โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศบ.ทก. ยังทำงานต่อเนื่องแม้เปลี่ยนครม. ยันประชุม JBC จัดเดือนก.ย.นี้ มุ่งแก้ไขด้วยทวิภาคี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 07.07 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 07.07 น.

ศบ.ทก. ยัน ยังทำงานต่อเนื่องแม้เปลี่ยนครม. ร่วมมือภาครัฐ-เอกชน มุ่งเน้นเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ-เกษตรกร เร่งปราบปรามลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย ย้ำ ควรแก้ไขด้วยกลไกทวิภาคี

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล การแถลงผลการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) โดยมี พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย และ นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้แถลง

รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย แถลงว่า ในเรื่องของกลไกการทำงานของศบ.ทก. เราก็ยังยึดมั่นในเรื่องของคติประจำศูนย์ของเรานะก็คือรอบคอบรอบด้านใช้สติสร้างสันติ ที่นำมติของการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาตินั้น แปลงไปสู่การปฎิบัติโดยกองกำลังป้องกันชายแดนในพื้นที่เป็นผู้นำปฏิบัติ เป็นภาพของกลไกการทำงานเรา ซึ่งยึดมั่นในเรื่องของการทำงานอย่างนี้มาโดยตลอด ถึงแม้ว่าในช่วงนี้จะมีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีก็ตาม ในเรื่องของการดำเนินงานของก็ยังดำเนินดำเนินการอย่างต่อเนื่องไม่หยุด อย่างเช่นมติสภาความมั่นคงแห่งชาติครั้งที่ 5/ 2568 เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ในเรื่องของมาตรการรองรับสถานการณ์ความมั่นคงในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชาที่ผ่านมา ก็ได้มีมติจำนวน 4 ข้อหลักๆที่เกี่ยวข้อง

เรื่องแรก เรื่องของการรับทราบผลการปฎิบัติของศบ.ทก.ในการควบคุมพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา ตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติครั้งที่ 4/2568

เรื่องที่สอง เรื่องของให้ความเห็นชอบในให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการดำเนินการตามมติศบ.ทก. อาทิมาตรการควบคุมและผ่อนปรนบุคคลยานพาหนะสินค้ารวมทั้งมาตรการบรรเทาผลกระทบต่างๆ

เรื่องที่สาม ที่ทางมติของสภาความมั่นคงแห่งชาติได้ระบุมาก็คือเรื่องของความเห็นชอบกันขยายมาตรการควบคุมจุดผ่านแดนประเภทต่างๆ ให้ครอบคลุมทั้งการจำกัดและผ่อนผันบุคคลยานพาหนะและสินค้าที่ผ่านเข้าออกจุดผ่านแดน

เรื่องที่สี่ ประเด็นนี้สำคัญ มอบหมายให้ศบ.ทก.นั้นเป็นกลไกหลักในการพิจารณายกระดับหรือผ่อนปรนมาตรการ รองรับสถานการณ์ความมั่นคงในบริเวณพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชาภายใต้กรอบแนวทางที่รัฐบาลหรือสภาความมั่นคงแห่งชาติกำหนดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ในมาตราหรือในประเด็นที่สี่นี้

ขออนุญาตเน้นย้ำว่าศบ.ทก.ได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหรือให้เป็นองค์กรที่รับผิดชอบในเรื่องของการพิจารณาในเรื่องกำหนดมาตรการต่างๆไม่ว่าจะเป็นการยกระดับหรือในการผ่อนปรนนะครับถ้าสถานการณ์คลี่คลายในทางที่ดีขึ้นก็มีสิทธิ์เหลือมีอำนาจในการ ผ่อนปรนมาตรการต่างๆ เหล่านี้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน ก็ขอให้ความเชื่อมั่นกับพี่น้องประชาชน ว่าถึงแม้ว่าในสถานการณ์ที่เรามีอาจมีการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี ปัจจุบันนี้การดำเนินการในเรื่องของการแก้ไขปัญหาตามสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชานี้ทางศบ.ทก.ก็มีมีอำนาจในเรื่องการพิจารณาและดำเนินการอย่างต่อเนื่องด้วย

ในเรื่องของการช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากกรณีสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาที่ผ่านมา อยากนำเสนอให้เห็นว่ามาตรการที่ออกจากทั้งสองนี้ในเรื่องของช่วยเหลือเยียวยาประชาชนเนี่ยเราได้มีการทำอย่างจริงจัง ยกตัวอย่างในวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 นี้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระแก้ว ก็อยากจะขอเชิญชวนทุกๆท่านมาร่วมเป็นกำลังใจสนับสนุนสินค้าเกษตรกรของพี่น้องชาวสระแก้ว ณ ตลาดนัดดอกแก้ว ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว เพื่อเป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความมั่นคง ตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา โดยมีการนำเอาผลิตผลไม่ว่าจะเป็นพืชผักผลไม้ต่างๆ กระท้อน หน่อไม้ฝรั่ง มัน แครอท มาจากจำหน่าย เป็นสิ่งที่ทางพาณิชย์จังหวัดนั้นก็ได้ช่วยขับเคลื่อนให้เกิดขึ้น

