โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รวมมาตรการแบงก์ ช่วยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก อุทกภัย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 พ.ย. 2568 เวลา 15.23 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2568 เวลา 06.27 น.

ธนาคารและสถาบันการเงินออกมาตรการทางการเงินช่วยเหลือผู้ประสบ อุทกภัยในหาดใหญ่และภาคใต้

ธปท. กำชับเร่งช่วยเหลือลูกหนี้

คลิก : รวมมาตรการของสถาบันการเงินในการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำชับให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยที่มิใช่สถาบันการเงิน เร่งให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

ภายใต้แนวทางผ่อนปรนหลักเกณฑ์ที่แบงก์ชาติได้เคยกำหนดไว้แล้ว ดังนี้

1. สินเชื่อบัตรเครดิต สามารถพิจารณาปรับลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำสำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ ให้ต่ำกว่าอัตราที่ ธปท. กำหนดได้ เป็นระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน นับตั้งแต่วันที่พื้นที่นั้น ๆ ถูกประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย

2. สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับและสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล สามารถพิจารณาเงื่อนไขวงเงินชั่วคราวกรณีฉุกเฉินให้เกินกว่าอัตราที่ ธปท. กำหนดได้ เพื่อให้ลูกหนี้มีแหล่งเงินทุนฉุกเฉินเพียงพอสำหรับการฟื้นฟูความเสียหายอันเนื่องมาจากปัญหาสาธารณภัย โดยให้อนุมัติวงเงินดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ไม่เกิน 12 เดือน นับตั้งแต่วันที่พื้นที่นั้น ๆ ถูกประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย

3. สินเชื่อทุกประเภท สามารถพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านเงินทุนและสภาพคล่องแก่ลูกหนี้เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหรือเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจต่อได้ รวมถึงการปรับเงื่อนไข เช่น ลดหรือยกเว้นดอกเบี้ยค่าธรรมเนียม ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้

โดยให้อนุมัติวงเงินดังกล่าวโดยเร็ว ไม่เกิน 12 เดือน นับตั้งแต่วันที่พื้นที่นั้น ๆ ถูกประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ทั้งนี้ ระหว่างให้ความช่วยเหลือ ธปท. จะผ่อนปรนหลักเกณฑ์การจัดชั้นลูกหนี้ ให้คงการจัดชั้นเดิมเช่นเดียวกับก่อนประสบสาธารณภัยได้

ธปท. ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนทุกท่านที่กำลังเผชิญกับภัยพิบัติในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยจะได้รับความช่วยเหลือ เพื่อให้ผ่านพ้นปัญหาไปได้

โดยลูกหนี้สามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากสถาบันการเงิน และผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยที่มิใช่สถาบันการเงินที่ท่านใช้บริการได้โดยตรง และหากต้องการสอบถามเพิ่มเติม ติดต่อแบงก์ชาติ ได้ที่ 1213

“กรุงไทย”

ธนาคารกรุงไทย ห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และอีกหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อย และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มุ่งบรรเทาความเดือดร้อน ช่วยลดภาระทางการเงิน ครอบคลุมการลดดอกเบี้ย และลดค่างวดชำระหนี้ พร้อมเสริมสภาพคล่องในการดำรงชีพและซ่อมแซมทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย

นายเอกชัย เตชะวิริยะกุล ประธานผู้บริหาร Risk ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงไทย มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมเฉียบพลันทั้งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และอีกหลายจังหวัดในภาคใต้ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน การประกอบอาชีพ และการดำรงชีพของลูกค้า ประชาชนเป็นวงกว้าง

ธนาคารกรุงไทยได้ออกมาตรการทางการเงิน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ครอบคลุมการลดภาระทางการเงิน ทั้งปรับลดค่างวดการผ่อนชำระ การปรับลดอัตราดอกเบี้ย และการให้วงเงินฉุกเฉินเสริมสภาพคล่องในการดำรงชีพ รวมถึงการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย

มาตรการแบ่งเบาภาระลูกค้าสินเชื่อปัจจุบัน

1.สินเชื่อบ้าน สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SSME (Term Loan) ลดค่างวดลง 75% ของค่างวดปัจจุบันนาน 1 ปี และลดดอกเบี้ยเป็น 0% ต่อปี นาน 3 เดือน หลังจากนั้น ดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี นาน 33 เดือน (รวมระยะเวลาดอกเบี้ยพิเศษ นาน 3 ปี)

  • 2. สินเชื่อบุคคล (Term Loan)ลดค่างวดลง75% ของค่างวดปัจจุบัน นาน 1 ปี และ ลดดอกเบี้ยเป็น ดอกเบี้ยคงที่ 4.5% ต่อปี นาน 3 ปี
  • 3. สินเชื่อเพื่อธุรกิจSMEให้ความช่วยเหลือครอบคลุม ทั้งการลดอัตราดอกเบี้ย ลดค่างวดการชำระหนี้ พักชำระเงินต้น ชำระเฉพาะดอกเบี้ย หรือพักชำระเงินต้น และ/หรือ พักชำระดอกเบี้ยบางส่วน ขยายระยะเวลาสัญญา/ปรับตารางผ่อนชำระหนี้ เป็นต้น โดยเงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาลูกค้าแต่ละรายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด ซึ่งธนาคารจะพิจารณาให้เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย เพื่อลดภาระทางการเงิน และสะท้อนภาวะเศรษฐกิจและรายได้ของลูกค้าที่น่าจะฟื้นตัวในอนาคต

