โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เก๋งหัวร้อน ซิ่งแซงซ้ายแยกไฟแดง ฉุนถือขวานไล่จาม ไม่สนหนูน้อย 5 ขวบ อยู่ในรถ

Khaosod

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 09.17 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 09.17 น.

เก๋งหัวร้อน ซิ่งแซงซ้ายแยกไฟแดง ฉุนถือขวานไล่จาม ไม่สนหนูน้อย 5 ขวบ อยู่ในรถ ตร.เร่งตามล่าตัว เตรียมออกหมายเรียก

วันที่ 23 มิ.ย.2568 จากกรณีที่มีคลิปจากกล้องหน้ารถ บันทึกเหตุการณ์ขณะที่รถจอดติดไฟแดงต่อท้ายกัน ต่อมารถเก๋งสีดำขับแซงมาทางซ้ายขึ้นหน้ารถตู้ และรถคันที่มีกล้อง ไปอย่างรวดเร็วบริเวณสี่แยกไฟแดง พอรถเก๋งคันที่แซงขับตัดขึ้นมาหน้ารถคันที่มีกล้อง รถคันที่มีกล้องก็ขับมุ่งหน้าต่อท้ายรถเก๋งสีดำ ขับไปประมาณ 200 เมตร

รถเก๋งได้เปิดไฟเลี้ยวชะลอรถจอดอยู่ริมถนนส่วนรถคันที่มีกล้องก็เปิดไฟเลี้ยว เลี้ยวเข้าซอยข้างวัดเนื่องจำนงค์ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี และชะลอแล้วก็จอดรถเช่นเดียวกัน จากนั้นรถเก๋งที่จอดอยู่ริมถนนและขับรถมาต่อท้ายคนขับเป็นชาย ได้ลงมาจากรถและในมือได้ถือขวานและมีดลงมาด้วยพร้อมกับวิ่งตรงมายังรถคันที่มีกล้อง และรถคันที่มีกล้องได้ครับเร่งเครื่องหนีไป โดยภาพจากกล้องหลังรถบันทึกเห็นได้ว่าคนขับรถเก๋งสีดำถืออาวุธมีดและขวานไล่ตาม

นายวิทิต อายุ 31 ปี คนขับรถที่มีกล้องบันทึกเหตุการณ์ เล่าว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 17 มิ.ย.2568 เวลาประมาณ 07.58 น. ตนเองพร้อมกับภรรยาได้ขับรถออกมาจากบ้านเพื่อมาส่งลูกชายเข้าเรียนที่โรงเรียน บริเวณที่เกิดเหตุระหว่างเดินทางขับผ่านสี่แยกไฟแดงหนองชากถนนสาย 344 ผ่านเข้าถนนหนองชาก - หัวกุญแจ ได้ติดสัญญาณไฟจราจรบริเวณสี่แยกด้านใน

โดยจอดติดไฟแดงอยู่คันหน้าสุดจากนั้นพอได้สัญญาณไฟเขียว ตนเองออกตัวรถช้าไปเล็กน้อยทำให้รถเก๋งคันที่ต่อท้ายจากรถของตนเองอยู่คันที่สองขับแสงซ้ายขึ้นมา จากนั้นปาดหน้าเข้ามาเลนขวา ซึ่งเป็นกลางแยกไฟแดงพอดี ตนเองก็ขับตามรถเก๋งตามปกติ ในลักษณะขับต่อท้ายรถเก๋งกระทั่งรถคันที่อยู่ด้านหน้ารถเก๋งซึ่งเป็นรถกระบะได้ชะลอเลี้ยวรถเข้าทางด้านซ้ายทำให้รถเก๋งต้องเบรกและตนก็ต้องเบรก

พอหลังจากรถกระบะเลี้ยวซ้าย เข้าเป็นที่เรียบร้อยรถเก๋งก็ออกตัวเดินหน้าไปต่อลักษณะขับตามกันประมาณซัก 200 เมตรรถเก๋งได้เปิดไฟเลี้ยวด้านซ้าย ชะลอรถแล้วก็จอดริมถนนด้านซ้าย ตนเองซึ่งกำลังจะเลี้ยวซ้ายไปส่งลูกที่โรงเรียนพอดีได้เปิดไฟเลี้ยวซ้ายแซงผ่านรถเก๋งที่จอด ริมถนนอยู่แล้วเข้าไปบริเวณด้านหน้าโรงเรียนชะลอรถและจอด

จังหวะนั้นรถเก๋งที่จอดริมถนนได้ขับตามมาต่อท้าย หลังจากนั้นคนขับและเปิดประตูออกมาพร้อมกับถืออาวุธเป็นมีดและขวานทั้งสองมือวิ่งตรงมาที่รถของตนเอง ตนเองเห็นท่าไม่ดีจึงเหยียบคันเร่งขับหนี เนื่องจากเกรงว่าจะถูกทำร้ายเพราะในรถตนมีทั้งภรรยาและลูก ผลปรากฏว่าคนขับรถเก๋งได้ฟันเข้าที่ประตูด้านหลังฝั่งขวาได้รับความเสียหาย

จากนั้นตนเองพร้อมกับภรรยาและลูกจึงเดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรบ้านบึงเพื่อทำการลงบันทึกแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับคนขับรถเก๋งโดยมีหลักฐานเป็นคลิปจากกล้องติดรถยนต์ทั้งด้านหน้าและด้านหลังซึ่งปรากฏทะเบียนชัดเจน

นายวิทิต เล่าอีกว่า คู่กรณีเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ตนเองเลี้ยวเข้าซอยเพื่อจะไปส่งลูก ถือขวานถืออาวุธวิ่งตรงเข้ามาหาที่รถ และฟันเข้าที่ประตูหลังฝั่งขวาของรถจนเป็นรอย มิหนำซ้ำบริเวณที่ถูกฟันยังเป็นที่นั่งของลูกชายวัน 5 ขวบ ถือว่าเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ ไม่พอใจตรงไหน แทนที่จะพูดคุยเจรจา แต่กับพกพาอาวุธลงมาด้วยพร้อมตรงจะมาทำร้ายอีก

เก๋งหัวร้อน ซิ่งแซงซ้ายแยกไฟแดง ฉุนถือขวานไล่จาม ไม่สนหนูน้อย 5 ขวบ อยู่ในรถ

เก๋งหัวร้อน ซิ่งแซงซ้ายแยกไฟแดง ฉุนถือขวานไล่จาม ไม่สนหนูน้อย 5 ขวบ อยู่ในรถ

ด้าน พ.ต.ท.เอกชัย ภาควัตร รองผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านบึง กล่าวว่า หลังจากที่ผู้เสียหายมาแจ้งความ ทางพนักงานสอบสวนได้เช็กทะเบียนรถว่าใครเป็นเจ้าของ และได้โทรศัพท์ประสาน ยังเจ้าของแล้วซึ่งเป็นผู้หญิง เพื่อสอบถามว่าใครเป็นคนใช้รถคันดังกล่าว แต่วันเกิดเหตุเป็นผู้ชายใช้ จากการที่ทางเจ้าหน้าที่ได้คิดต่อกับเจ้าของแล้วทางเจ้าของรถได้ตอบกลับมาว่าตนเองไม่ทราบว่ารถของตนเองไปก่อเหตุได้ยังไง เพราะตนเองไม่ได้ให้ใครหยิบยืมรถไปใช้

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องทำการออกหมายเรียกให้ผู้ครอบครองหรือเจ้าของรถ พร้อมนำรถมาตรวจสอบที่ สภ.บ้านบึง อีครั้ง ส่วนผู้เสียหายทางพนักงานสอบสวนได้เชิญตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมในวันพรุ่งนี้ 24 มิ.ย. 2568 เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าทุกอย่างคืบหน้าและอยู่ในขั้นตอนทางกฏหมาย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เก๋งหัวร้อน ซิ่งแซงซ้ายแยกไฟแดง ฉุนถือขวานไล่จาม ไม่สนหนูน้อย 5 ขวบ อยู่ในรถ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...