“ฮ่องกง” จ่อทวงบัลลังก์ศูนย์กลาง IPO เบอร์ 1 โลก หลังเงียบเหงานาน 5 ปี
ฮ่องกง กลับมาเป็นศูนย์กลาง IPO โลกอีกครั้งในปี 68 หลังยอดระดมทุนพุ่งกว่า 700% นำโดยดีลยักษ์จากบริษัทจีน CATL และ Foshan Haitian ท่ามกลางกระแสความตึงเครียดจีน-สหรัฐ
วันที่ 19 มิถุนายน 2568 เวลา 09.57 น. สำนักข่าว Nikkie Asia รายงานว่า ฮ่องกงมีแนวโน้มจะกลับมาครองตำแหน่งศูนย์กลางการระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นใหม่ (IPO) อันดับ 1 ของโลกอีกครั้ง ตามการประเมินของบริษัทที่ปรึกษาหลายแห่ง หลังจากเงียบเหงามานานถึง 5 ปี
ล่าสุด Foshan Haitian Flavouring and Food Company ผู้ผลิตซอสถั่วเหลืองรายใหญ่ที่สุดของจีน เปิดเทรดวันแรกที่ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเมื่อวันพฤหัสบดี โดยราคาหุ้นเปิดที่สูงกว่าราคาจองถึง 3.3% การเข้าจดทะเบียนครั้งนี้สามารถระดมทุนได้ถึง 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นการ IPO รายที่ 3 ของปีนี้ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงที่ติดอันดับ 10 ดีลใหญ่ที่สุดของโลก
กิจกรรมระดมทุนในฮ่องกงเริ่มฟื้นตัวอย่างร้อนแรง โดย EY คาดว่า ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน จะมีบริษัทถึง 40 ราย ที่ระดมทุนรวมได้ 1.087 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 711% จากปี 2567
ขณะที่ตลาดสหรัฐตามมาเป็นอันดับ 2 โดย NASDAQ ระดมทุนได้ 7.6 พันล้านดอลลาร์ และ NYSE อยู่ที่ 7 พันล้านดอลลาร์ ส่วนอินเดียและซาอุดีอาระเบียอยู่ในอันดับ 4 และ 5 ตามลำดับ
โดยฮ่องกงเคยครองแชมป์ตลาด IPO ถึง 4 ครั้งในรอบทศวรรษที่ผ่านมา แต่เสียตำแหน่งไปตั้งแต่ปี 2563 ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีน-สหรัฐ และการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของจีนในฮ่องกง ทำให้ต่างชาติถอนตัวการลงทุน ผลคือฮ่องกงร่วงลงมาอยู่อันดับ 6 ในปี 2566 และยังอยู่แค่ลำดับ 4 ในปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามสถานการณ์กลับพลิกฟื้นอีกครั้งท่ามกลางความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างจีน–สหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
โดยฮ่องกงกลายเป็นจุดหมายใหม่ของบริษัทจีนที่ต้องการระดมทุน หลังจากตลาดตะวันตกไม่เป็นมิตรเท่าเดิม โดยเฉพาะหลังทรัมป์เริ่มใช้มาตรการภาษีแบบตอบโต้ในเดือนเมษายน
ในเดือนพฤษภาคม CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในโลก ระดมทุนผ่านฮ่องกงได้ 5.25 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นดีลที่ใหญ่ที่สุดของปี 2568 และคิดเป็น 38% ของเงินระดมทุนทั้งหมดในฮ่องกงปีนี้
เมื่อเทียบกับดีลอื่นทั่วโลก JX Advanced Metal จากญี่ปุ่น ระดมทุนได้ 2.9 พันล้านดอลลาร์ Venture Global บริษัทน้ำมันสหรัฐฯ ระดมได้ 1.7 พันล้านดอลลาร์ และ Flynas สายการบินโลว์คอสต์ซาอุฯ และ Hexaware จากอินเดีย ระดมได้รายละ 1 พันล้านดอลลาร์
