โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ฟิทช์ เตือน “เวียดนามเสี่ยงหนี้พุ่ง” หลังเร่งปล่อยกู้-เตรียมยกเลิกเพดานสินเชื่อ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 พ.ย. 2568 เวลา 13.57 น. • เผยแพร่ 12 พ.ย. 2568 เวลา 06.57 น.

ฟิทช์ เตือน “เวียดนามเสี่ยงหนี้พุ่ง” หากรัฐบาลเดินหน้ายกเลิกเพดานสินเชื่อในปี 2569 ขณะที่อัตราสินเชื่อต่อ GDP มีแนวโน้มแตะ 145% ภายในสิ้นปีนี้

วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 เวลา 11.49 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Fitch Ratings ออกคำเตือนว่าการปล่อยสินเชื่อของธนาคารในเวียดนามที่ขยายตัวรวดเร็ว กำลังเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ และความเสี่ยงดังกล่าวอาจยิ่งรุนแรงขึ้น หากรัฐบาลเดินหน้ายกเลิกเพดานการปล่อยสินเชื่อ (credit quota system) ที่ใช้มายาวนาน

Willie Tanoto ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสถาบันการเงินเอเชียแปซิฟิกของฟิทช์ กล่าวว่า“หากเพดานสินเชื่อถูกยกเลิก จะยิ่งเร่งให้การเติบโตของสินเชื่อซึ่งปัจจุบันก็อยู่ในระดับสูงแล้วเพิ่มขึ้นอีก และตามมาด้วยการก่อหนี้ที่สูงขึ้นตามไปด้วย”

พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า ฟิทช์ยังคงมุมมองเป็นกลางถึงเชิงบวกต่อภาคธนาคารเวียดนาม แต่ยอมรับว่าในช่วง 6–12 เดือนที่ผ่านมา ความกังวลของเรามีมากกว่าตลอด 5 ปีก่อนหน้านี้

Pham Minh Chinh นายกรัฐมนตรี เวียดนาม ได้สั่งการให้ธนาคารกลางเร่งจัดทำแผนยกเลิกโควตาการเติบโตของสินเชื่อรายปีของธนาคาร เริ่มตั้งแต่ปี 2569 เพื่อผลักดันเป้าหมายเศรษฐกิจเติบโต 8% ในปีนี้ และ 10% ต่อปีในอีก 5 ปีข้างหน้า

ข้อมูลจากธนาคารโลก (World Bank) ระบุว่าสินเชื่อในระบบการเงินของเวียดนามเพิ่มขึ้น 18.1% เมื่อเทียบรายปี ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ขณะที่ธนาคารกลางเวียดนามคาดว่าสินเชื่อรวมจะขยายตัว 19–20% ในปี 2568 ส่วนฟิทช์ประเมินว่าการเติบโตของสินเชื่อในปีหน้าอาจอยู่ที่ราว 18% แม้ยังไม่มีการเปลี่ยนนโยบายเพดานสินเชื่อ

อัตราการขยายตัวของสินเชื่อในระดับสูงได้ช่วยผลักดันให้เวียดนามกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตเร็วที่สุดในโลก โดย GDP ไตรมาส 3 ปีนี้ขยายตัว 8.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ทาโนโตชี้ว่าการเติบโตของสินเชื่อที่แซงหน้า GDP มาหลายปี ทำให้ความหนาแน่นของสินเชื่อ (credit density) อาจพุ่งแตะ 145% ของ GDP ภายในสิ้นปีนี้

“ระดับการก่อหนี้ขนาดนี้ถือว่าผิดปกติสำหรับประเทศที่อยู่ในระดับพัฒนาการทางเศรษฐกิจและรายได้ต่อหัวเท่ากับเวียดนาม” เขากล่าว พร้อมเตือนว่า แม้ความเสี่ยงอาจยังไม่ปะทุในระยะสั้น แต่ระดับหนี้ดังกล่าวกำลังเพิ่มความเปราะบางให้กับระบบการเงินโดยรวม

แม้ฟิทช์เตือนถึงความเสี่ยง แต่ทาโนโตย้ำว่าจุดแข็งของเวียดนามยังรวมถึงแนวโน้มเติบโตระยะกลางที่แข็งแกร่ง, ระดับหนี้โดยรวมที่ต่ำกว่าประเทศที่มีอันดับเครดิตใกล้เคียง และโครงสร้างหนี้ต่างประเทศที่อยู่ในเกณฑ์ดี

ด้านธนาคารกลางเวียดนามระบุว่าจะควบคุมสินเชื่อในภาคเสี่ยง โดยกำหนดให้สถาบันการเงิน มุ่งปล่อยสินเชื่อไปยังภาคการผลิตและธุรกิจหลักของเศรษฐกิจ ขยายสินเชื่อเพื่อการบริโภคอย่างระมัดระวัง และจำกัดสินเชื่อในภาคอสังหาริมทรัพย์หรือการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ตามที่ Pham Thi Thanh Tung รองผู้อำนวยการฝ่ายสินเชื่อของธนาคารกลาง กล่าวในงานฟอรั่มที่ฮานอย

รายงานของธนาคารโลกเมื่อเดือนกันยายนระบุว่า สัดส่วนหนี้เสีย (NPL Ratio) ของธนาคารพาณิชย์หลัก 27 แห่งของเวียดนามเพิ่มขึ้นเป็น 3.8% ในไตรมาสแรกของปีนี้ จากสิ้นปีก่อนหน้า แม้คุณภาพสินทรัพย์โดยรวมยังถือว่าคงที่ แต่ธนาคารโลกเตือนว่าความเสี่ยงพื้นฐานยังคงอยู่ จากการผ่อนปรนหนี้ การปรับโครงสร้างสินเชื่อ และอัตราการตั้งสำรองหนี้เสียที่ลดลง

ทาโนโตกล่าวเพิ่มเติมว่า ธนาคารเวียดนามมีจุดอ่อนเชิงโครงสร้าง 2 ประการ ได้แก่ ความต้องการรับความเสี่ยงสูง (risk appetite) และเงินกองทุนสำรองต่ำ (thin capital buffers)

แม้ธนาคารส่วนใหญ่ยังมีกำไร แต่รายได้ส่วนใหญ่ถูกนำไปขยายสินทรัพย์ ทำให้เหลือเงินไม่เพียงพอในการเสริมฐานเงินทุน นอกจากนี้การตั้งสำรองหนี้มักทำเพียงขั้นต่ำตามข้อกำหนด และอัตราการดูดซับความเสี่ยงจากสินเชื่อยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาค

สำหรับปีนี้ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ระบุว่า เศรษฐกิจเวียดนามต้องขยายตัวอย่างน้อย 8.4% ในไตรมาส 4 เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเติบโตเฉลี่ยมากกว่า 8% ตลอดปี 2568 ซึ่งหมายความว่าการปล่อยสินเชื่อในระบบอาจยังคงเร่งตัวต่อไปอีกระยะ แม้ความเสี่ยงด้านเสถียรภาพจะเพิ่มขึ้นก็ตาม

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...