ทบ.เตือน กัมพูชาเล็งโจมตีกันทรลักษ์ ห้ามเข้าพื้นที่ ทหารเขมรดับ 505 คน
ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา ที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เผย ปัจจุบันพบว่าทหารกัมพูชามีการโจมตีเข้ามาพื้นที่พลเรือนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ทําให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ จนต้องออกประกาศห้ามประชาชนที่ไม่มีความจําเป็นเข้าพื้นที่เด็ดขาด จะอนุญาตเฉพาะชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)ที่ต้องดูแลพื้นที่
"เป็นเรื่องสําคัญที่ต้องแจ้งเตือน จากการพิสูจน์ทราบ ไม่มีแนวโน้มกัมพูชาจะหยุดใช้ยุทธวิธีนี้เพื่อให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน ดังนั้นขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ
อ.กันทรลักษ์ ที่พบการโจมตีเข้ามาบ่อยครั้ง ขอให้ทําตามคําแนะนําของส่วนราชการ" รองโฆษก ทบ. กล่าว
สําหรับภาพรวมปฏิบัติการทางทหาร พื้นที่กองทัพภาคที่ 1และพื้นที่กองทัพภาคที่2 พื้นที่ที่มีการควบคุมยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เราสามารถยึดรักษาพื้นที่นั้นไว้ได้ ที่สําคัญฝ่ายกัมพูชาพยายามโจมตีเข้ามาในพื้นที่ที่เราควบคุมได้แล้วอย่างหนักหน่วง อาวุธที่ใช้ BM-21 โดรนพลีชีพ ยังคงปฏิบัติต่อเนื่อง และหมายรวมถึงพื้นที่ที่เราพยายามสถาปนาแนวเขตแดนไทย ที่ยังยึดคืนไม่ได้ทั้งพื้นที่กองทัพภาคที่1และกองทัพภาคที่2ก็ถูกโจมตีอย่างหนักเช่นกัน
สำหรับประมาณการสูญเสียของกัมพูชาฐานที่มั่น/ฐาน ปฏิบัติการต่างๆ ที่ตั้งทางทหาร อาวุธยิง บก.ควบคุมและจุดปฏิบัติการที่ตั้งอาวุธต่างๆ ทําลายประมาณ 82 แห่ง
อาทิ BM-21 จำนวน 1ระบบ รถถัง 12คัน ยานรบต่างๆ รวมถึงยานเกราะ 10 คัน ปืนใหญ่ต่อสู้ อากาศยาน(ปตอ. )4 ระบบ ปืนใหญ่ เครื่องยิงลูกระเบิด 7กระบอก แอนตี้โดน 5 จุด โดรน 175 ลำ เสาสื่อสาร5 จุด ทหารกัมพูชา เสียชีวิต 505 นาย
กองทัพบก ยืนยันว่า การปฏิบัติการเราถูกรุกล้ําอธิปไตยและถกูโจมตีเข้ามาก่อน ดังนั้นความมุ่งหมายหลักของกองทัพบก เราจะมุ่งมั่น สถาปนาแนวเขตแดนไทยที่ถูกรุกล้ําให้กลับคืนมาให้ได้ เราจะมุ่งมั่นทําลายขีดความสามารถของทหารกัมพูชาที่เป็นภัยคุกคามต่อกําลังพลและประชาชนคนไทยให้หมดสิ้นไป
ด้าน พลเรือตรีสุรสันต์ คงศิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง สถานการณ์ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา จะเห็นว่าความรุนแรงมีผลกระทบต่อประชาชนเป็นสําคัญ เป้าหมายที่ทางกัมพูชาโจมตี ใช้อาวุธหนัก คือเป้าหมายพลเรือน ตรงกันข้ามกับฝ่ายไทยโจมตีเป้าหมายทางทหาร
ทั้งนี้การปะทะเกิดต่อเนื่องตลอดแต่ชายแดน 7 จังหวัด และช่วงเที่ยงคืนวันนี้(15 ธ.ค.) กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกคําสั่งควบคุมการส่งออกน้ํามันเชื้อเพลิงและยุทธภัณฑ์ สองจุดผ่านแดนถาวรช่องเม็ก ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งอยู่ติดกับ สปป.ลาว โดยเหตุผลหลัก มีการนําน้ํามันและยุทธภัณฑ์ต่างๆ ส่งต่อไปให้กัมพูชา นํามาใช้ในการสู้รบ
"ไทยไม่มีเจตนาสร้างผลกระทบให้เพื่อนบ้าน สปป.ลาว เราทราบดีว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาเกิดขึ้นระหว่าง2 ประเทศเท่านั้น ประเทศอื่นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้แต่อย่างใดขออภัยพี่น้องชาวลาวที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ และจะดําเนินมาตรการนี้ให้รวดเร็วให้มีผลกระทบน้อยที่สุดต่อประชาชนชาวลาว" พลเรือตรีสุรสันต์ กล่าว
ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา กัมพูชายังโจมตีฝ่ายไทยต่อเนื่อง ทั้งจังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ โดยเฉพาะเป้าหมายที่ฝ่ายกัมพูชาโจมตีเป้าหมายพลเรือน ขณะพื้นที่บ้านชำราด จ.ตราด ยังมีการปะทะหน้าแนว การปฏิบัติที่ผ่านมาภายใต้ปฏิบัติการ ยุทธบดินทร์ของกองทัพบกตราดปราบปรปักษ์ และ ประจวบคีรีขันธ์ ประจันตกคีรีเขตรของกองทัพเรือ ยังมีผลดําเนินการต่อเนื่องเช่นเดียวกัน