ตลาด IPO ของฮ่องกงยังคงพึ่งพาบริษัทจีนแผ่นดินใหญ่อย่างมาก โดย กว่า 95% ของการระดมทุนทั้งหมดในปีนี้มาจากบริษัทจีน ความแตกต่างในปีนี้คือ บริษัทที่เข้าตลาดจำนวนมากเป็น การ spin-off หรือจดทะเบียนซ้ำ (secondary listing) จากตลาดเซี่ยงไฮ้หรือเซินเจิ้น เช่น CATL
จนถึงเดือนมิถุนายน บริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศแล้วถึง 30 แห่ง ยื่นขอเข้าจดทะเบียนในฮ่องกง และมี 8 แห่ง ที่จดทะเบียนสำเร็จแล้ว ฮ่องกงจึงได้ปรับเกณฑ์การเข้าตลาดให้ผ่อนคลาย เพื่อดึงดูดบริษัทเหล่านี้มากขึ้น
เฉิง เสวี่ย ประธานบริษัท Foshan Haitian กล่าวว่า "เราจะเร่งการขยายตลาดเพื่อให้บริการลูกค้าทั่วโลก"
ขณะที่เซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้นกลับชะลอตัว โดยปัจจุบันร่วงลงมาอยู่อันดับ 7 และ 8 ทั้งที่เมื่อปี 2566 เคยรั้งอันดับ 1 และ 2
ทั้งนี้ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการกำกับดูแลที่เข้มงวดของสหรัฐ ทำให้บริษัทจีนส่วนใหญ่ไม่กล้าไปจดทะเบียนในตลาดอเมริกา
คาดว่ามูลค่าการระดมทุนของบริษัทจีนในตลาดสหรัฐจะลดเหลือเพียง 841 ล้านดอลลาร์ ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี ลดลง 62% จากปีก่อน
IPO ที่มีมูลค่าเกิน 100 ล้านดอลลาร์มีเพียง 2 ราย ได้แก่ บริษัทชีววิทยา Ascentage Pharma: 126.4 ล้านดอลลาร์ และร้านชา Chagee: 411 ล้านดอลลาร์
ขณะที่เกณฑ์ใหม่ของ NASDAQ ที่กำหนดขั้นต่ำด้านมูลค่าตลาด ก็ยิ่งทำให้บริษัทจีนเข้าถึงได้ยากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ฮ่องกงยังมีโอกาสดึงบริษัทที่เคยจดทะเบียนในตลาดอื่น หรือบริษัทจีนที่อยู่ในสหรัฐ แล้วอยากมี dual listing กลับมาที่ฮ่องกง อย่างไรก็ตาม หวัง ชู่กวง จากธนาคารลงทุน CICC กล่าวว่า “ตอนนี้ยังไม่เห็นเทรนด์ใหญ่ของหุ้นจีนกลับมา เพราะส่วนใหญ่มี dual listing ไปก่อนแล้ว”
Deloitte จึงปรับประมาณการการระดมทุนของฮ่องกงในปีนี้เพิ่มเป็น 200,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์เดือนเมษายนที่ 130,000–150,000 ล้าน
คาดว่าจะมี IPO ใหม่ถึง 80 รายในปีนี้ แม้ตัวเลขนี้ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วงปี 2562–2564 ราว 30%
เอ็ดเวิร์ด อาว หุ้นส่วนใหญ่ประจำภาคใต้ของ Deloitte China กล่าวว่า“ตราบใดที่ไม่มีเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ใหญ่ หรือวิกฤตเศรษฐกิจ ฮ่องกงก็จะรักษาความเป็นผู้นำไว้ได้”
ริงโก้ ชอย ผู้นำด้าน IPO ของ EY ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวเสริมว่า“แม้ไม่มีเงินทุนจากต่างชาติ เราก็ระดมทุนได้ตามต้องการ เพราะเรามีบริษัทจีนพร้อมเข้าตลาดจำนวนมาก เป็นข้อได้เปรียบ ไม่ใช่จุดอ่อน”
อนึ่งดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงยังคงเป็นตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดของปีนี้ โดยเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 20.5% จากแรงหนุนของบริษัท AI จีนอย่าง DeepSeek ขณะเดียวกันจำนวนบริษัทที่อยู่ในคิวขอ IPO ในตลาดฮ่องกงก็เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 160 แห่ง ณ วันศุกร์ที่ผ่านมา จากเพียง 80 แห่งเมื่อสิ้นปี 2567
อ้างอิง : asia.nikkei.com