รวมมาตรการแบงก์ ช่วยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก อุทกภัย
ธนาคารและสถาบันการเงินออกมาตรการทางการเงินช่วยเหลือผู้ประสบ อุทกภัยในหาดใหญ่และภาคใต้
ธปท. กำชับเร่งช่วยเหลือลูกหนี้
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำชับให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยที่มิใช่สถาบันการเงิน เร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้
ภายใต้แนวทางผ่อนปรนหลักเกณฑ์ที่แบงก์ชาติได้เคยกำหนดไว้แล้ว ดังนี้
1. สินเชื่อบัตรเครดิต สามารถพิจารณาปรับลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำสำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ ให้ต่ำกว่าอัตราที่ ธปท. กำหนดได้ เป็นระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน นับตั้งแต่วันที่พื้นที่นั้น ๆ ถูกประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย
2. สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับและสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล สามารถพิจารณาเงื่อนไขวงเงินชั่วคราวกรณีฉุกเฉินให้เกินกว่าอัตราที่ ธปท. กำหนดได้ เพื่อให้ลูกหนี้มีแหล่งเงินทุนฉุกเฉินเพียงพอสำหรับการฟื้นฟูความเสียหายอันเนื่องมาจากปัญหาสาธารณภัย โดยให้อนุมัติวงเงินดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ไม่เกิน 12 เดือน นับตั้งแต่วันที่พื้นที่นั้น ๆ ถูกประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย
3. สินเชื่อทุกประเภท สามารถพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนและสภาพคล่องแก่ลูกหนี้เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจต่อได้ รวมถึงการปรับเงื่อนไข เช่น ลดหรือยกเว้นดอกเบี้ยค่าธรรมเนียม ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้
โดยให้อนุมัติวงเงินดังกล่าวโดยเร็ว ไม่เกิน 12 เดือน นับตั้งแต่วันที่พื้นที่นั้น ๆ ถูกประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ทั้งนี้ ระหว่างให้ความช่วยเหลือ ธปท. จะผ่อนปรนหลักเกณฑ์การจัดชั้นลูกหนี้ ให้คงการจัดชั้นเดิมเช่นเดียวกับก่อนประสบสาธารณภัยได้
ธปท. ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนทุกท่านที่กำลังเผชิญกับภัยพิบัติในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยจะได้รับความช่วยเหลือ เพื่อให้ผ่านพ้นปัญหาไปได้
โดยลูกหนี้สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากสถาบันการเงิน และผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยที่มิใช่สถาบันการเงินที่ท่านใช้บริการได้โดยตรง และหากต้องการสอบถามเพิ่มเติม ติดต่อแบงก์ชาติ ได้ที่ 1213
“กรุงไทย”
ธนาคารกรุงไทย ห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และอีกหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อย และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มุ่งบรรเทาความเดือดร้อน ช่วยลดภาระทางการเงิน ครอบคลุมการลดดอกเบี้ย และลดค่างวดชำระหนี้ พร้อมเสริมสภาพคล่องในการดำรงชีพและซ่อมแซมทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย
นายเอกชัย เตชะวิริยะกุล ประธานผู้บริหาร Risk ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทย มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเฉียบพลันทั้งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และอีกหลายจังหวัดในภาคใต้ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน การประกอบอาชีพ และการดำรงชีพของลูกค้า ประชาชนเป็นวงกว้าง
ธนาคารกรุงไทยได้ออกมาตรการทางการเงิน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ครอบคลุมการลดภาระทางการเงิน ทั้งปรับลดค่างวดการผ่อนชำระ การปรับลดอัตราดอกเบี้ย และการให้วงเงินฉุกเฉินเสริมสภาพคล่องในการดำรงชีพ รวมถึงการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย
มาตรการแบ่งเบาภาระลูกค้าสินเชื่อปัจจุบัน
1.สินเชื่อบ้าน สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SSME (Term Loan) ลดค่างวดลง 75% ของค่างวดปัจจุบันนาน 1 ปี และลดดอกเบี้ยเป็น 0% ต่อปี นาน 3 เดือน หลังจากนั้น ดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี นาน 33 เดือน (รวมระยะเวลาดอกเบี้ยพิเศษ นาน 3 ปี)
- 2. สินเชื่อบุคคล (Term Loan)ลดค่างวดลง75% ของค่างวดปัจจุบัน นาน 1 ปี และ ลดดอกเบี้ยเป็น ดอกเบี้ยคงที่ 4.5% ต่อปี นาน 3 ปี
- 3. สินเชื่อเพื่อธุรกิจSMEให้ความช่วยเหลือครอบคลุม ทั้งการลดอัตราดอกเบี้ย ลดค่างวดการชำระหนี้ พักชำระเงินต้น ชำระเฉพาะดอกเบี้ย หรือพักชำระเงินต้น และ/หรือ พักชำระดอกเบี้ยบางส่วน ขยายระยะเวลาสัญญา/ปรับตารางผ่อนชำระหนี้ เป็นต้น โดยเงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาลูกค้าแต่ละรายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด ซึ่งธนาคารจะพิจารณาให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย เพื่อลดภาระทางการเงิน และสะท้อนภาวะเศรษฐกิจและรายได้ของลูกค้าที่น่าจะฟื้นตัวในอนาคต
