โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

”ลิลลี่ ภัณฑิลา” โร่แจงดราม่าแพนิคบนเครื่องบิน วอนทุกคนเข้าใจ

INN News

อัพเดต 13 พ.ค. 2568 เวลา 10.34 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2568 เวลา 03.16 น. • INN News

นักแสดงสาว ”ลิลลี่ ภัณฑิลา” โร่แจงดราม่าแพนิคบนเครื่องบิน วอนทุกคนเข้าใจ ขอบคุณทุกคนที่ส่งกำลังใจให้

จากกรณีที่นักแสดงสาว “ลิลลี่ ภัณฑิลา“ ได้โพสต์คลิป ขณะอยู่บนเครื่องบินแล้วตกหลุมอากาศจนเจ้าตัวมีอาการแพนิค ร้องไห้หนักมาก ท่ามหลางชาวเน็ตต่างส่งกำลังใจให้ แต่ก็มีชาวเน็ตบางกลุ่มเข้ามาตำหนิกลัวขนาดนี้ทำไมต้องทำคอนเทนต์ จนเกิดเป็นดราม่าลุกลาม

ล่าสุดทางด้าน ”ลิลลี่“ ก็ออกมาเคลื่อนไหวชี้แจงดราม่าว่า

"ลี่ขอบคุณทุกคนมากนะคะ สำหรับความห่วงใยและกำลังใจที่ส่งเข้ามา ลี่ได้อ่านทุกข้อความ รู้สึกซาบซึ้งใจจริงๆ ค่ะ"

"และลี่ขอใช้พื้นที่นี้ชี้แจงสำหรับบางความคิดเห็นที่มองว่าเป็นการทำคอนเทนต์รึเปล่า ถ่ายคลิปทำไม ทำไมต้องร้องไห้ขนาดนั้น กลัวมากเกินไปไหม"

"ลี่อยากชี้แจงว่า ลี่อยู่ในสภาวะที่กลัวมาก และไม่รู้เลยว่าผู้ช่วยได้บันทึกคลิปไว้ จนกระทั่งออกจากเครื่องแล้ว ถึงได้เห็น ลี่อยากพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ภาวะแพนิคเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ มันไม่ใช่ความกลัวธรรมดา แต่เป็นอาการทางจิตใจที่ร่างกายตอบสนองอย่างรุนแรงต่อสถานการณ์ที่รู้สึกว่า 'ไม่ปลอดภัย' ซึ่งคนที่ไม่เคยเผชิญด้วยตัวเอง อาจจะไม่สามารถเข้าใจได้ ยิ่งคนที่เคยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์มาก่อน มันผวามากค่ะ"

"ปกติลี่เป็นคนมีสติและควบคุมตัวเองได้ดี แต่ลี่ไม่เคยมีประสบการณ์บนเครื่องบินที่น่ากลัวแบบนี้มาก่อน ทั้งที่ปกติลี่เดินทางบ่อย และค่อนข้างสบายใจกับการขึ้นเครื่องบิน ไม่เคยมีปัญหากับการเดินทางทางอากาศเลย แต่ครั้งนี้มันรุนแรงและยาวนานเกินกว่าที่ลี่เคยเจอมา เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ลี่รู้สึกเหมือน 'ไม่รู้จะทำยังไง' กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกอย่างมันเข้ามาในหัวเยอะมาก"

"ลี่เข้าใจนะคะว่าทุกคนมีมุมมองไม่เหมือนกัน และความกลัวของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน ลี่ไม่เคยมีปัญหากับการแสดงความคิดเห็น และไม่เคยตอบโต้ใดๆ แต่ครั้งนี้บางคอมเมนต์มันแรงเกินไปจริงๆ ค่ะ"

"ลี่อยากให้ทุกคนช่วยใช้ความเข้าใจและพิจารณาให้รอบด้านก่อนพิมพ์ บางคำพูดอาจส่งผลมากกว่าที่คิด เพราะในโลกความเป็นจริง เราไม่มีทางรู้เลยค่ะว่าคนคนนั้นต้องเผชิญกับอะไรอยู่บ้างในขณะนั้น"

"ลี่แค่อยากแชร์ประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้น เพื่อเตือนใจหรือเป็นอุทาหรณ์กับใครก็ตามที่อาจเจอสถานการณ์คล้ายกัน ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

