โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

KResearch มองสหรัฐ ขึ้นภาษีนำเข้า กระทบส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์ไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 พ.ค. 2568 เวลา 10.36 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2568 เวลา 00.51 น.

KResearch วิเคราะห์การขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์-ชิ้นส่วน 25% กระทบภาคการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยค่อนข้างหนัก ส่วนรถยนต์ไม่กระทบโดยตรง แต่จะส่งออกยากขึ้น พร้อมเผย 4 ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า สหรัฐกำลังใช้มาตรการภาษีนำเข้าหลากรูปแบบ ทั้งภาษีนำเข้า 25% ภายใต้มาตรา 232 และภาษีศุลกากรตอบแทน (Reciprocal Tariffs) เพื่อดึงการลงทุนกลับประเทศ โดยมีรถยนต์และชิ้นส่วนเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก

ขณะที่การส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์ไทยอาจโดนกระทบค่อนข้างมาก โดยเฉพาะจากมาตรา 232 นำโดยกลุ่มชิ้นส่วนระบบส่งกำลัง ชิ้นส่วนระบบกันสะเทือน และชิ้นสวนไฟฟ้า & อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งแม้จะมีมาตรการคืนเงินชดเชยภาษีตามออกมาแต่ก็ช่วยได้ไม่มาก

สหรัฐทยอยขึ้นภาษี เอฟเฟ็กต์ส่งออกไทย

สหรัฐนับเป็นประเทศผู้นำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนอันดับ 1 ของโลก ด้วยสัดส่วนการนำเข้ารวมสูงถึง 20% ของมูลค่าการนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนรวมกันทุกประเทศทั่วโลก เพราะแม้จะมียอดขายรถยนต์ในประเทศที่สูงถึงมากกว่า 16 ล้านคัน (อันดับ 2 ของโลก) แต่กลับผลิตรถยนต์ในประเทศเฉลี่ยเพียงปีละ 10 ล้านคัน ซึ่งน้อยกว่าความต้องการในประเทศมาก

เพื่อดึงดูดการลงทุนกลับเข้าประเทศ ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐจึงประกาศขึ้นภาษีนำเข้าที่เกี่ยวกับรถยนต์และชิ้นส่วนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการขึ้นภาษี 25% กับรถยนต์และชิ้นส่วนผ่านมาตรา 232 ของพระราชบัญญัติการขยายการค้า พ.ศ. 2505 และขึ้น Reciprocal Tariffs กับชิ้นส่วนรถยนต์ที่อยู่นอกรายการที่โดนเรียกเก็บภาษีแล้วในมาตรา 232 ซึ่งแม้จะมีมาตรการผ่อนปรนต่าง ๆ ออกมาในภายหลังบ้าง แต่ก็ช่วยลดผลกระทบได้เพียงบางส่วน

สำหรับไทย การขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐย่อมกระทบกับรถยนต์และชิ้นส่วนที่ส่งออกไปสหรัฐอย่างไม่อาจเลี่ยง โดยในปี 2567 มีมูลค่ารวม 6,426 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 14% ของมูลค่าการส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนไทยไปทั่วโลก และคิดเป็นสัดส่วน 1.2% ของ GDP ไทย ในปี 2567

ทั้งนี้ ระดับของผลกระทบที่การส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนไทยจะได้รับนั้น แตกต่างกันไปตามระดับการพึ่งพิงของสินค้านั้นกับตลาดสหรัฐ และมาตรการภาษีที่โดน

ภาษี 25% ปัจจัยหลักกระทบส่งออกโดยเฉพาะชิ้นส่วน

สำหรับรถยนต์และชิ้นส่วนไทยที่ส่งออกไปสหรัฐ พบว่าเกือบทั้งหมดถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้า 25% ภายใต้มาตรา 232 อย่างไรก็ดี ผลกระทบของการขึ้นภาษีนำเข้าต่อรถยนต์และชิ้นส่วนนั้นแตกต่างกัน โดย

