“กองทุนความมั่งคั่งนอร์เวย์” เรียกร้องอียูลดกฎเกณฑ์ – รวมศูนย์ตลาดทุน ดึงดูดนักลงทุน
“กองทุนความมั่งคั่งนอร์เวย์” เตรียมยื่นจดหมายถึงคณะกรรมาธิการยุโรป เรียกร้องให้รวมศูนย์การกำกับดูแลตลาดทุน และลดความซับซ้อนของกฎหมายการเงิน เพื่อพลิกฟื้นตลาดยุโรปที่กำลังสูญเสียความคล่องตัว
ว้นที่ 9 มิถุนายน 2568 เวลา 18.39 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลกเตรียมยื่นจดหมายถึงสหภาพยุโรปในสัปดาห์นี้ โดยเรียกร้องให้มีกฎระเบียบที่ดีขึ้นและเรียบง่ายขึ้น เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปตลาดที่ยุโรปจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน
“ตลาดทุนยุโรปในช่วงเวลาที่ผ่านมาเริ่มล้าหลังในแง่ของความคล่องตัวทางธุรกิจ และขาดโอกาสในการลงทุนใหม่ ๆ สำหรับนักลงทุนสถาบัน” ธนาคาร Norges Bank Investment Management (NBIM) ซึ่งเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดรายเดียวในตลาดทุนของสหภาพยุโรป ระบุในจดหมายถึงคณะกรรมาธิการยุโรปซึ่งมีกำหนดส่งในวันอังคาร
จดหมายฉบับนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดตั้งกรอบสหภาพการออมและการลงทุน (Saving and Investments Union) เพื่อปรับโครงสร้างระบบการเงินของสหภาพยุโรปให้เป็นหนึ่งเดียวมากขึ้น ทั้งนี้ สหภาพยุโรปได้ถกเถียงและค่อย ๆ เดินหน้าแผนจัดตั้งสหภาพตลาดทุน (Capital Markets Union) มานานกว่าสิบปี เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเงินออมและการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิก
NBIM ซึ่งบริหารจัดการรายได้จากน้ำมันและก๊าซของนอร์เวย์ เปิดเผยว่า ณ สิ้นปี 2567 กองทุนถือครองหลักทรัพย์มูลค่า 285,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 325,000 ล้านดอลลาร์ ที่ออกโดยประเทศสมาชิกและบริษัทในยุโรป โดยมูลค่ารวมของกองทุนอยู่ที่ราว 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ โดย 71% ของสินทรัพย์อยู่ในรูปของหุ้น และ 26.6% อยู่ในตราสารหนี้
ข้อเสนอหลักประการหนึ่งคือ “การกำกับดูแลตลาดทุนควรเป็นหนึ่งเดียวในระดับยุโรป” จดหมายระบุ พร้อมชี้ว่าสหภาพยุโรปยังขาดหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนแบบรวมศูนย์ หรือกฎเกณฑ์เดียวที่ใช้กับการซื้อขายทั้งหมด ซึ่งทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางกฎหมาย ความยุ่งยากในการดำเนินงาน กระบวนการที่ล่าช้า และการตีความที่ไม่สอดคล้องกัน
นอกจากนี้ NBIM ยังเสนอว่าสหภาพยุโรปควรแก้ปัญหาการกระจายตัวของกฎหมายในภูมิภาค ทั้งในด้านกฎหมายหลักทรัพย์ กฎหมายบริษัท กฎหมายล้มละลาย และระบบภาษี พร้อมกับมาตรฐานกลางในการออกตราสารหนี้ระดับทั่วยุโรป
“ตลาดทุนของยุโรปจะสามารถพลิกฟื้นกลับมามีความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ และพร้อมสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคตได้ หากมีนโยบายที่ส่งเสริมการจัดสรรโอกาสการลงทุนที่ก่อให้เกิดผลิตภาพ และเพิ่มความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง” NBIM กล่าว
ทั้งนี้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกต่อยุโรปได้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา จากความวุ่นวายทางการเมืองในสหรัฐฯ และความคาดหวังต่อการปฏิรูปกฎระเบียบกับการใช้จ่ายการคลังที่มากขึ้นในยุโรป
“ยุโรปกำลังเติบโตและควบคุมอนาคตของตนเองได้มากขึ้น ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาค” แบลร์ จาคอบสัน ผู้ร่วมอำนวยการบริษัท Ares Management กล่าวในการประชุมเมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมเสริมว่า “แรงจูงใจในตอนนี้คือความน่าสนใจของยุโรป ไม่ใช่แค่ผลักออกจากสหรัฐฯ”
อ้างอิง : cnbc.com