โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วิกฤตน่านฟ้า! สายการบินทั่วโลก ชั่งใจระงับเที่ยวบินตะวันออกกลาง หลังสถานการณ์เดือด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 14.19 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 07.19 น.

น่านฟ้าตั้งแต่อิหร่านถึงเมดิเตอร์เรเนียนว่างเปล่ากว่าครึ่งเดือน สายการบินทั่วโลก เบี่ยงเส้นทาง-ยกเลิกเที่ยวบิน ดันต้นทุนน้ำมันและความเสี่ยงพุ่ง ขณะสายการบินท้องถิ่นทยอยกลับมาให้บริการอย่างระมัดระวัง

วันที่ 23 มิถุนายน 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สายการบินพาณิชย์ทั่วโลกอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะระงับเที่ยวบินไปตะวันออกกลางนานเพียงใด หลังจากความขัดแย้งในภูมิภาคซึ่งได้ส่งผลให้เส้นทางบินหลักหลายเส้นทางต้องปิดตัวลง ยกระดับสู่เฟสใหม่จากการที่สหรัฐฯ โจมตีสถานที่นิวเคลียร์สำคัญของอิหร่าน และอิหร่านประกาศจะปกป้องตนเอง

น่านฟ้าอิหร่าน อิรัก ไปจนถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งโดยปกติคึกคัก กลับว่างเปล่าจากการจราจรทางอากาศพาณิชย์มาตลอด 10 วันที่ผ่านมา นับตั้งแต่อิสราเอลเริ่มโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน โดยสายการบินต่าง ๆ ต้องเปลี่ยนเส้นทาง ยกเลิก หรือชะลอเที่ยวบินในภูมิภาค เนื่องจากการปิดน่านฟ้าและความกังวลด้านความปลอดภัย

ล่าสุดสายการบินนานาชาติบางรายเริ่มประกาศยกเลิกเที่ยวบินไปยังศูนย์กลางการบินสำคัญที่มักมีความยืดหยุ่นสูงอย่างดูไบ ซึ่งเป็นสนามบินระหว่างประเทศที่มีผู้โดยสารมากที่สุดในโลก และกรุงโดฮาของกาตาร์ สะท้อนให้เห็นว่าความกังวลของอุตสาหกรรมการบินเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาคทวีความรุนแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม สายการบินบางแห่งเริ่มกลับมาให้บริการในวันจันทร์ โดย สายการบินสิงคโปร์ (Singapore Airlines) ระบุว่าสถานการณ์ยังคงผันผวน แต่เตรียมกลับมาให้บริการเที่ยวบินไปดูไบในวันจันทร์ หลังจากยกเลิกเที่ยวบินจากสิงคโปร์ไปดูไบเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ในทำนองเดียวกัน เว็บไซต์ Flightradar24 แสดงข้อมูลว่า สายการบินบริติชแอร์เวย์ (British Airways) ที่อยู่ภายใต้กลุ่ม IAG จะกลับมาให้บริการเที่ยวบินไปยังดูไบและโดฮาในวันจันทร์ หลังจากที่ยกเลิกเที่ยวบินไป-กลับสนามบินทั้งสองแห่งในวันอาทิตย์ ขณะที่สายการบินแอร์ฟรานซ์-เคแอลเอ็ม (Air France KLM) ยังคงยกเลิกเที่ยวบินไปและกลับจากดูไบและริยาดทั้งในวันอาทิตย์และวันจันทร์

เนื่องจากน่านฟ้ารัสเซียและยูเครนยังคงปิดสำหรับสายการบินส่วนใหญ่จากสงครามที่ยืดเยื้อมานาน ตะวันออกกลางจึงกลายเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับเที่ยวบินระหว่างยุโรปและเอเชีย แต่จากเหตุการณ์โจมตีทางอากาศและขีปนาวุธในช่วง 10 วันที่ผ่านมา สายการบินต่าง ๆ ต้องเบี่ยงเส้นทางบินขึ้นไปทางเหนือผ่านทะเลแคสเปียน หรือทางใต้ผ่านอียิปต์และซาอุดีอาระเบีย

การเบี่ยงเส้นทางเหล่านี้ส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าจ้างลูกเรือเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้สายการบินยังเผชิญกับต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งขึ้นหลังจากสหรัฐโจมตีอิหร่าน

ทั้งนี้เขตความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นกลายเป็นภาระต่อการดำเนินงานของสายการบิน เนื่องจากการโจมตีทางอากาศทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการยิงเครื่องบินพาณิชย์โดยไม่ตั้งใจหรือโดยเจตนา

ปัญหาการปลอมแปลงตำแหน่งและการรบกวนสัญญาณ GPS รอบพื้นที่ความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งระบบ GPS จากภาคพื้นดินอาจส่งข้อมูลตำแหน่งที่ผิดพลาด ส่งผลให้เครื่องบินพาณิชย์บินออกนอกเส้นทาง ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้น

เว็บไซต์ Flightradar24 เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ ของปัญหาการรบกวนและการปลอมแปลงสัญญาณ GPS เหนืออ่าวเปอร์เซีย

บริษัท SkAI ของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งดำเนินการแผนที่ติดตามการรบกวน GPS รายงานเมื่อค่ำวันอาทิตย์ว่า ตรวจพบเครื่องบินกว่า 150 ลำ ถูกปลอมแปลงตำแหน่งในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เว็บไซต์ Safe Airspace ซึ่งดำเนินการโดย OPSGROUP องค์กรที่ให้บริการข้อมูลความเสี่ยงด้านการบินสำหรับสมาชิก ระบุเมื่อวันอาทิตย์ว่าการโจมตีสถานที่นิวเคลียร์ของอิหร่านโดยสหรัฐอาจเพิ่มภัยคุกคามต่อผู้ประกอบการสายการบินสัญชาติอเมริกันในภูมิภาค

เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเพิ่มความเสี่ยงของน่านฟ้าในประเทศอ่าวเปอร์เซีย เช่น บาห์เรน คูเวต โอมาน กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ก่อนที่สหรัฐจะโจมตีอิหร่านสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ (American Airlines) ได้ระงับเที่ยวบินไปกาตาร์ สายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ และแอร์แคนาดาก็ระงับเที่ยวบินไปดูไบเช่นกัน และจนถึงขณะนี้ยังไม่กลับมาให้บริการ

ขณะที่สายการบินท้องถิ่นในจอร์แดน เลบานอน และอิรัก เริ่มกลับมาให้บริการบางส่วนอย่างระมัดระวังหลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก

อิสราเอลเร่งเพิ่มเที่ยวบินช่วยเหลือพาประชาชนเดินทางกลับประเทศหรือเดินทางออกจากประเทศ สำนักงานการบินพลเรือนอิสราเอลระบุว่า ในวันจันทร์นี้ เที่ยวบินช่วยเหลือจะเพิ่มเป็น 24 เที่ยวบินต่อวัน แต่จำกัดจำนวนผู้โดยสารเพียง 50 คนต่อเที่ยวบิน

ตั้งแต่วันจันทร์ สายการบินอิสราเอลจะเริ่มให้บริการเที่ยวบินขาออกจากประเทศ โดยสายการบินเอล อัล (El Al) ของอิสราเอลเปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า ได้รับคำร้องขอเดินทางออกจากประเทศจากประชาชนประมาณ 25,000 คน ภายในเวลาเพียง 1 วัน

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...