พรรคร่วมรัฐบาลเป็นหนึ่งเดียว
เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. จะเป็นโค้งสุดท้ายของการปรับ ครม.แพทองธาร 2 จากข่าวว่า ต้องเร่งจัดทัพเพื่อรัฐบาลเดินหน้าทำงาน ซึ่งหากพรรคร่วมรัฐบาลไหน เห็นชอบตัวบุคคลแล้ว ก็ให้ส่งประวัติที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติได้เลย ซึ่ง เวลา 14.00 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางถึงโรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ โดยนายกฯได้เชิญหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลพูดคุยส่วนตัวเป็นการภายใน คาดว่าจะหารือกันเรื่องปรับ ครม. แก้ไขงานในตำแหน่งที่ว่างลง
แกนนำพรรคต่างเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง น.ส.แพทองธาร ได้โพสต์รูปร่วมกับผู้เข้าประชุม และโพสต์ข้อความ “ประเทศชาติต้องเดินไปข้างหน้า สามัคคีประเทศไทย รวมพลังผลักดันนโยบาย แก้ไขปัญหาเพื่อประชาชน ในช่วงเวลาที่รัฐบาลกับกองทัพมีจุดยืนร่วมกัน ยืนยันหลักการประชาธิปไตย ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและรวมพลังสามัคคี ความเป็นหนึ่งเดียวของพรรคร่วมรัฐบาล จะเป็นหมุดหมายสำคัญในการผนึกกำลังกันของคนไทย ก้าวผ่านสถานการณ์อ่อนไหวนี้ด้วยความมั่นคง และประสบผลสำเร็จในการปกป้องอธิปไตย ธำรงไว้ซึ่งเกียรติยศศักดิ์ศรีของประเทศชาติและประชาชน ดิฉันเชื่อมั่นว่าไม่มีภัยคุกคามใดจะเหนือกว่าพลังสามัคคีของคนไทย รัฐบาลของเราจะทำงานหนักร่วมกันด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเท เพื่อประเทศไทยค่ะ”
ในการประชุม พรรคเพื่อไทยยังไม่เสร็จเรียบร้อยใน 2 กระทรวง คือ กระทรวงมหาดไทย หลังจากเดิมมีชื่อ “เสี่ยไก่” ประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นั่งเก้าอี้ มท.1 แต่ล่าสุดมีการขับเคี่ยวกัน โยกเสี่ยไก่ไปเป็น รมว.แรงงาน และให้ “บิ๊กอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย เป็น รมว.มหาดไทยแทน โดยได้รับการสนับสนุนจากนายกฯ อิ๊งค์ ส่วน รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มีชื่อของ “เพ้า” จักรพงษ์ แสงมณี อดีต รมช.ต่างประเทศ เป็นตัวเต็ง “ปลัดปื๊ด” เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช มีชื่อนั่ง รมช.มหาดไทย
ยังไม่มีข้อสรุปว่าใครจะนั่งเก้าอี้ รมว.กลาโหม ชิงกันระหว่าง "บิ๊กเล็ก" พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม และ "บิ๊กนัย" พล.อ.สุนัย ประภูชะเนย์ อดีต ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ แต่มีการเสนอให้นายกฯ อิ๊งค์ควบเก้าอี้ รมว.กลาโหมอีก 1 ตำแหน่งด้วย ส่วนพรรค รทสช.ได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้วว่ายังเป็นโควตาเดิม 4 เก้าอี้ "หัวหน้าตุ๋ย" พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค นั่งรองนายกฯ และรมว.พลังงานเหมือนเดิม "เลขาขิง" เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นั่งรมว.อุตสาหกรรม และ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ เพิ่มในส่วนโควตากลุ่ม 18 คือ "ปลัดตุ๋ม" จตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นั่งรองนายกฯ ควบ รมว.พาณิชย์ พรรคประชาธิปัตย์ ลงตัวนายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.สาธารณสุข โยกไปนั่งเก้าอี้ รมช.มหาดไทย และได้โควตาเพิ่ม 1 เก้าอี้ คือ นายชัยชนะ เดชเดโช มีชื่อนั่ง รมช.สาธารณสุข
“โฆษกมุ่ง” อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์กรณีมีข่าวว่า สมาชิกพรรคหลายคนพูดว่า มติพรรคที่แท้จริงคือให้เปลี่ยนตัวนายกฯ ไม่เช่นนั้นไม่ร่วมรัฐบาล ว่า “เราไม่มีการเสนอให้เปลี่ยนตัวนายกฯ ในวันที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. เราคุยกันแค่เพียงว่า จะทำยังไงเพื่อไม่ให้เกิดการยุบสภา เพราะจะทำให้เกิดผลกระทบกับประเทศหลายอย่าง ไม่เคยหารือกันเรื่องผลักดันให้นายพีระพันธุ์เป็นนายกฯ ที่นายพีระพันธุ์ ไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังการประชุม กก.บห.เพราะกลัวเสียมารยาท เนื่องจากอยากให้นายกฯ รู้จากตัวนายพีระพันธุ์โดยตรง ไม่ใช่รู้ผ่านจากสื่อ เพราะเป็นมารยาททางการเมือง”
แต่กลุ่ม 18 ยืนยันร่วมรัฐบาลต่อ นายจิรวุฒิ สิงห์โตทอง สส.ชลบุรี พรรค รทสช.โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “มติพรรคบอกว่าให้นายกลาออก ถ้านายกไม่ลาออกจะถอนตัวจากรัฐบาล โกหกหน้าตาย#พีระพัง”
เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. แหล่งข่าวจากแพทยสภาแจ้งว่า ในการสืบสวนสอบสวนจริยธรรมแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการส่งตัว นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ไปรักษาที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ กลุ่มที่ 2 จะมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 ราย ที่ได้จากการขยายผลจากการสืบสวนสอบสวนจริยธรรมแพทย์ที่ถูกร้องเรียนในกลุ่มแรก จะหารือลงในรายละเอียดกันอีกครั้งในการประชุมคณะกรรมการแพทยสภาครั้งต่อไป ในวันพฤหัสบดีที่ 2 ของเดือน ก.ค.นี้
“ยอมรับว่าการพิจารณาจริยธรรมแพทย์ในกลุ่มที่ 2 นี้อาจจะใช้เวลานานหน่อย แต่ไม่ถือว่าเป็นปัญหาเพราะเรื่องใหญ่ได้ผ่านไปแล้ว ที่ต้องสอบเพิ่ม เป็นการสืบสวนสอบสวนที่แพทยสภาเห็นว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มแรก จึงไม่อาจปล่อยผ่าน จะต้องนำมาสืบสวนสอบสวนให้ได้ข้อสรุป” แหล่งข่าว กล่าว
ก่อนที่ร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จะเข้าสู่การพิจารณาในสภา นิด้าโพลเปิดเผยโพลเรื่อง “สถานบันเทิงครบวงจร จะได้เกิดไหม” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 16-18 มิ.ย. 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป 1,310 หน่วยตัวอย่าง พบว่า 56.72% ไม่เห็นด้วยทั้งสถานบันเทิงครบวงจรและกาสิโน รองลงมา 24.12% ระบุว่า เห็นด้วยทั้งสถานบันเทิงครบวงจรและกาสิโน 9.01% ระบุว่า อย่างไรก็ได้ ไม่มีความเห็น 8.78% ระบุว่า เห็นด้วยกับสถานบันเทิงครบวงจร ที่ไม่มีกาสิโน และ 1.37% ระบุว่า เห็นด้วยกับกาสิโนเพียงอย่างเดียว.