โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ม.ดัง วิกฤตหนัก จ่อปิดสาขา นักศึกษาเหลือน้อยจนอยู่ไม่ไหว

มุมข่าว

เผยแพร่ 19 พ.ย. 2568 เวลา 07.47 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ม.ดัง วิกฤตหนัก จ่อปิดสาขา นักศึกษาเหลือน้อยจนอยู่ไม่ไหว

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 นายศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า เมื่อไม่นานมานี้ได้เชิญอาจารย์ผู้สอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะสาขาที่เกี่ยวข้องกับเกษตรและอาหารจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ มาหารือร่วมกัน เพื่อกำหนดแนวทางสร้างแรงจูงใจให้เยาวชนสนใจเลือกเรียนในสาขาเหล่านี้เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาอว.พบว่าจำนวนผู้เรียนในสาขาดังกล่าวลดลงอย่างเห็นได้ชัด และมีหลายแห่งมีแนวโน้มถูกปิดสาขา ซึ่งอว.ไม่เห็นด้วย เนื่องจากสาขาเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ขณะที่มรภ.มีบทบาทสำคัญในการผลิตบุคลากรให้ตอบสนองต่อเศรษฐกิจของประเทศ หากมรภ.มุ่งพัฒนาพื้นที่แต่กลับผลิตกำลังคนที่ยกระดับเศรษฐกิจจริงไม่ได้ ก็ถือเป็นประเด็นที่น่ากังวล

ปัจจุบันพบว่าจำนวนนักศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะในกลุ่มมรภ. ลดลงอย่างมาก บางมหาวิทยาลัยต้องยุบสาขา เช่น ฟู้ดไซน์ หรือวิทยาศาสตร์การอาหาร ซึ่งอว.ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น เพราะอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารเป็นภาคส่วนที่สำคัญต่อประเทศ

ในขณะเดียวกัน มรภ.มีบทบาทหลักในการผลิตกำลังคนให้สอดรับกับความต้องการของประเทศและเศรษฐกิจพื้นที่ แต่ที่ผ่านมายังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่ามรภ.ต้องเน้นผลิตคนเพื่อพัฒนาท้องถิ่นเพียงด้านเดียว ทั้งที่ในความเป็นจริง มรภ.ต้องผลิตบุคลากรให้ตอบโจทย์เศรษฐกิจท้องถิ่นด้วย เช่น ด้านเกษตรและอาหาร ซึ่งกำลังประสบปัญหาจำนวนผู้เรียนน้อยลงอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุนี้ นายศุภชัยระบุว่า เมื่อไม่นานมานี้ได้เชิญอาจารย์สายวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะฟู้ดไซน์ มาหารือเพื่อหาแนวทางดึงดูดให้นักเรียนสนใจสาขาที่มีความจำเป็นเหล่านี้ เนื่องจากเด็กจำนวนมากหันไปเลือกเรียนในสาขาที่ไม่ตรงกับความต้องการของตลาด ขณะที่สาขาที่จำเป็นกลับมีผู้เรียนลดลง ทั้งที่เรียนจบแล้วมีงานรองรับแน่นอน

ปลัดอว.กล่าวต่อว่า นโยบายสำคัญที่เน้นย้ำต่อมรภ. คือไม่ต้องการให้ยุบสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อพื้นที่ เช่น สาขาเกษตรและอาหาร แม้จำนวนผู้เรียนจะน้อยเพียงใดก็ตาม โดยในปีการศึกษา 2569 อว.จะพยายามผลักดันให้เด็กสนใจเลือกเรียนในสาขาเหล่านี้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน จะมีการพัฒนาศักยภาพอาจารย์ผู้สอน ทั้งด้านการเรียนการสอน เทคโนโลยี และการประยุกต์ใช้เอไอด้านอาหารยุคใหม่ รวมถึงการปรับปรุงหลักสูตรให้สอดรับกับยุคปัจจุบัน สิ่งสำคัญคือการสร้างทัศนคติใหม่ให้เด็กอยากเรียนในสาขาเหล่านี้ โดยอว.อาจพิจารณาปรับระบบทุนการศึกษา รวมทั้งเตรียมจัดบูทแคมป์ด้านเกษตรและอาหารตั้งแต่ระดับมัธยมปลาย เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สัมผัสอาชีพสมัยใหม่ เช่น สมาร์ทฟาร์มเมอร์ หรือนักโภชนาการ เพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการตัดสินใจเรียนต่อ

นายศุภชัยกล่าวด้วยว่า ปัญหาผู้เรียนในสาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะฟู้ดไซน์และเกษตร มีอยู่แทบทุกมหาวิทยาลัย แม้สถาบันขนาดใหญ่จะมีผู้เรียนลดลงเช่นกัน แต่สถานการณ์ยังไม่รุนแรงเท่ากลุ่มมรภ. ซึ่งหลายแห่งมีจำนวนนักศึกษาน้อยจนมหาวิทยาลัยมีแผนจะยุบสาขาเพื่อลดต้นทุน

ด้วยเหตุนี้ อว.จึงเสนอแนวทางต่อที่ประชุมอธิการบดีมรภ.ให้คงสาขาที่จำเป็นเหล่านี้ไว้ก่อน เนื่องจากรัฐได้ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานไว้เป็นจำนวนมาก จึงต้องร่วมกันหาแนวทางดึงดูดนักเรียนให้สนใจมากขึ้น ซึ่งเป็นความร่วมมือที่อว.และมหาวิทยาลัยต้องขับเคลื่อนร่วมกัน ขณะเดียวกัน สาขาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน เช่น ฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยา ก็มีจำนวนผู้เรียนลดลงอย่างเห็นได้ชัด หากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินเช่นนี้ต่อไป อาจส่งผลกระทบต่อประเทศในระยะยาว นายศุภชัยกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...