รถยนต์ (เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 3 เมษายน 2568) : คาดไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการขึ้นภาษีนำเข้า 25% เนื่องจากสหรัฐไม่ได้เป็นตลาดหลักของไทย และรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่เคยนำเข้าไปจำหน่ายเดิมในสหรัฐ (36,000 คัน ในปี 2567) นั้น มีแผนยุติจำหน่ายในสหรัฐอยู่แล้วในปีนี้

ดังนั้น การลดลงของปริมาณการส่งออกจึงไม่ได้เป็นผลโดยตรงจากการขึ้นภาษีนำเข้า อย่างไรก็ดี สำหรับการส่งออกรถยนต์ไปสหรัฐในอนาคตอาจทำได้ยากมากขึ้น จากต้นทุนภาษีที่สูงขึ้น

ชิ้นส่วนรถยนต์ (เริ่มใช้ตั้งแต่ 3 พฤษภาคม 2568 กับชิ้นส่วนรถยนต์ตาม HS Code ที่สหรัฐกำหนด 130 รายการ ) : คาดได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เนื่องจากสหรัฐเป็นตลาดส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์อันดับ 1 ของไทย ด้วยส่วนแบ่งตลาด 26%

อย่างไรก็ดี หากแยกพิจารณาแบ่งตามระดับผลกระทบที่กลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์ได้รับซึ่งแตกต่างกัน อาจแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

1.ชิ้นส่วนรถยนต์ที่คาดโดนกระทบมาก : ส่งออกไปสหรัฐฯ ในสัดส่วนสูง

  • ชิ้นส่วนระบบส่งกำลัง โดยเฉพาะกระปุกเกียร์ และเพลาขับที่มีหม้อเพลา
  • ชิ้นส่วนระบบกันสะเทือน โดยเฉพาะล้อและส่วนประกอบล้อ และพวงมาลัย
  • ชิ้นส่วนไฟฟ้า & อิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอุปกรณ์ส่องสว่าง และหัวเทียน

2.ชิ้นส่วนรถยนต์ที่คาดโดนกระทบปานกลาง : ส่งออกไปสหรัฐในสัดส่วนไม่สูง

  • ชิ้นส่วนตัวถังและอุปกรณ์ภายใน โดยเฉพาะอุปกรณ์ตกแต่งและถุงลมนิรภัย

3.ชิ้นส่วนรถยนต์ที่คาดโดนกระทบน้อย : ต้นทุนพอแข่งขันได้ หรือส่งออกไปสหรัฐน้อย

  • ยางรถยนต์ โดยเฉพาะยางรถยนต์นั่งและปิกอัพ ขณะที่ยางรถปัสและรถบรรทุกยังต้องระวัง เพราะไทยโดนขึ้นภาษี AD ขณะที่คู่แข่งไม่โดน
  • เครื่องยนต์ ซึ่งไทยส่งออกไปสหรัฐน้อยมาก และยังมีตลาดส่งออกอื่น เช่น อาเซียน แอฟริกาใต้ และไต้หวัน เป็นต้น

คืนเงินชดเชยภาษีไม่ช่วยมากนัก

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า แม้ 29 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา สหรัฐจะประกาศคืนเงินชดเชยภาษีนำเข้าเฉพาะสำหรับชิ้นส่วน OEM ที่นำเข้ามาใช้ประกอบรถยนต์ในประเทศ เพื่อลดผลกระทบจากภาษีนำเข้า 25% ทว่าชิ้นส่วนรถยนต์ส่งออกจากไทยอาจได้อานิสงส์บางส่วนเท่านั้น จากสาเหตุหลัก 2 อย่างคือ

เงินชดเชยที่ค่ายรถได้รับมีจำกัด ทำให้ค่ายรถสามารถเลือกชิ้นส่วนรถยนต์ที่ได้เงินชดเชยคืนแค่บางรายการเท่านั้น ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนไม่มาก เนื่องจากปัจจุบันรถยนต์ที่ผลิตในสหรัฐส่วนใหญ่อาศัยการนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์เข้าไปผลิตในสัดส่วนที่สูง โดยบางรุ่นอาจมีสัดส่วนชิ้นส่วนรถยนต์นำเข้าถึงมากกว่า 50% ของมูลค่าชิ้นส่วนรถยนต์ที่ใช้ทั้งหมด

ชิ้นส่วนรถยนต์ส่งออกจากไทยไปสหรัฐมากกว่าครึ่งเป็นชิ้นส่วนอะไหล่ (REM) ซึ่งกระจายอยู่ในทุกผลิตภัณฑ์ที่ไทยส่งออก โดยเฉพาะยางรถยนต์ ล้อและส่วนประกอบล้อ หัวเทียน และอุปกรณ์ส่องสว่าง เป็นต้น ซึ่งชิ้นส่วนอะไหล่จะไม่ได้รับเงินชดเชยดังกล่าว จึงต้องเจอกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากภาษี 25% เต็มจำนวน

จากทิศทางดังกล่าว คาดว่าหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาผ่อนผัน 2 ปี ที่ได้เงินชดเชย การลงทุนเพิ่มของอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในสหรัฐจะเพิ่มขึ้น ทำให้ความต้องการนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์บางรายการจากต่างประเทศลดลง ซึ่งคาดว่าจะเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าเพิ่มสูงก่อน อย่างเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนระบบส่งกำลัง ชิ้นส่วนไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

4 ประเด็นสำคัญต้องตามต่อ

ทิศทางภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของไทยหลังครบกำหนดผ่อนผัน 90 วัน ว่าจะลดลงจาก 36% หรือไม่ ซึ่งแม้มูลค่าส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์ในกลุ่มที่โดน Reciprocal Tariffs จะมีไม่มากที่ราว 6% ของมูลค่าการส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนไปสหรัฐทั้งหมด แต่หากโดนภาษีสูงในอัตราดังกล่าว ซึ่งสูงกว่าหลายประเทศคู่แข่งมาก ย่อมกระทบต่อการส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์กลุ่มนี้ของไทย เช่น ไส้กรองน้ำมัน ท่อเชื้อเพลิง หม้อพักท่อไอเสียและท่อไอเสีย เป็นต้น อย่างไม่อาจเลี่ยง

การส่งออกชิ้นส่วน OEM ไปต่างประเทศอาจลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่ผลิตรถยนต์ส่งออกไปสหรัฐในสัดส่วนสูง เช่น เม็กซิโก และญี่ปุ่น เป็นต้น เนื่องจากปัจจุบันสหรัฐกำลังพยายามลดการนำเข้ารถยนต์แล้วหันมาผลิตเองในประเทศเพิ่มขึ้น ผ่านการใช้มาตรการภาษีต่าง ๆ

การแข่งขันกันส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนในตลาดนอกสหรัฐอาจทวีความรุนแรงขึ้น หลังการส่งออกไปสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนอันดับ 1 ของโลกนั้น ไม่ง่ายเหมือนในอดีต การหันมาลุยในสนามแข่งนอกตลาดสหรัฐจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกเพื่อการอยู่รอดของธุรกิจ

การย้ายฐานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์จากไทยบางส่วนของบริษัทข้ามชาติไปสหรัฐอาจทยอยเกิดขึ้น เนื่องจากต้นทุนภาษีนำเข้าของสหรัฐได้กลายมาเป็นต้นทุนหลักที่เพิ่มสูงขึ้นมาก โดยบริษัทข้ามชาติที่มีโอกาสย้ายฐานการผลิตบางส่วนไป จะเป็นบริษัทที่มีฐานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์อยู่แล้วในสหรัฐ และปัจจุบันมีมูลค่าส่งออกไปสหรัฐสูง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : KResearch มองสหรัฐ ขึ้นภาษีนำเข้า กระทบส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์ไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...