โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สนธิญา” จ่อถวายฎีกา ตรวจสอบคุณสมบัติ “พีระพันธุ์” ปมถือหุ้นบริษัท

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 04.38 น.

“สนธิญา” จ่อถวายฎีกา ตรวจสอบคุณสมบัติ “พีระพันธุ์” ปมถือหุ้นบริษัท หลังยื่นนายกฯ 4 ฉบับ ไร้การตอบกลับ - ร้อง ปลดยากรองนายกฯ - รัฐมนตรี

วันที่ 30 มิ.ย. 2568 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้มีการตรวจสอบกรณีที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และภรรยา ยังคงเป็นผู้ถือหุ้น และบริษัทผู้รับมอบอำนาจในการถือหุ้นได้ส่งเรื่องกลับว่าไม่สามารถรับถือหุ้นแทนได้ จึงทำให้ขัดต่อคุณสมบัติของนายพีระพันธุ์ ที่จะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอีกต่อไป

นายสนธิญา กล่าวว่า หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้มีการปรับคณะรัฐมนตรีนั้น ตนไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับการปรับคณะรัฐมนตรี แต่เรื่องที่ตนมายื่นนี้เกี่ยวข้องกับกรณีคุณสมบัติของนายพีระพันธุ์ จากกรณีของการถือหุ้น ซึ่งเป็นภรรยาของนายพีระพันธุ์ และในกรณีของหุ้นตัวนั้นมีการยื่นให้บริษัทถือหุ้นแทนหลังจากวันที่นายพีระพันธุ์ รับตำแหน่งไป โดยนายพีระพันธุ์ ประกาศรับตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 จากนั้นวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 ภรรยาของนายพีระพันธุ์ ก็ยื่นหนังสือให้กับบริษัทที่จะรับเป็นผู้ถือหุ้นแทน ซึ่งถือว่ามีการยื่นหลังเป็นรัฐมนตรีแล้ว แต่หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา บริษัทที่รับถือหุ้นแทนนั้นได้ส่งหนังสือกลับไปที่ภรรยาของนายพีระพันธุ์ โดยแจ้งไปในหนังสือว่าเขาไม่สามารถรับเป็นผู้ดำเนินการจัดการเกี่ยวกับหุ้นแทนได้ เพราะบริษัทของภรรยานายพีระพันธุ์ มีกฏอยู่ข้อหนึ่ง คือ ห้ามโอนย้ายถ่ายเทหุ้นไปให้กับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่บุคคลสืบสายเลือดเดียวกัน ซึ่งมีการระบุชัดเจนว่าขอให้การที่ยื่นไปก่อนนั้นถือว่าเปรียบเสมือนไม่ได้ยื่นในการเอาหุ้นไปให้กับบริษัทนั้นบริหารจัดการ ซึ่งเท่ากับว่าภรรยาของนายพีระพันธุ์ ถือหุ้นมาตั้งแต่ก่อนที่นายพีระพันธุ์ จะรับตำแหน่งและหลังรับตำแหน่งด้วย นั่นหมายความว่านายพีระพันธุ์ กับภรรยาก็เป็นผู้ที่ถือหุ้นเกินกว่า 5% ฉะนั้นเมื่อบริษัทที่รับถือหุ้น ไม่สามารถรับถือได้จึงขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา นั่นคือการถือหุ้นของรัฐมนตรีและคู่สมรสไม่สามารถถือได้เกิน 5% จึงเป็นที่มาของการที่จะต้องแจ้งให้ทางนายกรัฐมนตรีทราบในประเด็นของการถือหุ้นนี้ ว่าเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและในประเด็นนี้นายพีระพันธุ์ ก็จะนำไปสู่การสิ้นสภาพของการเป็นรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีเฉพาะตัว

ส่วนกรณีที่นายพีระพันธุ์ ยังถือหุ้นอยู่ในบริษัทหนึ่งที่ประกอบด้วยคุณแม่ของนายพีระพันธุ์ ด้วยนั้น เมื่อแม่เสียชีวิตแล้ว แต่การดำเนินกิจการในบริษัทนั้นก็ยังดำเนินกิจการเรื่อยมา มีการกู้ยืมและยังคงมีเงินสะพัดอยู่ และผู้ที่มีอำนาจเซ็นคนเดียวคือนายพีระพันธุ์ โดยตนมีการทำหนังสือและขอความกรุณาให้นายพีระพันธุ์ ชี้แจงในประเด็นเรื่องการถือหุ้นทั้งหมดรวมทั้งของภรรยาด้วย แต่ทางนายพีระพันธุ์ กลับไม่ชี้แจงและได้ไปชี้แจงเรื่องอื่นตลอดมา ตนจึงได้เดินทางไปร้องเรียนหลายที่เพื่อให้ตรวจสอบในประเด็นนี้ โดยเอกสารที่ตนได้มานั้นเป็นเอกสารทางราชการ ของกรมธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ฉะนั้นนายพีระพันธุ์ สามารถที่จะชี้แจงหรือยื่นข้อมูลมาได้ ซึ่งตนยื่นถึงนายกฯ ฉบับนี้เป็นครั้งที่ 4 ให้มีการตรวจสอบ เพราะนายกฯ สามารถสั่งการให้ตรวจสอบได้ถึงบริษัทที่นายพีระพันธ์ถือหุ้นอยู่ เมื่อไม่ได้รับคำชี้แจงจากนายกรัฐมนตรี ไม่มีการตรวจสอบ ตนจึงไปยื่นถึงองคมนตรีเพื่อที่จะให้องคมนตรีโปรดพิจารณาวินิจฉัย

นายสนธิญา กล่าวต่อว่า วันนี้ตนมาร้องเรียนนายกฯ เพื่อโปรดพิจารณาวินิจฉัยและปลดนายพีระพันธุ์ ออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพราะการกระทำชัดเจนว่าผิดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ และหากนายกรัฐมนตรีไม่ดำเนินการตามที่ตนร้องเรียนภายในวันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคมนี้ ตนจะถวายฎีกาขึ้นไปและจะเอาเหตุผลประกอบทั้งหมดนี้ส่งไปยังองคมนตรี เพื่อโปรดพิจารณาและวินิจฉัยในกรณีการขาดคุณสมบัติ ของรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอีกครั้งหนึ่ง การทำงานของรัฐมนตรีไม่ว่าคนใดต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและเป็นไปตามกฏหมายรวมถึงเป็นไปตามหลักนิติธรรมอย่างครบถ้วน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...