โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สภากลาโหม รับทราบ แผน 'เหล่าทัพ' ดูแลชายแดนไทย-กัมพูชา ระยะยาว

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา

9 ม.ค.พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยผลการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 1/2569 ที่มีพล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ถึงการดำเนินการของกลาโหมต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา การสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์และการประชาสัมพันธ์ ว่า ให้ดำเนินการสื่อสารข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เป็นเอกภาพและทันต่อสถานการณ์ เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน และประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมทั้งป้องกันและแก้ไขปัญหาข่าวบิดเบือน ข่าวปลอมและข่าวยั่วยุ ที่อาจกระทบ ต่อความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนพิจารณายกระดับกลไกศูนย์แถลงข่าวร่วม เป็นศูนย์ประสานการสื่อสารร่วม

ตลอดระยะเวลาการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม โดยให้หน่วยที่เกี่ยวข้อง บูรณาการการทำงานด้านข้อมูล ข่าวสาร และการประชาสัมพันธ์ ในทิศทางเดียวกันทั้งในและต่างประเทศ โดยในช่วงที่ผ่านมา ตั้งแต่ 8 - 30 ธันวาคม 2568 การสือสารในสถานการณ์วิกฤต กรณีชายแดนไทย-กัมพูชา ผ่าน "ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา" ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากด้วยการบูรณาการของกลไกการสื่อสาร ทั้งในกระทรวงกลาโหม ทุกเหล่าทัพ และนอกกระทรวงกลาโหม โดยเชื่อมโยงกับกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมทั้งหน่วยงานต่างๆ ในมิติความมั่นคง สังคม และเศรษฐกิจ ที่ส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ทางตรงและทางอ้อม

ภายหลังการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) เพื่อการหยุดยิงแล้วเดินหน้ากระบวนการสันติภาพที่ยั่งยืน ได้ปรับรูปแบบการทำงานใหม่

โดยตั้ง"ศูนย์ประสานข้อมูลข่าวสารร่วม ไทย-กัมพูชา" เพื่อเป็นกลไกการทำงานด้านการสื่อสารที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของแถลงการณ์ร่วม (Joint Statement) ณ วันที่ 27 ธันวาคม 2568 ข้อ 16 ในการตั้งคณะทำงานที่รับผิดชอบการแถลงข่าวทางการของฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชา

สำหรับรักษาการสื่อสารโดยตรงและอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันและจัดการข้อมูลบิดเบือนและข้อมูลเท็จอย่างมีประสิทธิผล ตลอดจนทำให้เกิดความโปร่งใสและความถูกต้องของข่าวสารและรายงานต่างๆ โดยมุ่งเสริมสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกันโดยยกระดับการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเด็นที่เป็นสาระสำคัญและกลไกการขับเคลื่อนตามแถลงการณ์ร่วม อาทิ คณะผู้สังเกตุการณ์อาเซียน (ASEAN Observer Team : AOT) การปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม และอาชญากรรมทางไซเบอร์ เป็นต้น

พร้อมกันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม ให้การสนับสนุนการทำงานของศูนย์ประสานข้อมูลข่าวสารร่วมฯ อย่างเต็มที่ และได้กล่าวย้ำว่า “การนำเสนอความจริง สามารถเอาชนะทุกสิ่งทุกอย่างได้”

ในส่วนกองบัญชาการกองทัพไทย และเหล่าทัพ ได้ชี้แจงผลการปฏิบัติงาน

กองบัญชาการกองทัพไทย : การปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม กรณีความขัดแย้งไทย-กัมพูชา

มีการปรับพื้นที่การเก็บกู้ทุ่นระเบิด โดยการปฏิบัติจะดำเนินการตามพื้นที่ครอบคลุมพื้นที่ที่กองทัพไทยสามารถเข้าควบคุมและวางกำลังใหม่

กองทัพไทย อยู่ระหว่างการเตรียมพร้อมจัดประชุมจัดตั้งคณะทำงานพิสูจน์ทราบ (Fact Finding Mission) ใน 13 มกราคม 2569
กองทัพบก ใช้แนวคิดในการทำสงครามระบบไร้คนขับของกองทัพบก กองทัพบกนำเสนอการปรับโครงสร้างการจัด อัตรา การฝึก การเตรียมพร้อมกำลังพล ยุทโธปกรณ์ ในการปฏิบัติการระบบไร้คนขับของกองทัพบก เพื่อเสริมสร้างมิติการรบในรูปแบบใหม่ สอดรับกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
กองทัพเรือ : การพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพเรือ รองรับภัยคุกคามในอนาคต กองทัพเรือเสนอแนวคิดในการพัฒนาระบบยุทโธปกรณ์ การควบคุมบังคับบัญชา กำลังพล เพื่อรองรับสถานการณ์ความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะสถานการณ์ตามแนวชายแดนที่ผ่านมา
กองทัพอากาศ แนวทางการพัฒนางานวิจัยและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของกองทัพอากาศ
นำเสนอแนวทางการถ่ายทอดเทคโนโลยี ในรูปแบบ Defence Offset Policy โดยแบ่งเป็นโครงการในระดับต่างๆ (แดง / เขียว / เหลือง) แบ่งตามระดับความร่วมมือระหว่างกองทัพอากาศ กับหน่วยงานสังกัดกระทรวงกลาโหม ภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

การรับสมัครนายทหารสัญญาบัตรหญิงเหล่านักบินของกองทัพอากาศ มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนสุภาพสตรีเข้าสมัครเพื่อบรรจุเป็นนักบินหญิง สังกัดกองทัพอากาศ และพัฒนาต่อยอดไปเป็นนักบินรบหญิง (Female Combat Officer) ของกองทัพอากาศ โดยในปี 2569 มีกำหนดบรรจุนักบินหญิง จำนวน 4 นาย

นอกจากนี้ในเรื่อง การดูแลกำลังพลและเยียวยา ให้เร่งรัดการดำเนินการด้านสวัสดิการ การรักษาพยาบาล การเยียวยา แก่กำลังพลผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ตลอดจนครอบครัวที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในแนวหน้าและตามแนวชายแดนทั่วประเทศ ให้มีการพิจารณายกระดับชีวิตความเป็นอยู่ให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...