โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทรัมป์อยากคุมดอกเบี้ยบัตรเครดิตเหลือ 10% ถูกวิจารณ์หวังผลทางการเมือง

Amarin TV

อัพเดต 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา
โดนัลด์ ทรัมป์ โพสโซเชียลว่า อยากคุมดอกเบี้ยบัตรเครดิตเหลือ 10% หวังช่วยลดค่าครองชีพคนอเมริกัน แต่ถูกวิจารณ์ว่าหวังผลทางการเมืองและกระทบธุรกิจการเงิน

Donald Trump ออกมาสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดการเงินและภาคธนาคารสหรัฐฯ หลังเรียกร้องให้ จำกัดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตไม่เกิน 10% ต่อปี เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของชาวอเมริกัน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม (Midterm Elections) ที่กำลังจะมาถึงในช่วงปลายปีนี้

ทรัมป์ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า ต้องการให้เพดานดอกเบี้ยดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม ซึ่งเป็นวันครบรอบการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี และให้มีผลเป็นเวลา 1 ปี โดยชี้ชัดว่าประชาชนไม่ควรถูก “เอาเปรียบ” จากบริษัทบัตรเครดิตที่คิดดอกเบี้ยสูงถึง 20–30% ต่อปี

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือ ยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์มีเครื่องมือทางกฎหมายหรือกฎระเบียบใด ที่จะใช้บังคับให้เพดานดอกเบี้ยดังกล่าวเกิดขึ้นจริงได้ ขณะที่ทำเนียบขาวยังไม่ออกมาให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการบังคับใช้

หนี้บัตรเครดิตสหรัฐฯ แตะ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์

ดอกเบี้ยเฉลี่ย 20% คือแรงกดดันทางการเมือง

ข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาเซนต์หลุยส์ ระบุว่า ยอดหนี้บัตรเครดิตของสหรัฐฯ อยู่ที่ราว 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ โดยมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยประมาณ 20% ต่อปี ซึ่งกลายเป็นภาระสำคัญของครัวเรือน ท่ามกลางปัญหาค่าครองชีพที่ยังตึงตัว

อย่างไรก็ตามข้อเสนอของทรัมป์ถูกมองว่าเป็น สัญญาณทางการเมืองมากกว่านโยบายการเงิน โดยเฉพาะเมื่อมหาเศรษฐีนักลงทุนอย่าง Bill Ackman ออกมาวิพากษ์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า แนวคิดนี้เป็น “ความผิดพลาด”

ในช่วงที่ผลสำรวจความคิดเห็นชี้ให้เห็นว่า คะแนนนิยมต่อนโยบายเศรษฐกิจของเขาลดลง และการเลือกตั้งกลางเทอมกำลังใกล้เข้ามา ความจริงแล้ว แนวคิดการจำกัดดอกเบี้ยบัตรเครดิตไม่ใช่เรื่องใหม่ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา วุฒิสมาชิก Bernie Sanders และ Josh Hawley จากสองขั้วการเมือง ได้เสนอร่างกฎหมายกำหนดเพดานดอกเบี้ยไว้ที่ 10% เช่นกัน แต่ยังไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา

ถูกมอง“กดดันธุรกิจใหญ่” เป็นเครื่องมือเชิงนโยบาย

ข้อเสนอเรื่องดอกเบี้ยบัตรเครดิต เป็นเพียงหนึ่งในชุดนโยบายที่ทรัมป์ใช้ แรงกดดันต่อภาคธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเมือง

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยระบุว่า ต้องการ ห้ามนักลงทุนรายใหญ่เข้าซื้อบ้านเดี่ยวในสหรัฐฯ เพื่อลดผลกระทบต่อราคาที่อยู่อาศัย และยังสั่งการให้บริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ งดการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) และจ่ายเงินปันผล จนกว่าจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตอุปกรณ์ทางทหารได้ตามที่รัฐบาลต้องการ

แนวทางดังกล่าวสะท้อนท่าทีของรัฐบาลที่พยายามตอบโจทย์ความไม่พอใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่อประเด็น “ความสามารถในการดำรงชีพ” (Affordability) หลังพรรคเดโมแครตที่เคยทำผลงานได้ดีในการเลือกตั้งท้องถิ่นนอกวาระเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ทรัมป์มองว่า เป็นเรื่องหลอกลวงที่พรรคเดโมแครตสร้างขึ้น

ตามการประเมินของสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคในปี 2024 ผู้ให้กู้บัตรเครดิตมีรายได้จากดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวมกันราว 130,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดยกลุ่มสมาคมอุตสาหกรรมธนาคารคัดค้านการกำหนดเพดานดอกเบี้ยอย่างแข็งขัน

“การศึกษาซ้ำแล้วซ้ำเล่าแสดงให้เห็นว่า แม้แต่การควบคุมราคาของรัฐบาลในระดับเล็กน้อย ก็กลับทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น แทนที่จะลดลง” สมาคมธนาคารอเมริกัน และสมาคมธนาคารระดับรัฐอีก 52 แห่ง ระบุไว้ในจดหมายเมื่อปีที่แล้ว เพื่อคัดค้านการกำหนดเพดานดอกเบี้ยที่ 10 %

หากมองกลับมาที่ประเทศไทย ภาพอาจต่างกันในรายละเอียด แต่ โจทย์ใหญ่คล้ายกันอย่างยิ่ง นั่นคือปัญหา หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และภาระดอกเบี้ยของประชาชน

ปัจจุบัน ประเทศไทยกำหนด เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงสุดที่ 16% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ แต่เมื่อเทียบกับระดับรายได้ของครัวเรือนไทย ภาระดังกล่าวยังถือว่าสูง และเป็นปัญหาที่รัฐบาลทุกชุดต้องเผชิญ

แนวทางของไทยในช่วงนี้ ไม่ได้เลือกใช้การลดเพดานดอกเบี้ยแบบฉับพลัน แต่เน้นการ “ประคองความสามารถในการชำระหนี้” ผ่านมาตรการกำกับ เช่น

  • การ คงอัตราการจ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิตไว้ที่ 8% ต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 2569
  • การส่งเสริมการปรับโครงสร้างหนี้ และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย

กรณีสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่า ดอกเบี้ยบัตรเครดิตไม่ใช่เพียงตัวเลขทางการเงิน แต่ยังเป็นประเด็นทางการเมืองที่ผูกโยงกับค่าครองชีพ ความไม่พอใจของประชาชน และคะแนนเสียงเลือกตั้ง

ขณะที่ประเทศไทย แม้ยังไม่เดินไปถึงการ “ล็อกเพดานดอกเบี้ย” แบบแข็งกร้าว แต่ก็สะท้อนความจริงเดียวกันว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนและดอกเบี้ย คือโจทย์ใหญ่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และการออกแบบนโยบายต้องเดินบนเส้นทางระหว่างการช่วยประชาชน กับการไม่สร้างความเสี่ยงใหม่ให้ระบบการเงิน

ที่มาข้อมูล: https://www.ft.com/content/52a8bc1f-05a9-4d5e-b2cc-aa2591ac4471

https://www.nytimes.com/2026/01/09/us/politics/credit-card-interest-cap.html#

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...