มาตรการสินเชื่อเพื่อกู้ซ่อมบ้าน / กู้ฟื้นฟูกิจการสำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ขอวงเงินเพิ่มเติม หรือลูกค้าใหม่
- 1. สินเชื่อบ้านTop upสินเชื่อบ้านแลกเงิน และ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SSME (Term Loan) ดอกเบี้ยคงที่ 0% ต่อปี นาน 3 เดือน หลังจากนั้น ดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี นาน 33 เดือน (รวมระยะเวลา ดอกเบี้ยพิเศษ นาน 3 ปี กรณีสินเชื่อบ้าน ฟรีค่าประเมินและค่าจดจำนอง)
- 2. สินเชื่อบุคคล (Term Loan)ดอกเบี้ยคงที่4.5% ต่อปี นาน 3 ปี
- 3. สินเชื่อธุรกิจSME (Term Loan) ระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% ต่อปี หลังจากนั้น MLR-1% ต่อปี
ธนาคารกรุงไทย ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมเคียงข้างให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง เพื่อให้พี่น้องผู้ประสบภัยผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างรวดเร็ว สำหรับลูกค้าที่มีความประสงค์เข้าร่วมมาตรการความช่วยเหลือของธนาคาร สามารถติดต่อได้ที่ ธนาคารทุกสาขา หรือสาขาที่มีบัญชีเงินกู้ ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 - วันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยยื่นความประสงค์เข้าร่วมมาตรการภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Krungthai Contact Center โทร. 02-111-1111
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
*สินเชื่อบ้าน Top up และ สินเชื่อบ้านแลกเงิน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาเท่ากับ 5.056% ต่อปี (ณ วันที่ 15 ส.ค. 68) | สมมติฐานการคำนวณจากวงเงินกู้ 1 ล้านบาท อายุสัญญา 20 ปี ผ่อนชำระ 8,100 บาท/เดือน | MLR = 6.50% ต่อปี (ณ วันที่ 15 ส.ค. 68) | **สินเชื่ออเนกประสงค์ สำหรับบุคลากรภาครัฐ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาอยู่ระหว่าง 6.295% - 10.795% ต่อปี (ณ วันที่ 15 ส.ค. 68) สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR -0.75% ถึง MRR +3.75% ต่อปี | สินเชื่ออเนกประสงค์ สำหรับพนักงานเอกชน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาอยู่ระหว่าง 7.045% - 12.045% ต่อปี (ณ วันที่ 15 ส.ค. 68) สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR ถึง MRR +5.00% ต่อปี | สินเชื่อสวัสดิการข้าราชการการเมืองท้องถิ่น อัตราดอกเบี้ยปกติอยู่ที่ 10.545% ต่อปี (ณ วันที่ 15 ส.ค. 68) สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR+3.50% ต่อปี | MRR = 7.045% ต่อปี (ณ วันที่ 15 ส.ค. 68) | สินเชื่อกรุงไทย Smart Money อัตราดอกเบี้ยปกติอยู่ระหว่าง 20% - 24% ต่อปี | ยกเว้น สินเชื่อธนวัฏ, สินเชื่ออเนกประสงค์ สำหรับข้าราชการผู้รับบำนาญ และสินเชื่อเพื่อการศึกษาในและต่างประเทศ เงื่อนไขและหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด | ***สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME MLR = 6.50% ต่อปี (ณ วันที่ 15 ส.ค. 68) | สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SSME สำหรับผู้ประกอบการที่มียอดขายไม่เกิน 100 ล้านบาท และวงเงินกู้ไม่เกิน 20 ล้านบาท | สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางที่มียอดขายมากกว่า 100 ล้านบาท หรือวงเงินกู้มากกว่า 20 ล้านบาทขึ้นไป | อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ สามารถตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ www.krungthai.com | เงื่อนไขและหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
ไทยพาณิชย์
ธนาคารไทยพาณิชย์ ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ รวมทั้งพื้นที่ประสบอุทกภัยจังหวัดอื่นที่ได้รับผลกระทบ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย โดยให้ความช่วยเหลือทั้งกลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการและลูกค้าผู้ประกอบการ SME ทั้งมาตรการพักชำระและสินเชื่อพิเศษเพื่อซ่อมแซมบ้านและกิจการอย่างเต็มที่
จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น ได้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุดในภาคใต้ ซึ่งได้รับผลกระทบครอบคลุมพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวมทั้งพื้นที่ประสบอุทกภัยจังหวัดอื่นๆ ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ตระหนักถึงความเดือดร้อนดังกล่าว และพร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าในการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือ ทั้งลูกค้าบุคคล ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ และลูกค้าผู้ประกอบการ SME ครอบคลุมทั้งลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ ทั้งในรูปแบบการพักชำระหนี้ และการสนับสนุนสินเชื่อใหม่เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย รวมถึงฟื้นฟูกิจการที่ได้รับผลกระทบ โดยมีรายละเอียดดังนี้
