โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้องเมยตายเพราะขึ้นบันไดผิด? เปิดปม "บันไดศักดินา" เตรียมทหารฯ

SpringNews

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 16.39 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 16.19 น.

เพราะใช้บันไดผิด ต้องมีโทษถึงตาย?

นี่คือคำถามที่ยังคงก้องอยู่ในใจของสังคมไทยทุกครั้งที่คดีของ นตท.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ"น้องเมย" ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง ตลอด 8 ปีที่ครอบครัวตัญกาญจน์ต่อสู้เพื่อทวงความยุติธรรมให้ลูกชายผู้ล่วงลับ

ล่าสุด ศาลทหารได้มีคำพิพากษาออกมาแล้ว แต่ดูเหมือนว่าคำตอบที่ได้รับกลับยิ่งสร้างคำถามใหม่ให้กับสังคม

ศาลทหารมณฑลทหารบกที่ 12 จังหวัดปราจีนบุรี ได้อ่านคำพิพากษาชั้นฎีกา สั่งลงโทษจำเลยซึ่งเป็นรุ่นพี่นักเรียนเตรียมทหารที่สั่งลงโทษน้องเมยในขณะนั้น โดยให้

จำคุก 4 เดือน 16 วัน ปรับ 15,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี เหตุผลของศาลคือจำเลยไม่เคยได้รับโทษมาก่อน การให้โอกาสปรับปรุงตัวเพื่อรับใช้ชาติต่อไปน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า ทว่า สำหรับครอบครัวที่สูญเสียแก้วตาดวงใจ คำตัดสินนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาเรียกว่า "ความยุติธรรม"

จุดเริ่มต้นโศกนาฏกรรม: วัฒนธรรม "บันไดต้องห้าม"

หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด เริ่มต้นจากเรื่องที่ดูเหมือนจะเล็กน้อยอย่าง "การใช้บันไดในตึกนอน"

ภายในโรงเรียนเตรียมทหารมีกฎเหล็กและวัฒนธรรมที่ยึดถือกันอย่างเคร่งครัดเกี่ยวกับเรื่องนี้ จากข้อมูลของอดีตนักเรียนเตรียมทหารระบุว่า

  • บันไดกลาง: สงวนไว้สำหรับนักเรียนบังคับบัญชา (คอมแมน) และนายทหารที่ยศสูงกว่าเท่านั้น นักเรียนทั่วไปห้ามใช้เด็ดขาด
  • นักเรียนชั้นปีที่ 1: ถูกบังคับให้ใช้ได้เพียงบันไดฝั่งขวาของตึกเท่านั้น โดยมีข้อยกเว้นเดียวคือเมื่อต้องทำเวรทำความสะอาด

การที่น้องเมยซึ่งเป็นนักเรียนปี 1 ไปปรากฏตัวที่บันไดซ้าย จึงกลายเป็นการกระทำผิดร้ายแรงในสายตาของรุ่นพี่ และเป็นชนวนเหตุของการ "ซ่อมเดี่ยว" หรือการธำรงวินัยที่รุนแรง

"ใครโกหก?" ปมขัดแย้งที่ยังไม่คลี่คลาย

ประเด็นที่ครอบครัวต่อสู้มาโดยตลอดคือ น้องเมยไม่ได้โกหก เอกสารคำให้การที่พี่สาวของน้องเมยนำมาเปิดเผย แสดงให้เห็นข้อมูลที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง

  • คำให้การของจำเลย (ผู้สั่งลงโทษ): อ้างว่าน้องเมยบอกว่าได้รับอนุญาตจากรุ่นพี่คอมแมนอีกคน (นตท.รชต) แล้ว แต่เมื่อไปสอบถาม นตท.รชต กลับตอบว่า "ไม่ได้อนุญาต"
  • คำให้การของ นตท.รชต: กลับยืนยันว่าตนได้ตอบรุ่นพี่ที่มาถามไปว่า "ไม่โกหก…ได้อนุญาตแล้ว"

คำให้การที่เหมือนหนังคนละม้วนนี้ คือหัวใจสำคัญของคดี เพราะความเชื่อว่า "น้องโกหก" นำไปสู่การลงโทษด้วยท่า "แคงการู" (เอาศีรษะปักพื้นแล้วสลับขา) จนหมดสติและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

กฎโรงเรียน vs กฎหมายรัฐ: อะไรสำคัญกว่ากัน?

สำหรับครอบครัว การต่อสู้ตลอด 8 ปีไม่ใช่เพียงการหาคนผิด แต่คือการ "ล้างมลทิน" ให้กับลูกชายที่ถูกตราหน้าว่าเป็น "คนขี้โกหก" ดังที่พี่สาวได้กล่าวไว้ว่า

"โกหกใครโกหกได้ แต่ใจเราโกหกตัวเองไม่ได้"

คดีนี้ยังทิ้งคำถามใหญ่ไว้ให้สังคม ว่าระหว่าง "กฎภายใน" ของสถาบันที่ถือว่าการโกหกเป็นความผิดร้ายแรง กับ "กฎหมายบ้านเมือง" ที่ระบุว่าการกระทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายเป็นความผิดอาญาที่ร้ายแรงกว่า สิ่งใดควรมีน้ำหนักเหนือกว่ากัน

โศกนาฏกรรมของน้องเมย ทำให้สังคมต้องหันกลับมาตั้งคำถามถึงวัฒนธรรมอำนาจนิยมและการใช้ความรุนแรงในสถาบัน ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ชอบธรรมแล้วหรือไม่

หรือแท้จริงแล้ว กองทัพและโรงเรียนเตรียมทหารคือ "แดนสนธยา" ที่ความยุติธรรมของรัฐอาจเข้าไปไม่ถึง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...