มาตรการสินเชื่อเพื่อกู้ซ่อมบ้าน / กู้ฟื้นฟูกิจการสำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ขอวงเงินเพิ่มเติม หรือลูกค้าใหม่

  • 1. สินเชื่อบ้านTop upสินเชื่อบ้านแลกเงิน และ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SSME (Term Loan) ดอกเบี้ยคงที่ 0% ต่อปี นาน 3 เดือน หลังจากนั้น ดอกเบี้ยคงที่ 2.5% ต่อปี นาน 33 เดือน (รวมระยะเวลา ดอกเบี้ยพิเศษ นาน 3 ปี กรณีสินเชื่อบ้าน ฟรีค่าประเมินและค่าจดจำนอง)
  • 2. สินเชื่อบุคคล (Term Loan)ดอกเบี้ยคงที่4.5% ต่อปี นาน 3 ปี
  • 3. สินเชื่อธุรกิจSME (Term Loan) ระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% ต่อปี หลังจากนั้น MLR-1% ต่อปี

ธนาคารกรุงไทย ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม พร้อมเคียงข้างให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง เพื่อให้พี่น้องผู้ประสบภัยผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างรวดเร็ว สำหรับลูกค้าที่มีความประสงค์เข้าร่วมมาตรการความช่วยเหลือของธนาคาร สามารถติดต่อได้ที่ ธนาคารทุกสาขา หรือสาขาที่มีบัญชีเงินกู้ ตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 - วันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยยื่นความประสงค์เข้าร่วมมาตรการภายใน 3 เดือน นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Krungthai Contact Center โทร. 02-111-1111

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว

*สินเชื่อบ้าน Top up และ สินเชื่อบ้านแลกเงิน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาเท่ากับ 5.056% ต่อปี (ณ วันที่ 15 ส.ค. 68) | สมมติฐานการคำนวณจากวงเงินกู้ 1 ล้านบาท อายุสัญญา 20 ปี ผ่อนชำระ 8,100 บาท/เดือน | MLR = 6.50% ต่อปี (ณ วันที่ 15 ส.ค. 68) | **สินเชื่ออเนกประสงค์ สำหรับบุคลากรภาครัฐ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาอยู่ระหว่าง 6.295% - 10.795% ต่อปี (ณ วันที่ 15 ส.ค. 68) สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR -0.75% ถึง MRR +3.75% ต่อปี | สินเชื่ออเนกประสงค์ สำหรับพนักงานเอกชน อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาอยู่ระหว่าง 7.045% - 12.045% ต่อปี (ณ วันที่ 15 ส.ค. 68) สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR ถึง MRR +5.00% ต่อปี | สินเชื่อสวัสดิการข้าราชการการเมืองท้องถิ่น อัตราดอกเบี้ยปกติอยู่ที่ 10.545% ต่อปี (ณ วันที่ 15 ส.ค. 68) สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR+3.50% ต่อปี | MRR = 7.045% ต่อปี (ณ วันที่ 15 ส.ค. 68) | สินเชื่อกรุงไทย Smart Money อัตราดอกเบี้ยปกติอยู่ระหว่าง 20% - 24% ต่อปี | ยกเว้น สินเชื่อธนวัฏ, สินเชื่ออเนกประสงค์ สำหรับข้าราชการผู้รับบำนาญ และสินเชื่อเพื่อการศึกษาในและต่างประเทศ เงื่อนไขและหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด | ***สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME MLR = 6.50% ต่อปี (ณ วันที่ 15 ส.ค. 68) | สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SSME สำหรับผู้ประกอบการที่มียอดขายไม่เกิน 100 ล้านบาท และวงเงินกู้ไม่เกิน 20 ล้านบาท | สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางที่มียอดขายมากกว่า 100 ล้านบาท หรือวงเงินกู้มากกว่า 20 ล้านบาทขึ้นไป | อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ สามารถตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันได้ที่ www.krungthai.com | เงื่อนไขและหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

ไทยพาณิชย์

ธนาคารไทยพาณิชย์ ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้ รวมทั้งพื้นที่ประสบอุทกภัยจังหวัดอื่นที่ได้รับผลกระทบ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย โดยให้ความช่วยเหลือทั้งกลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการและลูกค้าผู้ประกอบการ SME ทั้งมาตรการพักชำระและสินเชื่อพิเศษเพื่อซ่อมแซมบ้านและกิจการอย่างเต็มที่

จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้น ได้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะเหตุการณ์ล่าสุดในภาคใต้ ซึ่งได้รับผลกระทบครอบคลุมพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวมทั้งพื้นที่ประสบอุทกภัยจังหวัดอื่นๆ ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ตระหนักถึงความเดือดร้อนดังกล่าว และพร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าในการบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือ ทั้งลูกค้าบุคคล ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ และลูกค้าผู้ประกอบการ SME ครอบคลุมทั้งลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่ ทั้งในรูปแบบการพักชำระหนี้ และการสนับสนุนสินเชื่อใหม่เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย รวมถึงฟื้นฟูกิจการที่ได้รับผลกระทบ โดยมีรายละเอียดดังนี้

กลุ่มลูกค้าบุคคล และกลุ่มลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ ประกอบด้วย

  • สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย

  • สำหรับลูกค้าปัจจุบัน - สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อบ้านคือเงิน (My Home My Cash) พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน3 เดือน พักชำระเงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย

  • สำหรับลูกค้าใหม่ - สินเชื่อบ้านได้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมบ้าน (สินเชื่อบ้านได้เพิ่ม สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้าน (Home Loan Top Up) หรือ สินเชื่อบ้านได้เพิ่ม สำหรับลูกค้าสินเชื่อบ้านคือเงิน (My Home My Cash Top Up)) ดอกเบี้ย0% นาน 3 เดือน ฟรีค่าประเมินราคาหลักประกัน ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม และ อาคารพาณิชย์

  • สินเชื่อรถยนต์ สำหรับลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ สามารถพักชำระหนี้สูงสุดนาน 3 เดือน และขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระสูงสุด 3 เดือน (รวมอายุผู้กู้ไม่เกิน 65 ปี)

  • สินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการ (SSME)

  • สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจเพื่อผู้ประกอบการปัจจุบัน พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน 3 เดือน พักชำระเงินต้นและจ่ายเฉพาะดอกเบี้ย

ลูกค้าสามารถติดต่อขอเข้าร่วมโครงการได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือโทร SCB Call Center โทร 02-777-7777 ได้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568

ลูกค้าผู้ประกอบการ SME ธนาคารมีโครงการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อม ผ่าน 4 มาตรการหลัก ประกอบด้วย 1) พักชำระเงินต้นสูงสุดนาน 6 เดือน 2) พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุดนาน 3 เดือน 3) เพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราว วงเงินสูงสุด 20% ของวงเงินหมุนเวียนเดิม และไม่เกิน 10 ล้านบาท 4) วงเงินกู้สำหรับปรับปรุง ซ่อมแซม หรือซื้อทดแทนทรัพย์สินที่เสียหายของกิจการ สูงสุด 20% ของวงเงินเดิม ไม่เกิน 10 ล้านบาท

ลูกค้าผู้ประกอบการ SME สามารถติดต่อขอเข้าร่วมโครงการได้ที่เจ้าหน้าที่ธุรกิจสัมพันธ์ และ SCB Business Call Center โทร 02-722-2222 ได้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568

ธนาคารไทยพาณิชย์ขอส่งกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ พร้อมดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้สามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ทั้งนี้ ธนาคารจะเร่งดำเนินการพิจารณาคำร้องของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างรอบคอบและทันท่วงที เพื่อให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว สำหรับสินเชื่อบ้านได้เพิ่ม อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ระหว่าง 4.662%- 13.397% ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (Minimum Retail Rate : MRR ) ปัจจุบันเท่ากับ 6.775%ต่อปี มีผลวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว สามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ตามประกาศของธนาคาร รายละเอียดการคำนวณเพิ่มเติมดูได้ที่ เว็บไซต์ www.scb.co.th

ธนาคารกสิกรไทย

มาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ดังนี้

มาตรการช่วยเหลือลูกค้าบุคคล

  • สินเชื่อบ้านกสิกรไทย พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
  • สินเชื่อบ้านกู้เพิ่มได้เพื่อซ่อมแซมบ้าน อัตราดอกเบี้ย 0% 3 เดือน ฟรีค่าประเมินหลักประกัน
  • บัตรเครดิตกสิกรไทย, สินเชื่อเงินด่วน Xpress Loan และบัตรเงินด่วน Xpress Cash พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
  • สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% ระยะเวลา 3 เดือน และขยายระยะเวลาผ่อน 3 เดือน

มาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจ

  • วงเงินสินเชื่อเดิม พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน
  • สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมสถานประกอบการ ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี ดอกเบี้ย 3.5% ใน 2 ปีแรก โดยให้พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน

ลูกค้าสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่

  • ลูกค้าบุคคลติดต่อที่ K-Contact Center 02-8888888
  • ลูกค้าธุรกิจติดต่อที่ผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้าหรือ K-BIZ Contact Center 02-8888822
  • ลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ติดต่อที่ KLeasing Call Center 02-6969999
    .
    สินเชื่อบ้านกู้เพิ่มได้ : กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยอยู่ระหว่าง 5%-6% ต่อปี สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ย MRR ณ วันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568 = 6.78% ต่อปี ทั้งนี้ “อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้“ เดือนที่ 1-3 อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เดือนที่ 4-36 อัตราดอกเบี้ย 4.88% ต่อปี หลังจากนั้นคิดตามอัตราดอกเบี้ย MRR จนสิ้นสุดสัญญา อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรก เท่ากับ 4.47% ต่อปี ฟรีค่าประเมินหลักประกัน มูลค่า 3,000 บาท ศึกษารายละเอียดการคำนวณ ข้อจำกัด เงื่อนไขเพิ่มเติมที่ K-Contact Center 02-8888888

ทีทีบี ออกมาตรการ “ตั้งหลัก”

จากสถานการณ์อุทกภัยช่วงปลายปี 2568 ทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้และภาคกลางที่กำลังประสบภัยอยู่ในขณะนี้ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เร่งออกมาตรการ “ตั้งหลัก” ที่ครอบคลุม เพื่อให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อน รวมทั้งเพิ่มสภาพคล่องให้ทั้งลูกค้าบุคคล ผู้ประกอบการธุรกิจและ SME

นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ธนาคารมีความห่วงใยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งส่งผลกระทบเป็นวงกว้างก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน และสถานประกอบธุรกิจ ทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จึงได้ออกมาตรการ “ตั้งหลัก” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน หวังให้ลูกค้าสามารถฟื้นตัว กลับมาตั้งหลักและก้าวเดินต่อไปสู่การมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น สามารถเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย. 2568 - 31 ม.ค. 2569 โดยมีรายละเอียดของมาตรการดังนี้

มาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อ เพื่อแบ่งเบาภาระ

  • ลูกค้าสินเชื่อบ้านสามารถขอพักชำระเงินต้นได้ นาน 3 เดือน (ชำระคืนแต่ดอกเบี้ยอย่างเดียว) หรือ ขอวงเงินกู้เพิ่ม เพื่อซ่อมแซมบ้าน ด้วยบัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงิน ดอกเบี้ย 0% นาน 2 เดือนแรก (กรณีลูกค้าที่มีบัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงินอยู่แล้ว สามารถทำรายการเบิกใช้เงินสดได้ ผ่านตู้ ATM หรือแอป ttb touch ดอกเบี้ย 0% นาน 2 เดือนแรก โดยต้องลงทะเบียนก่อน)
  • ลูกค้าสินเชื่อรถยนต์สามารถขอพักชำระค่างวดได้ นาน 3 เดือน
  • ลูกค้าสินเชื่อบุคคล / บัตรเครดิตสามารถขอพักชำระหนี้ได้ นาน 2 รอบบัญชี โดยยังคิดดอกเบี้ยตามปกติ
  • ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ หรือสินเชื่อ SME ประเภทสินเชื่อระยะยาว จะได้รับการพิจารณาชำระแบบปลอดเงินต้น เป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน หรือ ประเภทสินเชื่อหมุนเวียน จะได้รับการพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืนเงินต้นสูงสุด 6 เดือน หรือ ประเภทสินเชื่อเช่าซื้อธุรกิจ จะได้รับการพิจารณาขยายระยะเวลาชำระคืน หรือปรับลดยอดผ่อนชำระลงสูงสุด 70% ของยอดผ่อนชำระเดิมนาน 6 เดือน

ช่องทางการติดต่อธนาคาร

  • ลูกค้าบุคคล : สอบถามความช่วยเหลือ ติดต่อคุณ Yindee ผ่าน ttb touch หรือ ทีทีบี คอนแทค เซ็นเตอร์ โทร 1428 และสาขาของทีทีบี
  • ลูกค้าธุรกิจ : ติดต่อเจ้าหน้าที่บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจของท่าน หรือศูนย์บริการลูกค้าธุรกิจ ทีทีบี เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม โทร. 0 2643 7000 (วันจันทร์ - วันเสาร์ เวลา 8:00 – 20:00 น.) ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์และวันหยุดธนาคาร

มาตรการความคุ้มครอง สำหรับลูกค้าที่มีประกัน

ลูกค้าสินเชื่อบ้าน ที่มีความคุ้มครองประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย และได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม กรณีเป็นลูกค้าสินเชื่อบ้านทีทีบี และทีเอ็มบี (เดิม) สามารถรับความคุ้มครองได้โดยอัตโนมัติ ภายใต้เงื่อนไขการมอบ “ประกันฟรี” แจ้งเคลมผ่าน ชับบ์สามัคคีประกันภัย โทร.0 2611 4425

ลูกค้าประกันภัย ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ ติดต่อ บริษัทผู้รับประกันภัย ได้ที่

  • ธนชาตประกันภัย โทร. 1519
  • ชับบ์สามัคคีประกันภัย โทร. 1758
  • เมืองไทยประกันภัย โทร. 1484
  • อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย โทร. 1292
  • แอลเอ็มจีประกันภัย โทร. 1790
  • แอกซ่าประกันภัย โทร. 0 2118 8111
  • วิริยะประกันภัย โทร. 1557

ลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัย และลูกค้าบัญชี ttb all free ที่ได้รับความคุ้มครองอุบัติเหตุจากการคงเงินฝากตามเงื่อนไข ติดต่อ ธนชาตประกันภัย โทร. 1519

ลูกค้าธุรกิจที่มีประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน ติดต่อ อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย โทร. 1292

สามารถตรวจสอบความคุ้มครองได้ที่“เมนูประกัน” ในแอป ttb touch

ทีทีบีขอส่งความห่วงใยไปยังลูกค้าทุกท่านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ โดยพร้อมเคียงข้างและช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถก้าวผ่านเหตุการณ์ในครั้งนี้ไปด้วยกัน

รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์ https://www.ttbbank.com/th/tang-luk

ธนาคารยึดมั่นในแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยสนับสนุนให้ลูกค้ากู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว: ลูกค้าสินเชื่อบ้าน ที่ต้องการวงเงินกู้เพิ่ม ด้วยบัตรกดเงินสด ทีทีบี บ้านแลกเงิน ดอกเบี้ย 0% นาน 2 เดือนแรก เดือนที่ 3 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR + 0.52% ต่อปี โดย MRR ณ วันที่ 15 ส.ค. 2568 = 7.305% ต่อปี • อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ • หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

กรุงศรี

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และบริษัทในเครือ (กรุงศรี) ห่วงใยลูกค้าและผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ และพร้อมเคียงข้างให้ความช่วยเหลือผ่านมาตรการเร่งด่วน ซึ่งครอบคลุมทั้งลูกค้าบุคคล และลูกค้าธุรกิจ SME ที่ได้รับผลกระทบ
รายละเอียดมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ประกอบด้วย

ลูกค้าสินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อ SME รายย่อย ประกอบด้วย

  • ลดค่างวด ครอบคลุมดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละเดือน สูงสุดระยะเวลา 6 เดือน หรือ
  • พักชำระเงินต้น (ชำระเพียงดอกเบี้ย) สูงสุดระยะเวลา 3 เดือน

แจ้งความประสงค์ขอรับมาตรการช่วยเหลือได้ที่สาขาของธนาคารกรุงศรีอยุธยาทั่วประเทศ หรือ Krungsri Call Center 1572 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 ธันวาคม 2568 โดยเงื่อนไขและเกณฑ์การพิจารณาลูกค้าแต่ละรายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด

ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ SME ประกอบด้วย

  • ลดค่างวด ครอบคลุมดอกเบี้ยจ่ายในแต่ละเดือน สูงสุดระยะเวลา 6 เดือน หรือ
  • พักชำระเงินต้น (ชำระเพียงดอกเบี้ย) สูงสุดระยะเวลา 6 เดือน

แจ้งความประสงค์ขอรับมาตรการช่วยเหลือได้ที่ผู้จัดการธุรกิจสัมพันธ์ (Relationship Manager) หรือ สอบถามโทร. 02-296-6262 หรือ 02-626-2626 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 ธันวาคม 2568

ลูกค้าสินเชื่อกรุงศรี ออโต้

  • พักชำระค่างวด เป็นระยะเวลา 3 เดือน

แจ้งความประสงค์ขอรับมาตรการช่วยเหลือ สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติม ได้ที่ กรุงศรี ออโต้
โทร. 02-740-7400 กด 3 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2568

ลูกค้าบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ มีรายละเอียดดังนี้

มาตรการที่ 1: พักชำระหนี้ นานสูงสุด 2 รอบบัญชี สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยพักชำระหนี้สูงสุดไม่เกิน 2 รอบบัญชี ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึง มกราคม 2569 โดยระหว่างเข้าร่วมมาตรการพักชำระดังกล่าว ดอกเบี้ยยังคงคำนวณตามอัตราปกติแบบลดต้นลดดอก

ทั้งนี้ ลูกค้าซึ่งประสงค์จะขอรับความช่วยเหลือจากโครงการดังกล่าว สามารถติดต่อมายังบริษัทฯ เพื่อลงทะเบียนแจ้งความจำนงภายใน 31 มกราคม 2569 ผ่านทางศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิตและสินเชื่อในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ (ทุกวัน ตลอด 24 ชม.) หรือ Helpline : 02-714-5155 (ในเวลาทำการ จันทร์ถึงศุกร์ 8.30 – 17.30 น.) และจะได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี (การพิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของบริษัท)

มาตรการที่ 2: ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือน ด้วยการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระ (ปรับปรุงโครงสร้างหนี้) (ทั้งนี้ ไม่รวมลูกค้าที่ได้รับการช่วยเหลือในมาตรการอื่นสูงสุดอยู่แล้ว) โดยลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมมาตรการ สามารถติดต่อมายังบริษัทฯ เพื่อลงทะเบียนแจ้งความจำนง ผ่านทางศูนย์บริการสมาชิกบัตรฯ (ทุกวัน ตลอด 24 ชม.) หรือ Helpline: 02-714-5155 (ในเวลาทำการ จันทร์ถึงศุกร์ 8.30 – 17.30 น.) และจะได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี (การพิจารณาเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของบริษัท)

ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดตามได้จากเว็บไซต์ www.krungsriconsumer.com หรือ ติดต่อศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิตและสินเชื่อในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

  • ศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิต กรุงศรี 02-646-3555
  • ศูนย์บริการสมาชิกบัตรกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ 02-345-6789
  • ศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน 02-627-8111
  • ศูนย์บริการสมาชิกบัตรเครดิตโลตัส1712

นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่ซื้อประกันรถยนต์และประกันทรัพย์สินผ่านธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารได้มีบริการพิเศษ จาก บมจ. อลิอันซ์อยุธยา ประกันภัย สำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมโดยเฉพาะ โดยสามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่เข้าร่วมมาตรการและบริการได้เว็บไซต์ของธนาคาร หรือติดต่อ 1292 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูรายละเอียดมาตการช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ที่ www.krungsri.com

.ไทยเครดิต

ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) พร้อมเคียงข้างลูกค้าผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ “อุทกภัย” ในพื้นที่ภาคใต้ ด้วยมาตรการเร่งด่วน เพื่อบรรเทาภาระด้านการเงิน และช่วยให้ลูกค้าฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า SME, MSME, Retail, Nano & Micro Finance และลูกค้าทั่วไป ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจท้องถิ่น

รายละเอียดมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับ ผลกระทบจาก อุทกภัย ในพื้นที่ภาคใต้ ดังนี้

  • พักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 2 เดือน
  • พักชำระเงินต้น / ปรับลดค่างวด และหรือขยายระยะเวลา / ปรับลดอัตราดอกเบี้ย สูงสุด 12 เดือน

สำหรับลูกค้าธนาคารไทยเครดิต ผู้ได้รับผลกระทบดังกล่าว สามารถแจ้งความประสงค์ เพื่อขอรับการช่วยเหลือได้ตั้งแต่ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 - 31 ธันวาคม 2568 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ลูกค้าสัมพันธ์ของธนาคาร ไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) โทร. 02-697-5454 หรือดูรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ที่ www.thaicreditbank.com

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)

EXIM BANK ช่วยลูกค้าฝ่าวิกฤตน้ำท่วมในพื้นที่หาดใหญ่และภาคใต้เพิ่มมาตรการยืดหนี้อัตโนมัติ 30 วัน เสริมด้วยมาตรการช่วยเหลือครบวงจร

นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องจนเกิดน้ำท่วมฉับพลัน สร้างความเสียหายในวงกว้างในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นที่ตั้งสาขาของ EXIM BANK ดูแลลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด EXIM BANK จึงออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าเพิ่มเติม เพื่อบรรเทาภาระทันที ทั้งในส่วนของวงเงินกู้ระยะสั้น วงเงินกู้ระยะยาว รวมถึงสินเชื่อปรับโครงสร้างหนี้ ที่ครบกำหนดชำระในช่วงเดือนธันวาคม 2568 ด้วยการยืดหนี้อัตโนมัติเป็นระยะเวลา 30 วัน เพื่อบรรเทาผลกระทบอย่างเร่งด่วนให้แก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ตามที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประกาศ ซึ่งอาจประสบปัญหาความยากลำบาก ไม่สามารถติดต่อกลับมายังธนาคารได้

นอกจากนี้ ลูกค้า EXIM BANK สามารถแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือกรณีได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในภาคใต้ได้ดังนี้

มาตรการช่วยเหลือสำหรับวงเงินกู้ระยะสั้น

  • ขยายระยะเวลาตั๋วสัญญาใช้เงิน สูงสุด 180 วัน
  • เพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราว สูงสุด 20% ของวงเงินหมุนเวียนเดิม ทั้งนี้ ไม่เกิน 2 ล้านบาท โดยใช้อัตราดอกเบี้ยเดิม
  • เปลี่ยนแปลงภาระหนี้ระยะสั้น เป็นภาระหนี้ระยะยาว ผ่อนชำระสูงสุด 3 ปี

มาตรการช่วยเหลือสำหรับวงเงินกู้ระยะยาว

  • ขยายระยะเวลาเงินกู้ สูงสุด 7 ปี
  • ปรับลดอัตราดอกเบี้ย ปีแรกลง 50% หรือจ่ายดอกเบี้ยเพียง 50% ในช่วง 6 เดือนแรก
  • พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุด 1 ปี

“EXIM BANK ขอส่งความห่วงใยต่อผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่และภาคใต้ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน เพื่อให้ลูกค้ามีสภาพคล่องหมุนเวียนหรือฟื้นฟูกิจการ สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง EXIM BANK พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยเหลือเยียวยา ติดต่อ EXIM Contact Center โทร. 0 2169 9999 หรือ EXIM Bank of Thailand Facebook”

ธนาคารกรุงเทพ

รายงานข่าวจากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ออกมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้

สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ
• ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของลูกหนี้ เช่น ลดยอดผ่อนชำระ ขยายเวลาการชำระหนี้ ปลอดการชำระเงินต้นเป็นการชั่วคราว ระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือน
• สนับสนุนสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่เพิ่มเติม เพื่อเสริมสภาพคล่องระยะสั้น ซ่อมแซมสถานประกอบกิจการและฟื้นฟูกิจการ
• สนับสนุนสินเชื่อธุรกิจ SME ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ เริ่มต้น 3.5% ต่อปี นาน 2 ปี* หลังจากนั้นคิดไม่ต่ำกว่า MLR-1% ต่อปี
*ภายใต้โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB Boost Up

สำหรับลูกค้าสินเชื่อรายย่อย
• ธนาคารได้จัดเตรียมหลากหลายมาตรการเพื่อผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ โดยจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามระดับความรุนแรงที่ได้รับ ประกอบด้วย
บัตรเครดิต
- ปรับลดอัตราผ่อนชำระหนี้ ลดดอกเบี้ยค้างชำระขั้นต่ำ (Min Pay) จากอัตราปกติลง 3% เป็นระยะเวลาสูงสุด 6-12 เดือน
- ลดดอกเบี้ยค้างชำระสูงสุดไม่เกิน 75% ไม่เกิน 3 รอบบัญชี หรือ สูงสุดไม่เกิน 90 วัน
- พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือน คิดอัตราดอกเบี้ย 5% ต่อปี
- ปรับปรุงโครงสร้างหนี้

สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ
- สินเชื่อเงินกู้บัวหลวงสุขใจ ลดอัตราดอกเบี้ยจากอัตราปกติลง 1% หรือพักชำระเงินต้นเป็นระยะเวลาสูงสุด 3-6 เดือน
- สินเชื่อหมุนเวียนบัวหลวงอุ่นใจ ลดอัตราดอกเบี้ยจากอัตราปกติลง 1% เป็นระยะเวลาสูงสุด 3-6 เดือน

สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกันและสินเชื่อส่วนบุคคล
- ลดยอดผ่อนชำระรายเดือนลงสูงสุด 40% (ชำระดอกเบี้ยทั้งจำนวน และชำระเงินต้นบางส่วน) เป็นระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 6-12 เดือน
- ผ่อนชำระตามเงื่อนไขเดิม และลดอัตราดอกเบี้ย 0.5% เป็นระยะเวลาสูงสุด 3-6 เดือน
- พักชำระเงินต้น ยังคงชำระดอกเบี้ยทั้งจำนวน เป็นระยะเวลาสูงสุด 3-6 เดือน
- พักชำระเงินต้น ยังคงชำระดอกเบี้ยบางส่วน ไม่ต่ำกว่า 70% เป็นระยะเวลาสูงสุด 3 เดือน หรือไม่ต่ำกว่า 50% เป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน โดยดอกเบี้ยส่วนที่เหลือจะตั้งพักเอาไว้

สำหรับลูกค้าที่จะขอกู้เพิ่มและลูกค้าใหม่
• สนับสนุนสินเชื่อเงินกู้บัวหลวงพูนผล (สินเชื่อมีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน) ผ่อนได้นานสูงสุดนาน 5 ปี อัตราดอกเบี้ยพิเศษ MRR-2% (4.65%) ต่อปี และฟรีค่าสำรวจและประเมินราคาหลักประกัน** เพื่อนำเงินไปซ่อมแซมที่อยู่อาศัย

ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัย สามารถแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมมาตรการ ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 ได้ที่สาขา สำนักธุรกิจ และสายบัตรเครดิต รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bangkokbank.com และคอลเซนเตอร์ธนาคารกรุงเทพ โทร.1333 หรือ 0 2645 5555

*สมมติฐานการคำนวณมาจากอัตราดอกเบี้ย MRR-2% ต่อปี โดยอัตราดอกเบี้ย MRR ตามประกาศ ณ วันที่ 14 ส.ค. 68 เท่ากับ 6.65% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ รายละเอียดข้อมูลผลิตภัณฑ์และการชำระคืนหนี้และภาระต้นทุนในการกู้ยืมเพิ่มเติม ดูได้ที่เว็บไซต์ธนาคารกรุงเทพ
**ค่าสำรวจและประเมินหลักประกัน ขั้นต่ำ 3,000 บาท/แปลง (ไม่รวม VAT) (อัตราค่าบริการ ขึ้นอยู่กับประเภท ขนาด และจำนวนหลักประกัน อ้างอิงตามประกาศธนาคาร)

พร้อมกันนี้ ธนาคารขอเชิญร่วมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย กองทุนบูรณะฟื้นฟูอุบัติภัย มูลนิธิชัยพัฒนา และมูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โดยสแกนเพื่อบริจาค หรือ บริจาคผ่านบัญชี

• มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ชื่อบัญชี “มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย"
บัญชีกระแสรายวัน ธนาคารกรุงเทพ สาขาสำนักงานใหญ่สีลม เลขที่ 101-3-48488-4
*หากโอนผ่านเลขที่บัญชีและประสงค์ลดหย่อน 1 เท่า กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงิน พร้อมเขียนชื่อ-ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และเลขบัตรประชาชน เพื่อขอรับใบเสร็จรับเงินได้ที่ Line ID : @friendsofpa สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2054-6546

• มูลนิธิชัยพัฒนา ชื่อบัญชี "กองทุนบูรณะฟื้นฟูอุบัติภัย"
บัญชีกระแสรายวัน ธนาคารกรุงเทพ สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เลขที่ 909-3-00509-9
*หากโอนผ่านเลขที่บัญชีและประสงค์ลดหย่อน 2 เท่า กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงิน พร้อมเขียนชื่อ-ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และเลขบัตรประชาชน เพื่อขอรับใบเสร็จรับเงินได้ที่ e-mail : givedonate@gmail.com หรือ Line ID : @chaipat19 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายการเงิน โทร. 0-2447-8585-8 ต่อ 103 ในวันและเวลาทำการ

• มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ชื่อบัญชี "มูลนิธิโรงพยาบาลสงขลานครินทร์"
บัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เลขที่ 641-0-15655-5
*หากโอนผ่านเลขที่บัญชีและประสงค์ลดหย่อน 2 เท่า กรุณาส่งหลักฐานการโอนเงิน พร้อมเขียนชื่อ-ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และเลขบัตรประชาชน เพื่อขอรับใบเสร็จรับเงินได้ที่ Line ID : @shf.psu

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย และบริษัทในเครือ ขอร่วมเคียงข้างและบรรเทาภาระให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ด้วยมาตรการช่วยเหลือพิเศษสำหรับลูกค้าสินเชื่อทุกกลุ่ม เพื่อให้สามารถบริหารจัดการภาระทางการเงินได้อย่างต่อเนื่องในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม

สำหรับลูกค้าสินเชื่อรายย่อยทุกประเภท ธนาคารปรับลดค่างวด พร้อมขยายระยะเวลาผ่อนชำระ พักชำระค่างวดสูงสุด 3 เดือน ลูกค้าที่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการสามารถแจ้งได้ตั้งแต่ วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568 ผ่านช่องทางดังต่อไปนี้

  • ลูกค้าสินเชื่อธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย โทร. 02 626 7070
  • ลูกค้าสินเชื่อบริษัท ซีไอเอ็มบี ไทย ออโต้ โทร. 02 491 5555
  • ลูกค้าสินเชื่อบริษัท เวิลด์ลีส โทร. 02 096 4599

สำหรับลูกค้าสินเชื่อธุรกิจ

  • ลูกค้าสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ (Corporate) สามารถติดต่อผู้บริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (RM) ที่ดูแลท่านโดยตรง
  • ลูกค้าสินเชื่อ SME ธนาคารพักชำระเงินต้น หรือ ลดอัตราดอกเบี้ยเป็นการชั่วคราว สูงสุด 6 เดือน ลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่ วันนี้ – 31 มกราคม 2569 โทร. 02-638-8682 หรือ ติดต่อ RM ที่ดูแลท่าน

บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด (CardX)

บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด ห่วงใยลูกค้าและผู้ที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ และพื้นที่อื่นๆที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันจากมรสุมและสภาพอากาศที่ผิดปกติที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ

บริษัทฯ ตระหนักถึงความเดือดร้อนของลูกค้า และพร้อมอยู่เคียงข้างเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ จึงได้ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาภาระทางการเงิน สำหรับลูกค้าบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล โดยรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือ มีดังนี้

  • ลูกค้าบัตรเครดิต CardX และ SCB รวมถึงบัตรกดเงินสด CardX SPEEDY CASH สามารถปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนด้วยการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระ (ปรับปรุงโครงสร้างหนี้)
  • สำหรับลูกค้า CardX SPEEDY LOAN สามารถปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนด้วยการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระ (ปรับปรุงโครงสร้างหนี้) หรือ สามารถขอยืดระยะเวลาผ่อนชำระได้นานสูงสุด 3 เดือน

(หมายเหตุ: ไม่รวมลูกค้าที่ได้การช่วยเหลือในมาตรการอื่นสูงสุดอยู่แล้ว)

*เงื่อนไขและหลักเกณฑ์เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด (พื้นที่ประสบอุทกภัยอ้างอิงตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย)

โดยลูกค้าสามารถติดต่อสอบถามหรือขอเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือได้ที่

ศูนย์บริการลูกค้าคาร์ดเอกซ์ โทร. 1468 หรือ SCB Customer Center โทร. 02-777-7777 ตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568

คาร์ดเอกซ์ ขอส่งกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ พร้อมดำเนินการให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้สามารถก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ทั้งนี้ บริษัทฯจะเร่งดำเนินการพิจารณาคำร้องของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบอย่างรอบคอบและทันท่วงที เพื่อให้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16 % ต่อปี

เพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...