กลุ่มลูกค้าบุคคล และกลุ่มลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ ประกอบด้วย
สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
สำหรับลูกค้าปัจจุบัน - สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบ้านคือเงิน (My Home My Cash) พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน3 เดือน พักชำระเงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย
สำหรับลูกค้าใหม่ - สินเชื่อบ้านได้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมบ้าน (สินเชื่อบ้านได้เพิ่ม สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้าน (Home Loan Top Up) หรือ สินเชื่อบ้านได้เพิ่ม สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้านคือเงิน (My Home My Cash Top Up)) ดอกเบี้ย0% นาน 3 เดือน ฟรีค่าประเมินราคาหลักประกัน ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม และ อาคารพาณิชย์
สินเชื่อรถยนต์ สำหรับลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ สามารถพักชำระหนี้สูงสุดนาน 3 เดือน และขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุด 3 เดือน (รวมอายุผู้กู้ไม่เกิน 65 ปี)
สินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ (SSME)
สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการปัจจุบัน พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน 3 เดือน พักชำระเงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย
ลูกค้าสามารถติดต่อขอเข้าร่วมโครงการได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือโทร SCB Call Center โทร 02-777-7777 ได้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568
ลูกค้าผู้ประกอบการ SME ธนาคารมีโครงการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อม ผ่าน 4 มาตรการหลัก ประกอบด้วย 1) พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน 6 เดือน 2) พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุดนาน 3 เดือน 3) เพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราว วงเงินสูงสุด 20% ของวงเงินหมุนเวียนเดิม และไม่เกิน 10 ล้านบาท 4) วงเงินกู้สำหรับปรับปรุง ซ่อมแซม หรือซื้อทดแทนทรัพย์สินที่เสียหายของกิจการ สูงสุด 20% ของวงเงินเดิม ไม่เกิน 10 ล้านบาท
ลูกค้าผู้ประกอบการ SME สามารถติดต่อขอเข้าร่วมโครงการได้ที่เจ้าหน้าที่ธุรกิจสัมพันธ์ และ SCB Business Call Center โทร 02-722-2222 ได้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568
ธนาคารไทยพาณิชย์ขอส่งกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ พร้อมดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้สามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ทั้งนี้ ธนาคารจะเร่งดำเนินการพิจารณาคำร้องของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างรอบคอบและทันท่วงที เพื่อให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว สำหรับสินเชื่อบ้านได้เพิ่ม อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ระหว่าง 4.662%- 13.397% ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate : MRR ) ปัจจุบันเท่ากับ 6.775%ต่อปี มีผลวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว สามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามประกาศของธนาคาร รายละเอียดการคำนวณเพิ่มเติมดูได้ที่ เว็บไซต์ www.scb.co.th
ธนาคารกสิกรไทย
มาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ดังนี้
มาตรการช่วยเหลือลูกค้าบุคคล
- สินเชื่อบ้านกสิกรไทย พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
- สินเชื่อบ้านกู้เพิ่มได้เพื่อซ่อมแซมบ้าน อัตราดอกเบี้ย 0% 3 เดือน ฟรีค่าประเมินหลักประกัน
- บัตรเครดิตกสิกรไทย, สินเชื่อเงินด่วน Xpress Loan และบัตรเงินด่วน Xpress Cash พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
- สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% ระยะเวลา 3 เดือน และขยายระยะเวลาผ่อน 3 เดือน
มาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจ
- วงเงินสินเชื่อเดิม พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
- สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมสถานประกอบการ ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี ดอกเบี้ย 3.5% ใน 2 ปีแรก โดยให้พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
ลูกค้าสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่
- ลูกค้าบุคคลติดต่อที่ K-Contact Center 02-8888888
- ลูกค้าธุรกิจติดต่อที่ผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้าหรือ K-BIZ Contact Center 02-8888822
- ลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ติดต่อที่ KLeasing Call Center 02-6969999
.
