โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เศรษฐกิจไทยยังไปต่อได้ หากไม่หลงทาง ต้องปฏิรูปเชิงโครงสร้าง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 ก.ค. 2568 เวลา 03.50 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 22.30 น.

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันอยู่ในภาวะที่ไม่สดใสนัก แม้ตัวเลขคาดการณ์ทางเศรษฐศาสตร์จะยังอยู่ในแดนบวก โดยนักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่า GDP ปีนี้อาจเติบโตได้ร้อยละ 1.5-2.0 ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินสูงกว่านั้นเล็กน้อยที่ร้อยละ 2.3 แต่ความรู้สึกของประชาชนกลับสวนทางกับตัวเลขเหล่านี้อย่างชัดเจน

ร้านค้า SME และผู้ประกอบการจำนวนมากสะท้อนว่ายอดขายตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อมูลจาก Lineman และ Wongnai ที่รายงานว่า ยอดขายของร้านค้าเดิม (Same Store Sales) ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ลดลงเฉลี่ยร้อยละ 14 จาก 180,000 บาทต่อเดือน เหลือเพียง 154,000 บาท แม้จะมีบางกลุ่มสินค้า เช่น กาแฟ และอาหารผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ยังเติบโตได้ แต่โดยรวมแล้วภาพสะท้อนคือกำลังซื้อของประชาชนยังไม่ฟื้นตัว

สถานการณ์เช่นนี้ชี้ให้เห็นถึงการแข่งขันทางธุรกิจที่ทวีความรุนแรง แม้ความต้องการสินค้าและบริการจะเติบโตตามขนาดเศรษฐกิจ แต่เมื่อจำนวนผู้เล่นในตลาดเพิ่มขึ้นมากกว่าความต้องการ รายได้ต่อร้านจึงมีแนวโน้มลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเติบโตทางเศรษฐกิจจึงกระจุกอยู่ในบางกลุ่มผู้ประกอบการที่สามารถตอบสนองความต้องการเฉพาะกลุ่มของผู้บริโภคได้เท่านั้น

แม้การแข่งขันจะเป็นสัญญาณที่ดีในมุมของนักเศรษฐศาสตร์ เพราะผู้บริโภคได้ประโยชน์จากราคาที่ต่ำลงและคุณภาพที่สูงขึ้น แต่หากช่องทางสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีจำกัด การแข่งขันที่ล้นตลาดจะกลายเป็นกับดักที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอดยาก ไม่สามารถสร้างกำไรเพียงพอ ท่ามกลางผู้เล่นรายใหม่ที่เข้ามาแย่งชิงส่วนแบ่งอยู่เสมอ

สถานการณ์เช่นนี้สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน ภาครัฐจำเป็นต้องเร่ง “เปิดพื้นที่ทางเศรษฐกิจ” ให้หลากหลายมากขึ้น เพื่อกระจายการแข่งขัน ลดความแออัดในภาคธุรกิจเดิม และสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในการลงทุนและการจ้างงาน

หากย้อนมองในอดีต จุดแข็งของประเทศไทยอยู่ที่การส่งออกและการท่องเที่ยว ซึ่งช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อย่างโดดเด่น แต่ในอีกด้านหนึ่ง กลไกเศรษฐกิจหลายภาคส่วนกลับถูกควบคุมโดยกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ทำให้การแข่งขันที่แท้จริงเกิดขึ้นได้ยาก และจำกัดโอกาสของผู้ประกอบการรายย่อยในการเติบโต

วันนี้ จุดแข็งเหล่านั้นเริ่มเสื่อมถอยลง ภาคส่งออกกำลังเผชิญกับกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ค่าแรงที่สูงขึ้นขัดขวางการดึงดูดการลงทุนใหม่ ขณะที่ความล่าช้าในการยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรมทำให้ไทยเสียเปรียบคู่แข่งมากขึ้น ในขณะเดียวกัน การท่องเที่ยวไทยก็ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากประเทศเพื่อนบ้านทั้งในด้านราคาและคุณภาพการบริการ

สถานการณ์ในปัจจุบันจึงเป็นสัญญาณชัดเจนว่าประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งเดินหน้า “การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง” อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม เพื่อรักษาศักยภาพดั้งเดิมที่ยังมีอยู่ และวางรากฐานใหม่สำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ภาครัฐควรเร่งปลดล็อกข้อจำกัดด้านการแข่งขันในบางอุตสาหกรรม พร้อมทั้งเร่งคลี่คลายอุปสรรคทางการค้ากับประเทศคู่ค้าหลักอย่างสหรัฐฯ ควบคู่กับการขยายความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ เพื่อฟื้นความสามารถในการแข่งขันของภาคส่งออก และยกระดับภาคท่องเที่ยวไทยให้เป็น “จุดหมายปลายทางคุณภาพ” ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวในมิติของ “ความคุ้มค่า” ทั้งด้านราคาและประสบการณ์ (Value for Money)

ที่สำคัญ ประเทศไทยต้องเร่งพัฒนา “เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่” ที่สามารถสร้างโอกาสและการจ้างงานให้กับประชาชนอย่างทั่วถึง โดยควรให้ความสำคัญกับภาคเศรษฐกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม พลังงานสะอาด เศรษฐกิจผู้สูงวัย (Silver Economy) และเทคโนโลยีใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) แทนที่จะพึ่งพากิจกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อศีลธรรมและขาดความยั่งยืน ทั้งในทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น ธุรกิจบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) หรือธุรกิจกัญชา

เพราะหากเรามุ่งเน้นเพียงกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อาจจะก่อให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระยะสั้น แต่กลับละเลยเป้าหมายเชิงโครงสร้างและคุณภาพของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะยาว โอกาสในการฟื้นตัวอย่างมั่นคงและทั่วถึงของประเทศไทยอาจจะไม่มีวันมาถึง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...