โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กองทัพกัมพูชายังไม่ถอนกำลัง พร้อมส่งหนังสือขอไทยขึ้นศาลโลกด้วยกัน ย้ำเจรจาทวิภาคีได้ผลน้อย

The Momentum

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 15.26 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 08.05 น. • THE MOMENTUM

วันนี้ (9 มิถุนายน 2568) ปรัก โสคน (Prak Sokhonn) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาได้ส่งหนังสืออย่างเป็นทางการมาถึง มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย เพื่อขอความร่วมมือกับประเทศไทยในการยื่นข้อพิพาทเรื่องพรมแดนกับศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลก (International Court of Justice: ICJ) ให้ตัดสินอย่างสันติและถูกต้องตามกฎหมาย

โดยเนื้อหาในหนังสืออย่างเป็นการทางระบุไว้ว่า จากความซับซ้อนทางประวัติศาสตร์และความอ่อนไหวในข้อพิพาท เห็นได้ชัดว่า การเจรจาระดับทวิภาคีเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างครอบคลุมและยั่งยืน

รัฐบาลกัมพูชาจึงเห็นว่า การแก้ไขปัญหาพื้นที่ช่องบก ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และปราสาทตาควาย โดยศาลโลกเป็นหนทางที่เหมาะสมและสันติมากที่สุด

ปรักยังระบุใจความในหนังสืออย่างการไว้อีกว่า คำตัดสินของศาลโลกตั้งอยู่บนหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เป็นคำตัดสินที่ยุติธรรม ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย และสามารถให้ความชัดเจนในเรื่องข้อพิพาทดินแดนของทั้ง 2 ประเทศ อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ ตลอดจนความร่วมมือของทั้ง 2 ประเทศ

“แนวทางปฏิบัติดังกล่าวจะยืนยันถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของเราในการรักษาหลักนิติธรรม รักษาความสามัคคีในภูมิภาค และส่งเสริมความร่วมกันของประชาชนภายในชุมชนอาเซียน

“จากที่กล่าวมาข้างต้น ฉันขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยพิจารณาร่วมกับรัฐบาลกัมพูชาในการส่งข้อพิพาทเรื่องพรมแดนของเราไปยังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ขอให้ใช้โอกาสนี้ยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันของเรา ในการพูดคุยอย่างสันติ การแก้ไขปัญหาทางกฎหมาย และอนาคตของความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี” ข้อความในจดหมายระบุ

ทั้งนี้ข้อความในหนังสืออย่างเป็นทางการยังสอดคล้องกับท่าทีของ สมเด็จ ฮุน เซน (Hun Sen) ประธานวุฒิสภา องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ออกมาระบุว่า จะนำข้อพิพาทที่เกิดขึ้นสู่ศาลโลก เนื่องจากการเจรจาระดับทวิภาคีได้ผลเพียงเล็กน้อย ขณะที่พื้นที่อื่นที่ไม่อยู่ในความขัดแย้งจะดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ปี 2000 ต่อไป

ขณะเดียวกันเมื่อช่วงเวลา 12.45 น. ของวันเดียวกันนี้ กระทรวงกลาโหมของกัมพูชาออกมาแถลงถึงสถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่า

1. ไม่มีการถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ที่อยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา และที่ซึ่งกองทัพกัมพูชาประจำการมาเป็นเวลานาน

2. การเตรียมกองกำลังทั้งหมดของกองทัพกัมพูชา รวมทั้งการประจำการ การส่งกำลัง การปรับกำลัง และการระดมกำลัง อยู่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชาเพื่อเตรียมการป้องกันบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา

3. กองทัพกัมพูชาสนับสนุนความพยายามในการแก้ไขปัญหาโดยสันติ ทั้งนี้พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลในการปกป้องดินแดน ไม่ให้มีการรุกรานใดๆ

4. กองทัพกัมพูชาพร้อมที่จะสนับสนุนกลไกการเจรจาชายแดนกับไทย โดยเฉพาะคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission: JBC) เพื่อดำเนินการวัดเขตแดนและปักปันเขตแดนที่เหลือระหว่าง 2 ประเทศต่อไป

อ้างอิง

- https://www.phnompenhpost.com/national/foreign-minister-clarifies-kingdom-s-position-to-thai-counterpart

- https://www.khmertimeskh.com/501697099/cambodia-urges-thailand-to-jointly-refer-border-disputes-to-icj/

- https://mgronline.com/onlinesection/detail/9680000053891

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...