โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

KCARพอร์ตรถมือสองขายดี หนุนงบไตรมาส4โตต่อเนื่อง

ทันหุ้น

อัพเดต 18 พ.ย. 2568 เวลา 11.18 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2568 เวลา 11.18 น.

#KCAR #ทันหุ้น – KCAR แนวโน้มผลงานไตรมาส 4/2568 ยังเติบโตขึ้น YoY จากการที่มีรถครบอายุสัญญากลับเข้ามาเป็นจำนวนมาก และบริษัทได้นำไปขายต่อเป็นรถมือสอง ส่งผลให้งบของบริษัทมีการเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การเติบโตในปี 2569 ยังทรงตัว สวนทางกับอุตสาหกรรมรถเช่าที่หดตัว

นายพิชิต จันทรเสรีกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน) หรือ KCAR ผู้ให้บริการสัญญาเช่ารถยนต์เพื่อการดำเนินงาน เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/2568 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องกว่าปีที่แล้ว แต่ยังถูกกดดันจากเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากราคาที่ปรับตัวลดลง ทั้งนี้ภาพรวมธุรกิจยังเติบโตได้ดีโดยประเมินว่าธุรกิจรถยนต์ให้เช่าจะหดลงประมาณ 2% เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจ

ขณะที่ยอดขายรถยนต์มือสองจะเติบโตขึ้นเกือบเท่าตัวอยู่ที่ประมาณ 3,000 คัน จากที่ก่อนที่ทำได้ราว 1,000 คัน จึงทำให้บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากรถยนต์ให้เช่าลดลงเหลือ 40% และมีสัดส่วนรายได้จากการขายรถยนต์มือสองเพิ่มขึ้นเป็น 60% เพราะว่าการขายรถยนต์รับรู้รายได้เป็นเงินก้อนใหญ่ รายได้จากค่าเช่ารับรู้เป็นรายเดือน

@ลุยขายรถหมดสัญญา

อีกทั้งยอดขายรถยนต์มือสองที่เติบโตขึ้น ส่งผลให้ผลงานของบริษัทมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีรถยนต์ที่ครบอายุสัญญากลับเข้ามาเป็นจำนวนมากและบริษัทได้นำกลับไปขายต่อเป็นรถยนต์มือสอง แม้ว่าภาวะตลาดรถยนต์มือสองจะยังไม่ค่อยดี แต่บริษัทก็ยังสามารถจำหน่ายรถยนต์มือสองได้ เช่น ขายรถยนต์ผ่านบริษัทลูกค้าที่เป็นดีลเลอร์ Toyota Sure โดยไม่ได้เน้นขายเข้าเต็นท์

ขณะที่แผนการเติบโตในปี 2569 จะมีรถยนต์ครบอายุสัญญาคืนเข้ามา แต่ปริมาณจะไม่มากเท่าปีนี้ เนื่องจากปีนี้มีล็อตใหญ่เป็นพิเศษผลจากการเติบโตเมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ดังนั้นจึงคาดว่าภาพรวมผลประกอบการยังค่อนข้างทรงตัว จากสภาพเศรษฐกิจไม่ดีและลูกค้ามีการต่ออายุสัญญามากขึ้น ขณะเดียวกันจะมีลูกค้ากลุ่มใหม่ที่หันมาเช่ารถยนต์แทนการซื้อรถยนต์ใหม่

ทั้งนี้กลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท คือ กลุ่ม Corporate เช่น องค์กร, รัฐวิสาหกิจ, เอกชน โดยจะเน้นเอกชนรายใหญ่ ซึ่งบริษัทมีฐานลูกค้าในธุรกิจรถยนต์ให้เช่าประมาณ 10,000 กว่าบริษัท

@รักษาการเติบโต

โดยปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตรถยนต์ประมาณ 10,000 คัน คาดว่าจะมีเติมรถยนต์เข้าพอร์ตราว 1,800-2,000 คัน และจะมีการขายรถยนต์ออกไปประมาณกว่า 2,000 คันเช่นกัน ทำให้ภาพรวมยังเติบโตเติบได้ดีกว่าอุตสาหกรรม อย่าวงไรก็ตามคาดว่าตลาดรถยนต์ให้เช่าจะหดตัวลง ซึ่งบริษัทใช้กลยุทธ์ฃรักษาการให้บริการที่ดีทำให้ลูกค้าหันมาใช้บริการของบริษัทแม้ตลาดจะมีการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรงมา 3-4 ปีแล้วก็ตาม

ด้านแนวโน้มตลาดรถยนต์มือสองปีหน้าคาดว่าอาจจะดีขึ้นหรือทรงตัว ขึ้นอยู่กับนโยบายภาครัฐ และคาดว่าการแข่งขันเรื่องราคาของรถยนต์ EV จะน้อยลงในปีหน้า ซึ่งสถานการณ์ตลาดมือสองไม่ค่อยมีผลกระทบต่อบริษัทมากนักเพราะ ซัพพลาย (Supply) ของบริษัท 70% มาจากรถยนต์ให้เช่า ทำให้มีข้อได้เปรียบในการบริหารจัดการ

อย่างไรก็ดีบริษัทได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงในปีนี้ เนื่องจากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงและผลประกอบการดีขึ้น หากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีการลดดอกเบี้ยอีกจะเป็นผลบวกต่อบริษัททำให้ต้นทุนหนี้ใหม่ถูกลง ในส่วนการบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

จากมาตรการการคัดพิจารณาสินเชื่อที่เข้มข้นขึ้น และการทำงานใกล้ชิดกับลูกค้า มีการแนะนำลูกค้าที่เครดิตไม่แข็งแรงให้เช่ารถยนต์มือสองหรือทำสัญญาสั้นลง เพื่อลดภาระของลูกค้า รวมถึงมีการยืดหยุ่นและผ่อนผัน การชำระหนี้ในบางช่วงเวลา โดยร่วมมือกับลูกค้าอย่างใกล้ชิดเพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้เสีย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...