”ลิลลี่ ภัณฑิลา” โร่แจงดราม่าแพคนิคบนเครื่องบิน วอนทุกคนเข้าใจ

นักแสดงสาว ”ลิลลี่ ภัณฑิลา” โร่แจงดราม่าแพคนิคบนเครื่องบิน วอนทุกคนเข้าใจ ขอบคุณทุกคนที่ส่งกำลังใจให้

จากกรณีที่นักแสดงสาว “ลิลลี่ ภัณฑิลา“ ได้โพสต์คลิป
ขณะอยู่บนเครื่องบินแล้วตกหลุมอากาศจนเจ้าตัวมีอาการแพนิค ร้องไห้หนักมาก ท่ามหลางชาวเน็ตต่างส่งกำลังใจให้ แต่ก็มีชาวเน็ตบางกลุ่มเข้ามาตำหนิกลัวขนาดนี้ทำไมต้องทำคอนเทนต์ จนเกิดเป็นดราม่าลุกลาม

ล่าสุดทางด้าน ”ลิลลี่“ ก็ออกมาเคลื่อนไหวชี้แจงดราม่าว่า

"ลี่ขอบคุณทุกคนมากนะคะ สำหรับความห่วงใยและกำลังใจที่ส่งเข้ามา ลี่ได้อ่านทุกข้อความ รู้สึกซาบซึ้งใจจริงๆ ค่ะ"
"และลี่ขอใช้พื้นที่นี้ชี้แจงสำหรับบางความคิดเห็นที่มองว่าเป็นการทำคอนเทนต์รึเปล่า ถ่ายคลิปทำไม ทำไมต้องร้องไห้ขนาดนั้น กลัวมากเกินไปไหม"
"ลี่อยากชี้แจงว่า ลี่อยู่ในสภาวะที่กลัวมาก และไม่รู้เลยว่าผู้ช่วยได้บันทึกคลิปไว้ จนกระทั่งออกจากเครื่องแล้ว ถึงได้เห็น ลี่อยากพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า ภาวะแพนิคเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ มันไม่ใช่ความกลัวธรรมดา แต่เป็นอาการทางจิตใจที่ร่างกายตอบสนองอย่างรุนแรงต่อสถานการณ์ที่รู้สึกว่า 'ไม่ปลอดภัย' ซึ่งคนที่ไม่เคยเผชิญด้วยตัวเอง อาจจะไม่สามารถเข้าใจได้ ยิ่งคนที่เคยประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์มาก่อน มันผวามากค่ะ"

"ปกติลี่เป็นคนมีสติและควบคุมตัวเองได้ดี แต่ลี่ไม่เคยมีประสบการณ์บนเครื่องบินที่น่ากลัวแบบนี้มาก่อน ทั้งที่ปกติลี่เดินทางบ่อย และค่อนข้างสบายใจกับการขึ้นเครื่องบิน ไม่เคยมีปัญหากับการเดินทางทางอากาศเลย แต่ครั้งนี้มันรุนแรงและยาวนานเกินกว่าที่ลี่เคยเจอมา เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ลี่รู้สึกเหมือน 'ไม่รู้จะทำยังไง' กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกอย่างมันเข้ามาในหัวเยอะมาก"

"ลี่เข้าใจนะคะว่าทุกคนมีมุมมองไม่เหมือนกัน และความกลัวของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน ลี่ไม่เคยมีปัญหากับการแสดงความคิดเห็น และไม่เคยตอบโต้ใดๆ แต่ครั้งนี้บางคอมเมนต์มันแรงเกินไปจริงๆ ค่ะ"
"ลี่อยากให้ทุกคนช่วยใช้ความเข้าใจและพิจารณาให้รอบด้านก่อนพิมพ์ บางคำพูดอาจส่งผลมากกว่าที่คิด เพราะในโลกความเป็นจริง เราไม่มีทางรู้เลยค่ะว่าคนคนนั้นต้องเผชิญกับอะไรอยู่บ้างในขณะนั้น"
"ลี่แค่อยากแชร์ประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้น เพื่อเตือนใจหรือเป็นอุทาหรณ์กับใครก็ตามที่อาจเจอสถานการณ์คล้ายกัน ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกกำลังใจนะคะ"

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...