โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ฮ่องกง” จ่อทวงบัลลังก์ศูนย์กลาง IPO เบอร์ 1 โลก หลังเงียบเหงานาน 5 ปี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 มิ.ย. 2568 เวลา 14.36 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2568 เวลา 07.36 น.

ฮ่องกง กลับมาเป็นศูนย์กลาง IPO โลกอีกครั้งในปี 68 หลังยอดระดมทุนพุ่งกว่า 700% นำโดยดีลยักษ์จากบริษัทจีน CATL และ Foshan Haitian ท่ามกลางกระแสความตึงเครียดจีน-สหรัฐ

วันที่ 19 มิถุนายน 2568 เวลา 09.57 น. สำนักข่าว Nikkie Asia รายงานว่า ฮ่องกงมีแนวโน้มจะกลับมาครองตำแหน่งศูนย์กลางการระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นใหม่ (IPO) อันดับ 1 ของโลกอีกครั้ง ตามการประเมินของบริษัทที่ปรึกษาหลายแห่ง หลังจากเงียบเหงามานานถึง 5 ปี

ล่าสุด Foshan Haitian Flavouring and Food Company ผู้ผลิตซอสถั่วเหลืองรายใหญ่ที่สุดของจีน เปิดเทรดวันแรกที่ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเมื่อวันพฤหัสบดี โดยราคาหุ้นเปิดที่สูงกว่าราคาจองถึง 3.3% การเข้าจดทะเบียนครั้งนี้สามารถระดมทุนได้ถึง 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นการ IPO รายที่ 3 ของปีนี้ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงที่ติดอันดับ 10 ดีลใหญ่ที่สุดของโลก

กิจกรรมระดมทุนในฮ่องกงเริ่มฟื้นตัวอย่างร้อนแรง โดย EY คาดว่า ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน จะมีบริษัทถึง 40 ราย ที่ระดมทุนรวมได้ 1.087 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 711% จากปี 2567

ขณะที่ตลาดสหรัฐตามมาเป็นอันดับ 2 โดย NASDAQ ระดมทุนได้ 7.6 พันล้านดอลลาร์ และ NYSE อยู่ที่ 7 พันล้านดอลลาร์ ส่วนอินเดียและซาอุดีอาระเบียอยู่ในอันดับ 4 และ 5 ตามลำดับ

โดยฮ่องกงเคยครองแชมป์ตลาด IPO ถึง 4 ครั้งในรอบทศวรรษที่ผ่านมา แต่เสียตำแหน่งไปตั้งแต่ปี 2563 ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีน-สหรัฐ และการบังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของจีนในฮ่องกง ทำให้ต่างชาติถอนตัวการลงทุน ผลคือฮ่องกงร่วงลงมาอยู่อันดับ 6 ในปี 2566 และยังอยู่แค่ลำดับ 4 ในปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามสถานการณ์กลับพลิกฟื้นอีกครั้งท่ามกลางความขัดแย้งรอบใหม่ระหว่างจีน–สหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
โดยฮ่องกงกลายเป็นจุดหมายใหม่ของบริษัทจีนที่ต้องการระดมทุน หลังจากตลาดตะวันตกไม่เป็นมิตรเท่าเดิม โดยเฉพาะหลังทรัมป์เริ่มใช้มาตรการภาษีแบบตอบโต้ในเดือนเมษายน

ในเดือนพฤษภาคม CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในโลก ระดมทุนผ่านฮ่องกงได้ 5.25 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นดีลที่ใหญ่ที่สุดของปี 2568 และคิดเป็น 38% ของเงินระดมทุนทั้งหมดในฮ่องกงปีนี้

เมื่อเทียบกับดีลอื่นทั่วโลก JX Advanced Metal จากญี่ปุ่น ระดมทุนได้ 2.9 พันล้านดอลลาร์ Venture Global บริษัทน้ำมันสหรัฐฯ ระดมได้ 1.7 พันล้านดอลลาร์ และ Flynas สายการบินโลว์คอสต์ซาอุฯ และ Hexaware จากอินเดีย ระดมได้รายละ 1 พันล้านดอลลาร์

ตลาด IPO ของฮ่องกงยังคงพึ่งพาบริษัทจีนแผ่นดินใหญ่อย่างมาก โดย กว่า 95% ของการระดมทุนทั้งหมดในปีนี้มาจากบริษัทจีน ความแตกต่างในปีนี้คือ บริษัทที่เข้าตลาดจำนวนมากเป็น การ spin-off หรือจดทะเบียนซ้ำ (secondary listing) จากตลาดเซี่ยงไฮ้หรือเซินเจิ้น เช่น CATL

จนถึงเดือนมิถุนายน บริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในประเทศแล้วถึง 30 แห่ง ยื่นขอเข้าจดทะเบียนในฮ่องกง และมี 8 แห่ง ที่จดทะเบียนสำเร็จแล้ว ฮ่องกงจึงได้ปรับเกณฑ์การเข้าตลาดให้ผ่อนคลาย เพื่อดึงดูดบริษัทเหล่านี้มากขึ้น

เฉิง เสวี่ย ประธานบริษัท Foshan Haitian กล่าวว่า "เราจะเร่งการขยายตลาดเพื่อให้บริการลูกค้าทั่วโลก"

ขณะที่เซี่ยงไฮ้และเซินเจิ้นกลับชะลอตัว โดยปัจจุบันร่วงลงมาอยู่อันดับ 7 และ 8 ทั้งที่เมื่อปี 2566 เคยรั้งอันดับ 1 และ 2

ทั้งนี้ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และการกำกับดูแลที่เข้มงวดของสหรัฐ ทำให้บริษัทจีนส่วนใหญ่ไม่กล้าไปจดทะเบียนในตลาดอเมริกา
คาดว่ามูลค่าการระดมทุนของบริษัทจีนในตลาดสหรัฐจะลดเหลือเพียง 841 ล้านดอลลาร์ ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน ต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี ลดลง 62% จากปีก่อน

IPO ที่มีมูลค่าเกิน 100 ล้านดอลลาร์มีเพียง 2 ราย ได้แก่ บริษัทชีววิทยา Ascentage Pharma: 126.4 ล้านดอลลาร์ และร้านชา Chagee: 411 ล้านดอลลาร์

ขณะที่เกณฑ์ใหม่ของ NASDAQ ที่กำหนดขั้นต่ำด้านมูลค่าตลาด ก็ยิ่งทำให้บริษัทจีนเข้าถึงได้ยากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ฮ่องกงยังมีโอกาสดึงบริษัทที่เคยจดทะเบียนในตลาดอื่น หรือบริษัทจีนที่อยู่ในสหรัฐ แล้วอยากมี dual listing กลับมาที่ฮ่องกง อย่างไรก็ตาม หวัง ชู่กวง จากธนาคารลงทุน CICC กล่าวว่า “ตอนนี้ยังไม่เห็นเทรนด์ใหญ่ของหุ้นจีนกลับมา เพราะส่วนใหญ่มี dual listing ไปก่อนแล้ว”

Deloitte จึงปรับประมาณการการระดมทุนของฮ่องกงในปีนี้เพิ่มเป็น 200,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์เดือนเมษายนที่ 130,000–150,000 ล้าน
คาดว่าจะมี IPO ใหม่ถึง 80 รายในปีนี้ แม้ตัวเลขนี้ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วงปี 2562–2564 ราว 30%

เอ็ดเวิร์ด อาว หุ้นส่วนใหญ่ประจำภาคใต้ของ Deloitte China กล่าวว่า“ตราบใดที่ไม่มีเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ใหญ่ หรือวิกฤตเศรษฐกิจ ฮ่องกงก็จะรักษาความเป็นผู้นำไว้ได้”

ริงโก้ ชอย ผู้นำด้าน IPO ของ EY ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวเสริมว่า“แม้ไม่มีเงินทุนจากต่างชาติ เราก็ระดมทุนได้ตามต้องการ เพราะเรามีบริษัทจีนพร้อมเข้าตลาดจำนวนมาก เป็นข้อได้เปรียบ ไม่ใช่จุดอ่อน”

อนึ่งดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงยังคงเป็นตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดของปีนี้ โดยเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 20.5% จากแรงหนุนของบริษัท AI จีนอย่าง DeepSeek ขณะเดียวกันจำนวนบริษัทที่อยู่ในคิวขอ IPO ในตลาดฮ่องกงก็เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 160 แห่ง ณ วันศุกร์ที่ผ่านมา จากเพียง 80 แห่งเมื่อสิ้นปี 2567

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...