โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กสิกรไทยเตือน ‘เศรษฐกิจถดถอย’ (Recession) เสี่ยงเงินฝืด ท่องเที่ยวพึ่งพาไม่ได้

TODAY Bizview

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 16.41 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 09.41 น. • workpointTODAY

ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจโลก นโยบายการค้าของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ที่สั่นสะเทือนความเชื่อมั่นของตลาดการค้าและการลงทุนทั่วโลก

โดยเฉพาะจากความไม่แน่นอนด้านภาษีนำเข้าและการใช้อำนาจแบบสุดโต่งที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ ทำให้ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการรายใหญ่ในสหรัฐฯ ต่างออกมาแสดงความกังวลอย่างหนัก

[ OECD หั่นเป้าเศรษฐกิจโลก-สหรัฐฯ ]

องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ได้ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจโลกปี 2568 ลงเหลือเพียง 2.9% จากเดิมที่ 3.1% พร้อมกับปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ เหลือ 1.6%

สะท้อนความกังวลต่อนโยบายที่ไม่แน่นอนของรัฐบาลสหรัฐฯ ทั้งด้านการคลัง การเงิน การค้า และนโยบายภายในประเทศที่มีลักษณะเป็น ‘single man command’

[ ผู้นำธุรกิจสหรัฐฯ หวั่นภาษีทรัมป์ ]

บรรยากาศในภาคธุรกิจสหรัฐฯ เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจ ไม่เพียงแต่ราคาสินค้าที่ไม่มีความแน่นอน แต่ยังรวมถึงภาวะการจ้างงานและต้นทุนวัตถุดิบ

โดยเฉพาะแผนการขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมของทรัมป์ ที่แม้จะตั้งเป้าดึงการผลิตกลับสหรัฐฯ แต่กลับส่งผลลบต่อธุรกิจปลายน้ำและ SME ที่มีสัดส่วนสูงถึง 75% ของธุรกิจทั้งหมดในประเทศ

ความวิตกยังขยายไปถึงกลุ่มผู้บริโภค ที่เริ่มระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น เกิดภาวะ ‘save-first-spend-later’ และบางฝ่ายเริ่มมองว่า สหรัฐฯ อาจกำลังเข้าสู่ภาวะ ‘stagflation’ หรือภาวะเงินเฟ้อควบคู่กับเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนในวงกว้าง

[ ดอลลาร์อ่อน-เงินไหลตลาดเกิดใหม่ ]

ผลกระทบจากนโยบายของทรัมป์ยังสะท้อนถึงตลาดทุนโลก โดยเฉพาะค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่ากว่า 8% นับตั้งแต่ทรัมป์กลับสู่เวทีการเมือง

ขณะที่ความไม่แน่นอนทางการคลังจากภาระหนี้ภาครัฐที่คาดว่าจะพุ่งแตะ 4 ล้านล้านดอลลาร์ ทำให้หน่วยงานจัดอันดับความน่าเชื่อถืออย่าง Moody’s ปรับลดเรทติ้งสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน นักลงทุนเริ่มเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทน (Bond Yield) พุ่งสูงสุดในรอบหลายปี และสร้างแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)

ที่แม้จะต้องการลดดอกเบี้ยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่สามารถดำเนินนโยบายได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากขาดความเชื่อมั่นต่อทิศทางของรัฐบาลกลาง

[ เศรษฐกิจไทยเสี่ยง ‘Recession’ ]

ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ปั่นป่วน เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความเสี่ยงจากภายนอก โดยเฉพาะผลกระทบจากการเก็บภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีความแน่นอน

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า หากสหรัฐฯ คงภาษี 10% ตลอดทั้งปี เศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ที่ 1.8% แต่หากเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่านั้น ความเสี่ยงที่จะเกิด ‘เทคนิคัลรีเซสชัน’ มีความเป็นไปได้สูง

ภาคการส่งออกยังคงอ่อนแอ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ Supply Chain โลก เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และเคมีภัณฑ์

ขณะที่การท่องเที่ยวซึ่งเคยเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ก็เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติช่วงต้นเดือน มิ.ย.ไม่เป็นไปตามคาด และต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะกลับมาฟื้นตัวได้หรือไม่

ทั้งนี้ ในกรณีฐาน (Base Case) คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตเพียง 1.4%

[ การผลิต-สินเชื่อ-ตลาดรถยนต์ ชะลอตัว ]

ภาคการผลิตได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามการค้าและความเสี่ยงด้านราคานำเข้า โดยเฉพาะจากจีน ซึ่งมีแนวโน้มดัมพ์ราคาสินค้าเข้าสู่ตลาดโลก ทำให้ผู้ผลิตไทยต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

ตลาดรถยนต์ในประเทศคาดว่าครึ่งปีหลังจะหดตัวลง -1.7% แม้จะมีแรงหนุนจากรถยนต์ไฟฟ้า BEV โดยยอดขายทั้งปีคาดว่าจะติดลบ -6.1% สะท้อนกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ สอดคล้องกับภาพรวมของสินเชื่อที่หดตัวต่อเนื่องจากความกังวลด้านหนี้เสีย

โดยล่าสุด ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับลดคาดการณ์สินเชื่อปีนี้ลงมาอยู่ที่ -0.6% จากเดิมที่คาดว่าจะขยายตัว 0.6% ขณะที่อัตราหนี้เสีย (NPL) คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วง 2.7-2.97% แม้จะยังต่ำกว่า 3% แต่ก็บ่งชี้ถึงคุณภาพสินเชื่อที่เปราะบาง

[ เงินบาทแข็ง-ต้นทุนเฮดจ์พุ่ง ]

ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากเงินทุนยังไหลกลับตลาดเกิดใหม่ ซึ่งอาจทำให้ค่าเงินบาทแตะระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงสิ้นปี

ขณะที่ความผันผวนของค่าเงินเพิ่มขึ้นเท่าตัว ส่งผลต่อต้นทุนป้องกันความเสี่ยงของผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้นเป็น 0.45 บาทต่อดอลลาร์

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงอาจต้องพิจารณาลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี เพื่อลดแรงกดดันจากค่าเงินและกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวม

ทั้งนี้ ไทยมีความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะเกิดเงินฝืด แต่ยังไม่เท่าญี่ปุ่นที่ เงินเฟ้อพื้นฐานติดลบ โดยเงินเฟ้อที่แท้จริงยังเป็นบวก และการบริโภคภาคเอกชนยังเติบโต

[ เศรษฐกิจไทยเดินบนเส้นด้าย ]

นโยบายของทรัมป์ที่ไร้แบบแผนและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน กำลังผลักเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะที่เศรษฐกิจไทย ซึ่งพึ่งพาการส่งออกและการท่องเที่ยวอย่างสูง ก็กำลังเผชิญแรงเสียดทานทั้งจากภายนอกและปัญหาเชิงโครงสร้างภายในประเทศ

แม้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศมีมูลค่ารวมกว่า 1.57 แสนล้านบาท แต่ยังคงช่วยจำกัดความเสียหายได้เพียงบางส่วน ขณะที่ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและผู้บริโภคยังไม่ฟื้นตัวอย่างแท้จริง

ภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จึงยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่า จะสามารถหลีกเลี่ยงภาวะ Recession ได้หรือไม่…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...