โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

กกต. พอใจภาพรวมสมัครปาร์ตี้ลิสต์วันแรกราบรื่น เผย 32 พรรคส่งแคนดิเดตนายกฯ 68 คน มั่นใจจัดเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ได้แม้หตุชายแดนตึงเครียด

THE STANDARD

อัพเดต 28 ธ.ค. 2568 เวลา 06.41 น. • เผยแพร่ 28 ธ.ค. 2568 เวลา 06.41 น. • thestandard.co
กกต. พอใจภาพรวมสมัครปาร์ตี้ลิสต์วันแรกราบรื่น เผย 32 พรรคส่งแคนดิเดตนายกฯ 68 คน มั่นใจจัดเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ได้แม้หตุชายแดนตึงเครียด

วันนี้ (28 ธันวาคม) ที่ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงสรุปภาพรวมการเปิดรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และการแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองมีมติจะเสนอสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ในวันแรก

แสวง เปิดเผยว่า ภาพรวมการรับสมัครในวันนี้เป็นไปอย่างเรียบร้อย ด้วยความร่วมมือที่ดีจากทุกฝ่าย ทั้งพรรคการเมือง ผู้สนับสนุน และสื่อมวลชน โดยมีพรรคการเมืองที่เดินทางมาลงเวลาก่อน 08.30 น. จำนวน 52 พรรค ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารแล้วพบว่าครบถ้วนถูกต้องทุกพรรค และได้ดำเนินการจับสลากหมายเลขเพื่อใช้ในการหาเสียงเสร็จสิ้นแล้ว

สำหรับการเสนอรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ล่าสุดมีพรรคการเมืองยื่นรายชื่อแล้ว 32 พรรค รวมทั้งสิ้น 68 คน ทั้งนี้ พรรคที่ยังไม่ได้เสนอชื่อ ยังสามารถยื่นเสนอได้จนถึงวันสุดท้ายของการรับสมัคร คือวันที่ 31 ธันวาคม 2568

เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงประเด็นนโยบายหาเสียงตามมาตรา 57 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ว่า ขณะนี้ทั้ง 52 พรรคได้ส่งนโยบายเรียบร้อยแล้ว ซึ่ง กกต. จะจัดส่งข้อมูลนโยบายเหล่านี้ไปยังเจ้าบ้านผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 19 ล้านครัวเรือน เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ

นอกจากนี้ กกต. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายหาเสียงเพื่อให้เกิดความรอบคอบและสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน โดยมีองค์ประกอบจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่สำคัญ ได้แก่ สำนักงบประมาณ, กระทรวงการคลัง, กระทรวงพาณิชย์, สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.), ธนาคารแห่งประเทศไทย, หอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ เช่น วีระ ธีรภัทร เข้าร่วมเป็นคณะตรวจสอบด้วย

แสวง ยังได้ชี้แจงถึงกระบวนการออกเสียงประชามติที่จะเกิดขึ้นควบคู่กับการเลือกตั้ง โดยแบ่งการดำเนินงานเป็น 3 ส่วน คือ:

1. การให้ข้อมูล: เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ (ครม. เสนอคำถาม) โดย กกต. จะจัดส่งเอกสารข้อมูลไปยัง 19 ล้านครัวเรือน โดยเนื้อหาต้องไม่ชี้นำ

2. การแสดงความคิดเห็น: กกต. จะจัดเวทีประชันความคิดเห็น (Debate) ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค ให้ฝ่ายที่เห็นชอบและไม่เห็นชอบได้แสดงทัศนะอย่างเท่าเทียมกัน ส่วนสื่อมวลชนสามารถจัดรายการได้โดยคำนึงถึงความเสมอภาค

3. การรณรงค์: ประชาชนมีเสรีภาพในการรณรงค์ตามกรอบกฎหมาย พรรคการเมืองสามารถรณรงค์ได้ แต่ห้ามใส่ร้ายป้ายสีหรือเผยแพร่ข้อมูลเท็จ โดยค่าใช้จ่ายต้องเป็นไปตามกฎหมาย 3 ฉบับ (กฎหมายเลือกตั้ง, กฎหมายประชามติ, กฎหมายพรรคการเมือง)

ในส่วนของความกังวลเรื่องสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา แสวงยืนยันความตั้งใจของ กกต. ที่จะจัดการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ตามกำหนดการเดิม แม้กฎหมายจะเปิดช่องให้เลื่อนการเลือกตั้งเฉพาะหน่วยได้หากมีเหตุจำเป็น แต่จากการประเมินและประสานข้อมูลด้านความมั่นคงขณะนี้ มั่นใจว่าสถานการณ์จะมีความพร้อมและปลอดภัยเพียงพอ

“สำหรับเจ้าหน้าที่ทหารและบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สู้รบ กกต. จะหารือกับฝ่ายความมั่นคงเพื่อกำหนดแนวทางอำนวยความสะดวก ไม่ให้เสียสิทธิในการเลือกตั้ง” แสวงกล่าว

แสวง ทิ้งท้ายถึงการจัดการเลือกตั้งและประชามตินอกราชอาณาจักรว่า กกต. และกระทรวงการต่างประเทศ ได้เตรียมแผนรองรับไว้แล้ว โดยยอมรับว่าภารกิจครั้งนี้มีความท้าทายเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการออกเสียงประชามติควบคู่ไปด้วย ซึ่งบัตรเลือกตั้งจะต้องส่งกลับมานับคะแนนที่ไทย ส่วนบัตรประชามติจะนับคะแนนที่ต่างประเทศ แต่ขอยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเต็มที่และดีกว่าเดิม เพื่อรักษาเจตนารมณ์ของผู้ใช้สิทธิทุกคน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...