหวังของประชาชน
เมื่อถามถึงกรณีที่หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่าพรรคเพื่อไทยจะมาเป็นพรรคอันดับ 3 เป็นพรรคตัวแปร นายยศชนัน กล่าวว่า การมองแบบนี้เป็นการมองที่ไม่ถูกต้อง สิ่งสำคัญขณะนี้คือประชาชนยังไม่ได้ตัดสินใจ เป็นการที่ไม่ฟังเสียงประชาชนแม้แต่นิดเดียว คิดว่าเรื่องนี้ต้องเปลี่ยนแปลง สิ่งสำคัญที่สุดในเวทีนี้คือการพูดคุยกันไปข้างหน้า สิ่งที่ประชาชนอยากฟังตอนนี้คือการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจเชิงโครงสร้าง ที่คิดว่าจะมีประเด็นเหล่านี้เพิ่มเติมให้ การมองประเด็นปัญหาในสายตาของประชาชนทุกช่วงวัย เป็นสิ่งที่เราจะมาเริ่มดูว่า แต่ละพรรคการเมืองใด มีนโยบายเรื่องนี้อย่างไรบ้าง
นายยศชนัน กล่าวว่า ขณะที่เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.ตนได้แสดงความยินดีกับประชาชนที่อยู่บริเวณชายแดน ที่ขณะนี้สถานการณ์เริ่มสงบ ผ่านการพูดคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ซึ่งเราบอกเสมอว่าเรื่องเกี่ยวกับการต่างประเทศและความมั่นคง พวกเราเป็นทีมเดียวกัน เมื่อตรงนี้เกิดความสงบสุข เราก็พร้อมสนับสนุน รวมถึงได้พูดคุยว่าขั้นตอนต่อไปควรจะดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง ทำให้นักเรียนสามารถกลับไปเรียนได้ ประชาชนสามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติโดยเร็ว
เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าปัญหาชายแดนจะทำให้พรรคเพื่อไทยเสียเปรียบในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดน นายยศชนัน กล่าวว่า ถ้าเรามีความจริงใจในพื้นที่ตลอดเวลา และไม่มีความบกพร่องในเรื่องนี้ ตนมั่นใจว่าประชาชนจะให้โอกาสพรรคเพื่อไทย และมั่นใจว่าจะสามารถรักษาฐานเสียงในพื้นที่จังหวัดชายแดนได้ ซึ่งขณะนี้ผู้สมัคร สส.ของพรรคและประชาชนก็มีความเข้าใจ
เมื่อถามถึงแผนการลงพื้นที่ช่วยหาเสียงในกรุงเทพฯ หลังได้ชิมลางไปแล้ว 2 เขต หลังจากนี้จะมีแผนอย่างไร นายยศชนัน กล่าวว่า ในพื้นที่กรุงเทพฯ จะต้องมีวิธีการสื่อสารบางรูปแบบ เพราะขณะนี้ประชาชนบางส่วนได้ทยอยกลับภูมิลำเนา แต่สิ่งที่สำคัญสุดคือการเข้าใจเรื่องปัญหาและพยายามแก้ไขในเชิงโครงสร้าง ปัจจุบันผู้สมัครของพรรคได้ลงพื้นที่ โดยได้รวมประเด็นความจำเป็นในการช่วยเหลือต่างๆ หากสิ่งใดที่สามารถทำได้ในตอนนี้ก็ทำเลย ไม่ต้องรอเลือกตั้ง ซึ่งเราได้แสดงความจริงใจในการลงพื้นที่ตลอดเวลา เพื่อที่จะทำให้ประชาชนเชื่อและกลับมาเลือกพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง