“ธนาคารกลางมาเลเซีย” มีมติคงดอกเบี้ยที่ 3% รับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจจากภาษีทรัมป์
"ธนาคารกลางมาเลเซีย" มีมติคงดอกเบี้ยที่ 3% ย้ำติดตามความเสี่ยงเงินเฟ้อ-เศรษฐกิจโลกใกล้ชิด พร้อมส่งสัญญาณอาจผ่อนคลายนโยบายการเงิน หากการเติบโตอ่อนแรงกว่าคาด
วันที่ 8 พฤษภาคม 2568 เวลา 14.19 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางมาเลเซีย ( BNM) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3% ในการประชุมวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยชี้ว่าเป็นการสงวนเครื่องมือทางนโยบายเพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจกระทบการเติบโตทางเศรษฐกิจจากภาษีนำเข้าของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ
อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (OPR) ยังคงอยู่ที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงหลังโควิด-19 ตามที่นักเศรษฐศาสตร์ 20 ใน 25 คนที่ร่วมสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ไว้ ขณะที่นักวิเคราะห์อีก 5 คนคาดว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอาจเริ่มผ่อนคลายนโยบายการเงินอีกครั้ง นับตั้งแต่ที่มีการปรับขึ้น OPR มาที่ระดับปัจจุบันเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566
แถลงการณ์ของ BNM ระบุว่า “ในระดับ OPR ปัจจุบัน ท่าทีของนโยบายการเงินยังสอดคล้องกับการประเมินภาวะเงินเฟ้อและแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ …คณะกรรมการนโยบายการเงินยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลต่อเงินเฟ้อและการเติบโตภายในประเทศ”
BNM ย้ำว่าจะดูแลให้นโยบายการเงินยังเอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนควบคู่กับเสถียรภาพด้านราคา ส่วนค่าเงินริงกิตแทบไม่เปลี่ยนแปลงหลังการประกาศผลประชุม โดยยังคงอ่อนค่าลงประมาณ 1%
ทั้งนี้ขณะนี้มาเลเซียอยู่ระหว่างการเจรจากับรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งช่วยให้ธนาคารมาเลเซียมีเวลาประเมินผลกระทบจากความขัดแย้งทางการค้าที่ยังไม่จบสิ้น โดยรัฐบาลมาเลเซียกำลังพยายามต่อรองเพื่อลดภาษีนำเข้าที่สหรัฐขู่ว่าจะเรียกเก็บในอัตรา 24% ให้เหลือศูนย์
นักวิเคราะห์และนักลงทุนจำนวนมากเริ่มคาดว่า BNM จะลดดอกเบี้ยภายในปีนี้ โดยเฉพาะหลังจากที่รัฐบาลส่งสัญญาณว่าอาจปรับลดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจจากกรอบเดิม 4.5%–5.5% ขณะเดียวกันธนาคารกลางของประเทศอื่นในภูมิภาคก็เริ่มปรับลดดอกเบี้ยเพื่อพยุงเศรษฐกิจก่อนช่วงเวลาพักภาษี 90 วันจะสิ้นสุดลง
ธนาคารกลางมาเลเซีย ระบุว่า “โดยรวมแล้ว ความเสี่ยงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจยังโน้มเอียงไปในทางลบ ความเสี่ยงหลักมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าใหญ่ ความเชื่อมั่นที่อ่อนแอลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่สูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อการบริโภคและการลงทุน รวมถึงการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ที่ต่ำกว่าคาด"
อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางมาเลเซีย ระบุว่า ผลลัพธ์เชิงบวกจากการเจรจาการค้า นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศมหาอำนาจ และการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว อาจช่วยหนุนแนวโน้มเศรษฐกิจของมาเลเซียให้ดีขึ้น
อ้างอิง : bloomberg.com