สินเชื่อบ้านกู้เพิ่มได้ : กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยอยู่ระหว่าง 5%-6% ต่อปี สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ย MRR ณ วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568 = 6.78% ต่อปี ทั้งนี้ “อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้“ เดือนที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เดือนที่ 4-36 อัตราดอกเบี้ย 4.88% ต่อปี หลังจากนั้นคิดตามอัตราดอกเบี้ย MRR จนสิ้นสุดสัญญา อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 4.47% ต่อปี ฟรีค่าประเมินหลักประกัน มูลค่า 3,000 บาท ศึกษารายละเอียดการคำนวณ ข้อจำกัด เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ K-Contact Center 02-8888888
ทีทีบี ออกมาตรการ “ตั้งหลัก”
จากสถานการณ์อุทกภัยช่วงปลายปี 2568 ทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้และภาคกลางที่กำลังประสบภัยอยู่ในขณะนี้ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เร่งออกมาตรการ “ตั้งหลัก” ที่ครอบคลุม เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน รวมทั้งเพิ่มสภาพคล่องให้ทั้งลูกค้าบุคคล ผู้ประกอบการธุรกิจและ SME
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ธนาคารมีความห่วงใยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน และสถานประกอบธุรกิจ ทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จึงได้ออกมาตรการ “ตั้งหลัก” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน หวังให้ลูกค้าสามารถฟื้นตัว กลับมาตั้งหลักและก้าวเดินต่อไปสู่การมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น สามารถเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย. 2568 - 31 ม.ค. 2569 โดยมีรายละเอียดของมาตรการดังนี้
มาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ เพื่อแบ่งเบาภาระ
- ลูกค้าสินเชื่อบ้านสามารถขอพักชำระเงินต้นได้ นาน 3 เดือน (ชำระคืนแต่ดอกเบี้ยอย่างเดียว) หรือ ขอวงเงินกู้เพิ่ม เพื่อซ่อมแซมบ้าน ด้วยบัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงิน ดอกเบี้ย 0% นาน 2 เดือนแรก (กรณีลูกค้าที่มีบัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงินอยู่แล้ว สามารถทำรายการเบิกใช้เงินสดได้ ผ่านตู้ ATM หรือแอป ttb touch ดอกเบี้ย 0% นาน 2 เดือนแรก โดยต้องลงทะเบียนก่อน)
- ลูกค้าสินเชื่อรถยนต์สามารถขอพักชำระค่างวดได้ นาน 3 เดือน
- ลูกค้าสินเชื่อบุคคล / บัตรเครดิตสามารถขอพักชำระหนี้ได้ นาน 2 รอบบัญชี โดยยังคิดดอกเบี้ยตามปกติ
- ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ หรือสินเชื่อ SME ประเภทสินเชื่อระยะยาว จะได้รับการพิจารณาชำระแบบปลอดเงินต้น เป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน หรือ ประเภทสินเชื่อหมุนเวียน จะได้รับการพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืนเงินต้นสูงสุด 6 เดือน หรือ ประเภทสินเชื่อเช่าซื้อธุรกิจ จะได้รับการพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืน หรือปรับลดยอดผ่อนชำระลงสูงสุด 70% ของยอดผ่อนชำระเดิมนาน 6 เดือน
ช่องทางการติดต่อธนาคาร
- ลูกค้าบุคคล : สอบถามความช่วยเหลือ ติดต่อคุณ Yindee ผ่าน ttb touch หรือ ทีทีบี คอนแทค เซ็นเตอร์ โทร 1428 และสาขาของทีทีบี
- ลูกค้าธุรกิจ : ติดต่อเจ้าหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจของท่าน หรือศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม โทร. 0 2643 7000 (วันจันทร์ - วันเสาร์ เวลา 8:00 – 20:00 น.) ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดธนาคาร
มาตรการความคุ้มครอง สำหรับลูกค้าที่มีประกัน
ลูกค้าสินเชื่อบ้าน ที่มีความคุ้มครองประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย และได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม กรณีเป็นลูกค้าสินเชื่อบ้านทีทีบี และทีเอ็มบี (เดิม) สามารถรับความคุ้มครองได้โดยอัตโนมัติ ภายใต้เงื่อนไขการมอบ “ประกันฟรี” แจ้งเคลมผ่าน ชับบ์สามัคคีประกันภัย โทร.0 2611 4425
ลูกค้าประกันภัย ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ติดต่อ บริษัทผู้รับประกันภัย ได้ที่
- ธนชาตประกันภัย โทร. 1519
- ชับบ์สามัคคีประกันภัย โทร. 1758
- เมืองไทยประกันภัย โทร. 1484
- อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย โทร. 1292
- แอลเอ็มจีประกันภัย โทร. 1790
- แอกซ่าประกันภัย โทร. 0 2118 8111
- วิริยะประกันภัย โทร. 1557
ลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัย และลูกค้าบัญชี ttb all free ที่ได้รับความคุ้มครองอุบัติเหตุจากการคงเงินฝากตามเงื่อนไข ติดต่อ ธนชาตประกันภัย โทร. 1519
ลูกค้าธุรกิจที่มีประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ติดต่อ อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย โทร. 1292
สามารถตรวจสอบความคุ้มครองได้ที่“เมนูประกัน” ในแอป ttb touch
