“จีน” เบรกสงครามราคารถยนต์ ยกเครื่องกฎใหม่คุมส่วนลด กดหุ้น EV ร่วง
"จีน" เตรียมออกแนวปฏิบัติใหม่ห้ามผู้ผลิต-ดีลเลอร์ตั้งราคารถต่ำกว่าต้นทุน สะท้อนความพยายามสกัดการแข่งขันแบบตัดราคาที่บั่นทอนอุตสาหกรรม แม้ราคาขายรถเฉลี่ยยังร่วงต่อเนื่อง
วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 12.52 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จีนออกมาตรการใหม่จำกัดการให้ส่วนลดรถยนต์ ส่งสัญญาณว่ารัฐบาลกำลังยกระดับการกำกับดูแลการแข่งขันที่รุนแรงเกินไปในอุตสาหกรรมยานยนต์ภายในประเทศ หลังจากความพยายามก่อนหน้านี้ไม่สามารถหยุดยั้งการปรับลดราคารถยนต์อย่างต่อเนื่องได้
สำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐของจีน (State Administration for Market Regulation) ประกาศร่างแนวปฏิบัติใหม่เมื่อปลายวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงมาตรการห้ามผู้ผลิตตั้งราคารถต่ำกว่าต้นทุนการผลิต และห้ามผู้แทนจำหน่ายเสนอส่วนลดหรือเงินคืนที่ทำให้ราคารถลดลงต่ำกว่าต้นทุน
หุ้น BYD และผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายอื่นของจีน ซึ่งพึ่งพาการลดราคาเพื่อพยุงอุปสงค์ที่ชะลอตัว ปรับตัวลดลงในวันจันทร์ หลังมาตรการดังกล่าวสะท้อนถึงการตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้นต่ออุตสาหกรรม แม้ก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนจะออกมาวิพากษ์ผู้ผลิตรถยนต์ต่อสาธารณะเมื่อกว่า 6 เดือนก่อน เกี่ยวกับการแข่งขันแบบแย่งกันจนตาย (rat-race competition) และเตือนถึงความเสี่ยงต่อสถานะทางการเงินของอุตสาหกรรม แต่ราคารถยนต์ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง
หลี่ เหยียนเว่ย ที่ปรึกษาสมาคมผู้จำหน่ายรถยนต์จีน กล่าวว่า อย่างไรก็ตามยังต้องรอดูว่ากฎใหม่เหล่านี้จะสามารถพลิกแนวโน้มขาลงของราคารถยนต์ได้หรือไม่ เนื่องจากหนึ่งในสาเหตุหลักของสงครามลดราคามาจากอุปสงค์ที่อ่อนแอและกำลังการผลิตที่ล้นตลาด พร้อมระบุว่า “บางแบรนด์ใช้ข้อได้เปรียบจากขนาดกำลังการผลิตเพื่อครองตลาดในช่วงนี้ ซึ่งยิ่งซ้ำเติมสงครามราคาให้รุนแรงขึ้น”
ในภาพรวม การคุมเข้มราคารถยนต์ของจีนเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลในการปราบปรามภาวะ involution หรือการแข่งขันที่รุนแรงเกินไปจนให้ผลตอบแทนลดลง
ขณะเดียวกันราคาซื้อขายรถยนต์เฉลี่ยยังคงปรับลดลง โดยราคารถของ BYD ลดลงจาก 116,200 หยวน หรือราว 16,480 ดอลลาร์ ในเดือนมิถุนายน เหลือ 108,100 หยวนในเดือนตุลาคม ตามข้อมูลของ China Auto Market ผู้ผลิตยังคงใช้กลยุทธ์ลดราคาเพื่อกระตุ้นยอดขาย หลังมาตรการสนับสนุนจากรัฐสำหรับการเปลี่ยนรถเก่าและการซื้อรถ EV เริ่มถูกลดระดับลง ทำให้ทั้งผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่ายต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก
หุ้น BYD ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของโลก ปรับตัวลดลง 1.7% ในตลาดฮ่องกง ขณะที่ Nio Inc. ร่วง 2.5% Xiaomi Corp. ลดลง 2.2% และ Zhejiang Leapmotor Technology Co. ลดลง 2.8%
ยูจีน เซียว หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์หุ้นจีนของ Macquarie Capital กล่าวว่า นักลงทุนในกลุ่มยานยนต์เริ่มตระหนักถึงแรงกดดันด้านกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้หุ้นกลุ่มนี้อ่อนแรง พร้อมเสริมว่า แนวปฏิบัติที่เสนอออกมานั้นสอดคล้องกับนโยบายปราบอินโวลูชันของรัฐบาลจีนในวงกว้าง
ในทางกลับกัน หุ้นของผู้แทนจำหน่ายรถยนต์บางรายปรับตัวเพิ่มขึ้น จากความคาดหวังว่าพวกเขาจะเผชิญแรงกดดันน้อยลงในการต้องให้ส่วนลดหนักเพื่อทำยอดขายตามเป้าของผู้ผลิต โดย China Yongda Automobiles Services Holdings Ltd. ปรับขึ้น 1.2% และ Zhongsheng Group Holdings Ltd. เพิ่มขึ้น 3%
อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนลีย์ นำโดย เชลลีย์ หวัง ระบุในบันทึกเมื่อวันอาทิตย์ว่า แม้ผู้แทนจำหน่ายอาจลดการขาดทุนได้ แต่การบังคับใช้มาตรการยังคงเป็นความท้าทาย เนื่องจากการปรับขึ้นราคาสำหรับผู้บริโภคทำได้ยาก ท่ามกลางอุปสงค์ที่อ่อนแออย่างยืดเยื้อ โดยเฉพาะในตลาดรถหรูเครื่องยนต์สันดาป
ร่างกฎของหน่วยงานกำกับ ซึ่งเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนจนถึงวันที่ 22 ธันวาคม ยังครอบคลุมถึงการต่อต้านการฮั้วราคา และแนะนำให้ผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่ายจัดตั้งระบบฝึกอบรมบุคลากร ตรวจสอบราคา และบริหารความเสี่ยง
นอกจากนี้ทางการจีนยังเตรียมบังคับให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องขอใบอนุญาตส่งออกรถ EV ตั้งแต่ปีหน้า เพื่อปราบปรามปัญหารถศูนย์ไมล์ ซึ่งเป็นการบันทึกยอดขายก่อนที่รถจะถึงมือผู้บริโภคจริง
ยูจีน เซียว จาก Macquarie ระบุว่าการตรวจสอบแนวปฏิบัติของอุตสาหกรรมที่เข้มข้นขึ้น ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์บางรายเริ่มเปลี่ยนรูปแบบแรงจูงใจ จากการลดราคาโดยตรง มาเป็นการเพิ่มความคุ้มค่าให้ผู้ซื้อแทน เช่น การจำหน่ายรถ SUV รุ่นใหม่ขนาดใหญ่ในราคาเท่ารถขนาดเล็ก
อ้างอิง : bloomberg.com