โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยติด 2 เกณฑ์ IAEA กฟผ.ชี้ ถึงเวลาตัดสินใจนิวเคลียร์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ม.ค. เวลา 00.14 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. เวลา 00.14 น.

รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ.ระบุร่าง PDP 2024 วางกรอบพัฒนา SMR 2 โรง กำลังผลิตรวม 600 เมกะวัตต์ ชี้เป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว ไม่ผูกกับรัฐบาลชุดใดชุดหนึ่ง รอสัญญาณนโยบายรัฐชี้ขาด “ไปต่อ-ไม่ไปต่อ” นิวเคลียร์ หากเคาะใช้เวลา 12-13 ปีเกิดโรงแรก

ภายใต้กระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของไทยที่จะส่งผลให้ร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan : PDP) ฉบับใหม่เกิดความล่าช้า การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ยังคงยืนหยัดบทบาทหลักในการดูแล “ความมั่นคงระบบไฟฟ้า” พร้อมวางรากฐานรองรับความต้องการไฟฟ้าในอนาคต เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับโลกภายใต้เป้าหมาย Net Zero

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ระหว่างการศึกษาดูงานนวัตกรรมพลังงานสะอาด ณ สาธารณรัฐเกาหลีใต้

การเมืองฉุดแผน PDP ล่าช้า

ปัจจัยทางการเมืองที่ประเทศไทยต้องเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้งใหม่ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อาจส่งผลให้ร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan : PDP) ฉบับใหม่เกิดความล่าช้าลงบ้าง แต่ในเชิงเนื้อหาแผน PDP ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาไปมากพอสมควรแล้ว ซึ่งในร่าง PDP 2024 ได้กำหนดกรอบการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ Small Modular Reactor (SMR) จำนวน 2 โรง กำลังผลิตรวม 600 เมกะวัตต์ ภายในปี 2580

ซึ่งในมุมมองของ กฟผ. การพัฒนา SMR ไม่ใช่โครงการระยะสั้นที่ต้องรอจังหวะรัฐบาลชุดใดชุดหนึ่ง แต่เป็นการลงทุนเชิงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่ต้องใช้เวลาเตรียมการนานกว่า 10 ปีขึ้นไป ตั้งแต่การจัดทำกฎหมาย กฎระเบียบ การกำกับดูแล ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากร

รัฐต้องชัด “เอา-ไม่เอา” SMR

สิ่งสำคัญที่สุดในขั้นตอนถัดไปคือ การตัดสินใจเชิงนโยบายของรัฐบาล ว่าประเทศไทยจะ “เอา” หรือ “ไม่เอา” โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หากมีการตัดสินใจเดินหน้าอย่างเป็นทางการ ตามมาตรฐานและกระบวนการของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency : IAEA) ที่เคยเข้ามาประเมินประเทศไทย จะต้องใช้เวลา 12-13 ปีจึงจะเห็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โรงแรกเกิดขึ้นจริง สำหรับกระบวนการคัดเลือกเทคโนโลยี จะต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งความเหมาะสมของเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันมีผู้พัฒนาเทคโนโลยีหลักอยู่ 4 กลุ่ม ได้แก่ จีน รัสเซีย สหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้

ประเทศไทยจำเป็นต้องศึกษาเปรียบเทียบเทคโนโลยีอย่างละเอียด ทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ (Transfer of Technology) ผลกระทบด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทย รวมถึงความพร้อมของบุคลากร ซึ่งที่ผ่านมาไทยมีการเตรียมตัวและมีการพัฒนาบุคลากรไว้ในระดับหนึ่งแล้ว ดังนั้น SMR เป็นเรื่องที่สามารถเดินหน้าคู่ขนานไปได้ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เพราะเป็นโครงการระยะยาว ไม่ใช่โครงการเร่งด่วน

แต่ขณะเดียวกัน ความท้าทายสำคัญของประเทศไทยไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่คือการสร้างความเข้าใจและการยอมรับจากสังคม ซึ่งต้องอาศัยการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง และความชัดเจนของนโยบายรัฐ

“เราเดินหน้าตามแผน PDP 2024 ประเทศไทยจำเป็นต้องดู Value Chain หรือกระบวนการทั้งหมด เพื่อนำมาปรับใช้แบบยั่งยืน เพราะถ้าตัดสินใจไปต่อสำหรับโรงไฟฟ้า SMR เราจำเป็นต้องยืนด้วยขาตนเอง”