ทีทีบีขอส่งความห่วงใยไปยังลูกค้าทุกท่านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ โดยพร้อมเคียงข้างและช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถก้าวผ่านเหตุการณ์ในครั้งนี้ไปด้วยกัน
รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ https://www.ttbbank.com/th/tang-luk
ธนาคารยึดมั่นในแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยสนับสนุนให้ลูกค้ากู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว: ลูกค้าสินเชื่อบ้าน ที่ต้องการวงเงินกู้เพิ่ม ด้วยบัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงิน ดอกเบี้ย 0% นาน 2 เดือนแรก เดือนที่ 3 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR + 0.52% ต่อปี โดย MRR ณ วันที่ 15 ส.ค. 2568 = 7.305% ต่อปี • อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ • หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
กรุงศรี
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และบริษัทในเครือ (กรุงศรี) ห่วงใยลูกค้าและผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ และพร้อมเคียงข้างให้ความช่วยเหลือผ่านมาตรการเร่งด่วน ซึ่งครอบคลุมทั้งลูกค้าบุคคล และลูกค้าธุรกิจ SME ที่ได้รับผลกระทบ
รายละเอียดมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ประกอบด้วย
ลูกค้าสินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อ SME รายย่อย ประกอบด้วย
- ลดค่างวด ครอบคลุมดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละเดือน สูงสุดระยะเวลา 6 เดือน หรือ
- พักชำระเงินต้น (ชำระเพียงดอกเบี้ย) สูงสุดระยะเวลา 3 เดือน
แจ้งความประสงค์ขอรับมาตรการช่วยเหลือได้ที่สาขาของธนาคารกรุงศรีอยุธยาทั่วประเทศ หรือ Krungsri Call Center 1572 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 ธันวาคม 2568 โดยเงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาลูกค้าแต่ละรายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด
ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ SME ประกอบด้วย
- ลดค่างวด ครอบคลุมดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละเดือน สูงสุดระยะเวลา 6 เดือน หรือ
- พักชำระเงินต้น (ชำระเพียงดอกเบี้ย) สูงสุดระยะเวลา 6 เดือน
แจ้งความประสงค์ขอรับมาตรการช่วยเหลือได้ที่ผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์ (Relationship Manager) หรือ สอบถามโทร. 02-296-6262 หรือ 02-626-2626 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 ธันวาคม 2568
ลูกค้าสินเชื่อกรุงศรี ออโต้
- พักชำระค่างวด เป็นระยะเวลา 3 เดือน
แจ้งความประสงค์ขอรับมาตรการช่วยเหลือ สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม ได้ที่ กรุงศรี ออโต้
โทร. 02-740-7400 กด 3 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2568
ลูกค้าบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ มีรายละเอียดดังนี้
มาตรการที่ 1: พักชำระหนี้ นานสูงสุด 2 รอบบัญชี สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยพักชำระหนี้สูงสุดไม่เกิน 2 รอบบัญชี ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึง มกราคม 2569 โดยระหว่างเข้าร่วมมาตรการพักชำระดังกล่าว ดอกเบี้ยยังคงคำนวณตามอัตราปกติแบบลดต้นลดดอก
ทั้งนี้ ลูกค้าซึ่งประสงค์จะขอรับความช่วยเหลือจากโครงการดังกล่าว สามารถติดต่อมายังบริษัทฯ เพื่อลงทะเบียนแจ้งความจำนงภายใน 31 มกราคม 2569 ผ่านทางศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิตและสินเชื่อในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ (ทุกวัน ตลอด 24 ชม.) หรือ Helpline : 02-714-5155 (ในเวลาทำการ จันทร์ถึงศุกร์ 8.30 – 17.30 น.) และจะได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี (การพิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของบริษัท)
มาตรการที่ 2: ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือน ด้วยการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระ (ปรับปรุงโครงสร้างหนี้) (ทั้งนี้ ไม่รวมลูกค้าที่ได้รับการช่วยเหลือในมาตรการอื่นสูงสุดอยู่แล้ว) โดยลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมมาตรการ สามารถติดต่อมายังบริษัทฯ เพื่อลงทะเบียนแจ้งความจำนง ผ่านทางศูนย์บริการสมาชิกบัตรฯ (ทุกวัน ตลอด 24 ชม.) หรือ Helpline: 02-714-5155 (ในเวลาทำการ จันทร์ถึงศุกร์ 8.30 – 17.30 น.) และจะได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี (การพิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของบริษัท)
ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามได้จากเว็บไซต์ www.krungsriconsumer.com หรือ ติดต่อศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิตและสินเชื่อในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ดังรายละเอียดต่อไปนี้
- ศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิต กรุงศรี 02-646-3555