เกณฑ์ IAEA ไทยติดแค่ 2 ข้อ

ทั้งนี้ จากเกณฑ์มาตรฐาน 19 ด้านที่ IAEA ใช้ในการประเมินความพร้อมประเทศ พบว่าประเทศไทยยังติดข้อจำกัดหลักเพียง 2 เรื่องคือ กฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง และการสร้างความเข้าใจ รวมถึงการยอมรับของประชาชน ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องอาศัยการสื่อสารเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่อง และความชัดเจนของภาครัฐในการยืนยันว่าจะให้เกิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กในประเทศไทย ซึ่ง กฟผ.เตรียมทบทวนสิ่งที่ IAEA เคยประเมินไว้ทั้งหมด เพื่อเดินหน้าโครงการ SMR อย่างเป็นระบบ และเชื่อว่าประเทศไทยจะสามารถผ่านข้อกำหนดทั้ง 19 ด้านได้ หากมีนโยบายที่ชัดเจนและต่อเนื่อง

ชี้จุดอ่อนใช้พื้นที่ทหาร

ในส่วนของที่ตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้น ในอดีตไทยเคยมีการศึกษาพื้นที่ไว้แล้ว เช่น บริเวณอ่าวไผ่ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นมติคณะรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2511 แต่ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวไม่เหมาะสมอีกต่อไป เนื่องจากการขยายตัวของชุมชนและเมืองจึงจำเป็นต้องทบทวนใหม่ทั้งหมด โดยต้องยึดเกณฑ์ความปลอดภัยของ IAEA เป็นหลัก เช่น ต้องไม่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ และไม่มีรอยเลื่อนทางธรณีวิทยา ส่วนแนวคิดตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในพื้นที่ทางทหาร มองว่าเป็นหนึ่งในทางเลือก แต่ไม่ใช่ทางเลือกหลัก เพราะไม่ต้องการให้การตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกิดจากความกลัวของประชาชน แต่ควรอยู่บนหลักการกำกับดูแลที่ดี และการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนกับชุมชน

เทคโนโลยี SMR มีจุดเด่นที่ช่วยลดข้อจำกัดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบดั้งเดิม โดยมีความปลอดภัยสูง ใช้ระบบ Passive Safety ที่สามารถหยุดการทำงานอัตโนมัติได้โดยไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าภายนอก ใช้พื้นที่ก่อสร้างจำกัดราว 100 ไร่ และมีกำลังผลิตต่อโรงตั้งแต่ 50-300 เมกะวัตต์ เทียบกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่มีกำลังผลิตมากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ และต้องใช้พื้นที่กว่า 1,000 ไร่

Net Zero ต้องมี SMR

หากประเทศไทยต้องเดินหน้า Net Zero ปี 2050 โดยไม่มี SMR เป็นทางเลือก ต้นทุนค่าไฟฟ้าจะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะต้องพึ่งพาระบบกักเก็บพลังงานและเชื้อเพลิงนำเข้าในสัดส่วนสูง SMR จึงไม่ใช่เรื่องเลือกหรือไม่เลือกนิวเคลียร์ แต่เป็นเรื่องความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

นอกจาก SMR แล้ว ปัจจุบัน กฟผ.อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการผสมไฮโดรเจน 5% กับก๊าซธรรมชาติในโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม 6 แห่ง ได้แก่ พระนครเหนือ, พระนครใต้, วังน้อย, บางปะกง, น้ำพอง, และจะนะ พร้อมจับมือกับบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่น เช่น มิตซูบิชิ (ประเทศไทย) จำกัด (MCT) เพื่อศึกษาและพัฒนาการผลิตเชื้อเพลิงไฮโดรเจนและแอมโมเนียในพื้นที่ศักยภาพของ กฟผ. ซึ่งในระยะเปลี่ยนผ่าน ไทยมุ่งผลักดัน Blue Hydrogen ควบคู่เทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) ซึ่งโครงการนำร่องจำเป็นต้องอยู่ในแหล่งปิโตรเลียมกลางทะเล เพื่อใช้ธรรมชาติเป็นบัฟเฟอร์ในการกักเก็บคาร์บอน ซึ่งไทยอยู่ในช่วงศึกษาอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้ไทยตกขบวน

ในท้ายที่สุด เส้นทางสู่ Net Zero ของประเทศไทย ไม่ใช่คำถามว่าจะชอบหรือไม่ชอบนิวเคลียร์ แต่คือการตัดสินใจอย่างจริงจังว่าประเทศจะเลือกมี SMR เป็นฐานพลังงานระยะยาว หรือเลือกแบกรับต้นทุนค่าไฟและความเสี่ยงด้านพลังงานที่สูงขึ้นในอนาคต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไทยติด 2 เกณฑ์ IAEA กฟผ.ชี้ ถึงเวลาตัดสินใจนิวเคลียร์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...