- ศูนย์บริการสมาชิกบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ 02-345-6789
- ศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน 02-627-8111
- ศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิตโลตัส1712
นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันรถยนต์และประกันทรัพย์สินผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารได้มีบริการพิเศษ จาก บมจ. อลิอันซ์อยุธยา ประกันภัย สำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยเฉพาะ โดยสามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วมมาตรการและบริการได้เว็บไซต์ของธนาคาร หรือติดต่อ 1292 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
ดูรายละเอียดมาตการช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ที่ www.krungsri.com
ธ.ไทยเครดิต
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) พร้อมเคียงข้างลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ “อุทกภัย” ในพื้นที่ภาคใต้ ด้วยมาตรการเร่งด่วน เพื่อบรรเทาภาระด้านการเงิน และช่วยให้ลูกค้าฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า SME, MSME, Retail, Nano & Micro Finance และลูกค้าทั่วไป ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจท้องถิ่น
รายละเอียดมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับ ผลกระทบจาก “อุทกภัย” ในพื้นที่ภาคใต้ ดังนี้
- พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 2 เดือน
- พักชำระเงินต้น / ปรับลดค่างวด และหรือขยายระยะเวลา / ปรับลดอัตราดอกเบี้ย สูงสุด 12 เดือน
สำหรับลูกค้าธนาคารไทยเครดิต ผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว สามารถแจ้งความประสงค์ เพื่อขอรับการช่วยเหลือได้ตั้งแต่ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 - 31 ธันวาคม 2568 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ลูกค้าสัมพันธ์ของธนาคาร ไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) โทร. 02-697-5454 หรือดูรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ที่ www.thaicreditbank.com
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)
EXIM BANK ช่วยลูกค้าฝ่าวิกฤตน้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่และภาคใต้เพิ่มมาตรการยืดหนี้อัตโนมัติ 30 วัน เสริมด้วยมาตรการช่วยเหลือครบวงจร
นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องจนเกิดน้ำท่วมฉับพลัน สร้างความเสียหายในวงกว้างในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นที่ตั้งสาขาของ EXIM BANK ดูแลลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด EXIM BANK จึงออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเพิ่มเติม เพื่อบรรเทาภาระทันที ทั้งในส่วนของวงเงินกู้ระยะสั้น วงเงินกู้ระยะยาว รวมถึงสินเชื่อปรับโครงสร้างหนี้ ที่ครบกำหนดชำระในช่วงเดือนธันวาคม 2568 ด้วยการยืดหนี้อัตโนมัติเป็นระยะเวลา 30 วัน เพื่อบรรเทาผลกระทบอย่างเร่งด่วนให้แก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประกาศ ซึ่งอาจประสบปัญหาความยากลำบาก ไม่สามารถติดต่อกลับมายังธนาคารได้
นอกจากนี้ ลูกค้า EXIM BANK สามารถแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือกรณีได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในภาคใต้ได้ดังนี้
มาตรการช่วยเหลือสำหรับวงเงินกู้ระยะสั้น
- ขยายระยะเวลาตั๋วสัญญาใช้เงิน สูงสุด 180 วัน
- เพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราว สูงสุด 20% ของวงเงินหมุนเวียนเดิม ทั้งนี้ ไม่เกิน 2 ล้านบาท โดยใช้อัตราดอกเบี้ยเดิม
- เปลี่ยนแปลงภาระหนี้ระยะสั้น เป็นภาระหนี้ระยะยาว ผ่อนชำระสูงสุด 3 ปี
มาตรการช่วยเหลือสำหรับวงเงินกู้ระยะยาว
- ขยายระยะเวลาเงินกู้ สูงสุด 7 ปี
- ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ปีแรกลง 50% หรือจ่ายดอกเบี้ยเพียง 50% ในช่วง 6 เดือนแรก
- พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุด 1 ปี
“EXIM BANK ขอส่งความห่วงใยต่อผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่และภาคใต้ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน เพื่อให้ลูกค้ามีสภาพคล่องหมุนเวียนหรือฟื้นฟูกิจการ สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง EXIM BANK พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือเยียวยา ติดต่อ EXIM Contact Center โทร. 0 2169 9999 หรือ EXIM Bank of Thailand Facebook”
ธนาคารกรุงเทพ
รายงานข่าวจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้
สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ
• ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของลูกหนี้ เช่น ลดยอดผ่อนชำระ ขยายเวลาการชำระหนี้ ปลอดการชำระเงินต้นเป็นการชั่วคราว ระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน
• สนับสนุนสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่เพิ่มเติม เพื่อเสริมสภาพคล่องระยะสั้น ซ่อมแซมสถานประกอบกิจการและฟื้นฟูกิจการ
• สนับสนุนสินเชื่อธุรกิจ SME ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ เริ่มต้น 3.5% ต่อปี นาน 2 ปี* หลังจากนั้นคิดไม่ต่ำกว่า MLR-1% ต่อปี
*ภายใต้โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB Boost Up
สำหรับลูกค้าสินเชื่อรายย่อย
• ธนาคารได้จัดเตรียมหลากหลายมาตรการเพื่อผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ โดยจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามระดับความรุนแรงที่ได้รับ ประกอบด้วย
บัตรเครดิต
- ปรับลดอัตราผ่อนชำระหนี้ ลดดอกเบี้ยค้างชำระขั้นต่ำ (Min Pay) จากอัตราปกติลง 3% เป็นระยะเวลาสูงสุด 6-12 เดือน
- ลดดอกเบี้ยค้างชำระสูงสุดไม่เกิน 75% ไม่เกิน 3 รอบบัญชี หรือ สูงสุดไม่เกิน 90 วัน
- พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน คิดอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี
- ปรับปรุงโครงสร้างหนี้
สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ
- สินเชื่อเงินกู้บัวหลวงสุขใจ ลดอัตราดอกเบี้ยจากอัตราปกติลง 1% หรือพักชำระเงินต้นเป็นระยะเวลาสูงสุด 3-6 เดือน
- สินเชื่อหมุนเวียนบัวหลวงอุ่นใจ ลดอัตราดอกเบี้ยจากอัตราปกติลง 1% เป็นระยะเวลาสูงสุด 3-6 เดือน
สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันและสินเชื่อส่วนบุคคล
- ลดยอดผ่อนชำระรายเดือนลงสูงสุด 40% (ชำระดอกเบี้ยทั้งจำนวน และชำระเงินต้นบางส่วน) เป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 6-12 เดือน
- ผ่อนชำระตามเงื่อนไขเดิม และลดอัตราดอกเบี้ย 0.5% เป็นระยะเวลาสูงสุด 3-6 เดือน
- พักชำระเงินต้น ยังคงชำระดอกเบี้ยทั้งจำนวน เป็นระยะเวลาสูงสุด 3-6 เดือน
- พักชำระเงินต้น ยังคงชำระดอกเบี้ยบางส่วน ไม่ต่ำกว่า 70% เป็นระยะเวลาสูงสุด 3 เดือน หรือไม่ต่ำกว่า 50% เป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน โดยดอกเบี้ยส่วนที่เหลือจะตั้งพักเอาไว้
สำหรับลูกค้าที่จะขอกู้เพิ่มและลูกค้าใหม่
• สนับสนุนสินเชื่อเงินกู้บัวหลวงพูนผล (สินเชื่อมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน) ผ่อนได้นานสูงสุดนาน 5 ปี อัตราดอกเบี้ยพิเศษ MRR-2% (4.65%) ต่อปี และฟรีค่าสำรวจและประเมินราคาหลักประกัน** เพื่อนำเงินไปซ่อมแซมที่อยู่อาศัย
ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัย สามารถแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมมาตรการ ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ได้ที่สาขา สำนักธุรกิจ และสายบัตรเครดิต รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bangkokbank.com และคอลเซนเตอร์ธนาคารกรุงเทพ โทร.1333 หรือ 0 2645 5555
*สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR-2% ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ย MRR ตามประกาศ ณ วันที่ 14 ส.ค. 68 เท่ากับ 6.65% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ รายละเอียดข้อมูลผลิตภัณฑ์และการชำระคืนหนี้และภาระต้นทุนในการกู้ยืมเพิ่มเติม ดูได้ที่เว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ
**ค่าสำรวจและประเมินหลักประกัน ขั้นต่ำ 3,000 บาท/แปลง (ไม่รวม VAT) (อัตราค่าบริการ ขึ้นอยู่กับประเภท ขนาด และจำนวนหลักประกัน อ้างอิงตามประกาศธนาคาร)
พร้อมกันนี้ ธนาคารขอเชิญร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย กองทุนบูรณะฟื้นฟูอุบัติภัย มูลนิธิชัยพัฒนา และมูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โดยสแกนเพื่อบริจาค หรือ บริจาคผ่านบัญชี
• มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ชื่อบัญชี “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย"
บัญชีกระแสรายวัน ธนาคารกรุงเทพ สาขาสำนักงานใหญ่สีลม เลขที่ 101-3-48488-4
*หากโอนผ่านเลขที่บัญชีและประสงค์ลดหย่อน 1 เท่า กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงิน พร้อมเขียนชื่อ-ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และเลขบัตรประชาชน เพื่อขอรับใบเสร็จรับเงินได้ที่ Line ID : @friendsofpa สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2054-6546
• มูลนิธิชัยพัฒนา ชื่อบัญชี "กองทุนบูรณะฟื้นฟูอุบัติภัย"
บัญชีกระแสรายวัน ธนาคารกรุงเทพ สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เลขที่ 909-3-00509-9
*หากโอนผ่านเลขที่บัญชีและประสงค์ลดหย่อน 2 เท่า กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงิน พร้อมเขียนชื่อ-ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และเลขบัตรประชาชน เพื่อขอรับใบเสร็จรับเงินได้ที่ e-mail : givedonate@gmail.com หรือ Line ID : @chaipat19 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายการเงิน โทร. 0-2447-8585-8 ต่อ 103 ในวันและเวลาทำการ
• มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ชื่อบัญชี "มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์"
บัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เลขที่ 641-0-15655-5
*หากโอนผ่านเลขที่บัญชีและประสงค์ลดหย่อน 2 เท่า กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงิน พร้อมเขียนชื่อ-ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และเลขบัตรประชาชน เพื่อขอรับใบเสร็จรับเงินได้ที่ Line ID : @shf.psu
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย และบริษัทในเครือ ขอร่วมเคียงข้างและบรรเทาภาระให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ด้วยมาตรการช่วยเหลือพิเศษสำหรับลูกค้าสินเชื่อทุกกลุ่ม เพื่อให้สามารถบริหารจัดการภาระทางการเงินได้อย่างต่อเนื่องในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม
สำหรับลูกค้าสินเชื่อรายย่อยทุกประเภท ธนาคารปรับลดค่างวด พร้อมขยายระยะเวลาผ่อนชำระ พักชำระค่างวดสูงสุด 3 เดือน ลูกค้าที่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการสามารถแจ้งได้ตั้งแต่ วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568 ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
- ลูกค้าสินเชื่อธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย โทร. 02 626 7070
- ลูกค้าสินเชื่อบริษัท ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้ โทร. 02 491 5555
- ลูกค้าสินเชื่อบริษัท เวิลด์ลีส โทร. 02 096 4599
สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ
- ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ (Corporate) สามารถติดต่อผู้บริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (RM) ที่ดูแลท่านโดยตรง
- ลูกค้าสินเชื่อ SME ธนาคารพักชำระเงินต้น หรือ ลดอัตราดอกเบี้ยเป็นการชั่วคราว สูงสุด 6 เดือน ลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่ วันนี้ – 31 มกราคม 2569 โทร. 02-638-8682 หรือ ติดต่อ RM ที่ดูแลท่าน
บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด (CardX)
บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด ห่วงใยลูกค้าและผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ และพื้นที่อื่นๆที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันจากมรสุมและสภาพอากาศที่ผิดปกติที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
บริษัทฯ ตระหนักถึงความเดือดร้อนของลูกค้า และพร้อมอยู่เคียงข้างเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ จึงได้ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาภาระทางการเงิน สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล โดยรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือ มีดังนี้
- ลูกค้าบัตรเครดิต CardX และ SCB รวมถึงบัตรกดเงินสด CardX SPEEDY CASH สามารถปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนด้วยการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระ (ปรับปรุงโครงสร้างหนี้)
- สำหรับลูกค้า CardX SPEEDY LOAN สามารถปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนด้วยการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระ (ปรับปรุงโครงสร้างหนี้) หรือ สามารถขอยืดระยะเวลาผ่อนชำระได้นานสูงสุด 3 เดือน
(หมายเหตุ: ไม่รวมลูกค้าที่ได้การช่วยเหลือในมาตรการอื่นสูงสุดอยู่แล้ว)
*เงื่อนไขและหลักเกณฑ์เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด (พื้นที่ประสบอุทกภัยอ้างอิงตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย)
โดยลูกค้าสามารถติดต่อสอบถามหรือขอเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือได้ที่
ศูนย์บริการลูกค้าคาร์ดเอกซ์ โทร. 1468 หรือ SCB Customer Center โทร. 02-777-7777 ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568
คาร์ดเอกซ์ ขอส่งกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ พร้อมดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้สามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ทั้งนี้ บริษัทฯจะเร่งดำเนินการพิจารณาคำร้องของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างรอบคอบและทันท่วงที เพื่อให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16 % ต่อปี
เพิ่มเติม
- บสย. พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด อัตโนมัติสูงสุด 12 เดือน ช่วย SME น้ำท่วมภาคใต้
- ธอส. ออก 7 มาตรการ “พักหนี้ - ลดเงินงวด” ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้
- ธ.ก.ส. ออกสินเชื่อฉุกเฉิน ดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือน ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
- SME D Bank ออกมาตรการพักหนี้-เติมทุนฉุกเฉิน ช่วยเอสเอ็มอีน้ำท่วมภาคใต้
- SAM ออกมาตรการพักชำระเงินต้น-ลดดอกเบี้ยสูงสุด 3 เดือน ช่วยเหลือลูกค้าผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้