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะนำเสนอ คือจังหวัดตราดเองก็มีการเปิดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า อัตลักษณ์จังหวัดตราด ภายใต้ชื่อตราดช็อปเพลินเดินชิว ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับประชาชนผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดตราดนั้นได้เป็นประธานเปิดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าอัตลักษณ์จังหวัดตราดไปเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน โดยงานนี้จะจัดตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายนจนถึงวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 ระหว่าง 10:00 น. ถึง 21.00 น. บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดตราด

แลถอยากจะนำเสนอกิจกรรมที่เราจัดขึ้น กรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์เองก็ร่วมกับซีพีออล ซึ่งเป็นเอกชนรายหนึ่งในส่วนของเอกชนหลายหลายส่วน ที่ได้มาให้การสนับสนุนช่วยเหลือ เป็นตัวอย่างที่ดีอย่างหนึ่งร่วมกับหอการค้าจังหวัดจันทบุรีแล้วก็สมาคมมังคุดไทย รับซื้อมังคุดช่วยเหลือเกษตรกรจันทบุรี จำหน่ายผ่านร้านเซเว่นอีเลฟเว่นจำนวน 8,220 สาขาด้วย ซึ่งนโยบายนี้เป็นการส่งเสริมผู้ประกอบการ เอสเอ็มอีเกษตรกรไทย ภายใต้แนวคิดเอสเอ็มอีโตไกลไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ซึ่งในครั้งนี้ก็ร่วมมือกับพันธมิตรภาคส่วนต่างๆรับซื้อมังคุดจากเกษตรกรในจังหวัดจันทบุรี เพื่อนำมาจำหน่ายในอีเลฟเว่น โดยเริ่มจำหน่ายแล้วในวันนี้จนถึงวันที่ 4 กรกฎาคม

เรื่องสุดท้าย เป็นในเรื่องของกรมการค้าภายในกระทรวงพาณิชย์เอง ก็ได้ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ให้การสนับสนุนผลไม้ไทยจากเกษตรกรโดยตรง จำนวน 2,000 กิโลกรัม ภายใต้โครงการขับเคลื่อนความร่วมมือช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ปี 2568 ครับโดยธกส.ก็จะได้นำไปมอบต่อให้กับหน่วยงานราชการสถานสงเคราะห์แล้วก็ชุมชนใกล้เคียง เป็นการสนับสนุนในเรื่องของการกระจายสินค้า ถือว่าทุกภาคส่วนมีบทบาทสำคัญในช่วงของสถานการณ์ในปัจจุบัน ต้องขอขอบคุณทุกทุกๆภาคส่วนเป็นเป็นอย่างยิ่ง

ด้าน รองโฆษก กต. แถลงว่า มิติด้านการต่างประเทศ วันนี้มีสามประเด็นหลัก ประเด็นแรก สถานการณ์ทั่วไปในพื้นที่รวมถึงการบริหารจุดผ่านแดน เมื่อเช้าก็ได้รับรายงานจากหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ในเรื่องของการบริหารจุดผ่านแดน และในขณะนี้ส่วนใหญ่ยังคงเป็นไปอย่างเรียบร้อย โดยหน่วยงานในพื้นที่ก็แจ้งว่ามีจำนวนคนที่ฝ่ายไทยอนุโลมให้เดินทางเข้าออกผ่านด่านเป็นหลักหลาย 100 ทีเดียว ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ขอเรียนว่าถึงแม้ที่ผ่านมาในหลายวันที่ผ่านมายังคงมีการรายงานข่าวและการกล่าวหาฝ่ายไทยว่าปิดด่านฝ่ายเดียว ไม่ว่าจะเป็นในสื่อสังคมออนไลน์ หรือว่าในการรายงานข่าวของสื่อฝ่ายกัมพูชา โดยยังคงใช้คำกล่าวนี้ เป็นเงื่อนไขของการไม่เปิดด่านฝั่งตน

ขอยืนยันอีกครั้ง ณ จุดนี้ว่าไทยไม่ได้ปิดด่าน แต่เพิ่มความเข้มงวดสำหรับผู้ผ่านแดนของทั้งสองประเทศ รวมถึงชาวต่างชาติประเทศอื่นๆ โดยจะมีการปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความมั่นคงและความจำเป็นในแต่ละพื้นที่ ขอยืนยันอีกครั้งนะคะว่าการผ่านแดนจะเป็นไปตามความจำเป็นด้านมนุษยธรรม ไม่ว่าจะจะเป็นในเรื่องของผู้เจ็บป่วยที่มีความจำเป็นรักษาพยาบาล นักเรียนนักศึกษาที่จะเดินทางข้ามแดนมาเรียนหนังสือฝั่งไทย หรือในเรื่องของบุคคลของทั้งสองฝั่ง ที่อาจจะมีความจำเป็นที่จะจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันของทั้งสองฝ่าย ขอยืนยันว่าทั้งหมดนี้ก็ยังคงดำเนินการได้ตามปกติซึ่งเป็นไปตามหลักหลักฐานเชิงประจักษ์

ประเด็นที่สอง คือมาตรการช่วยเหลือและการผ่อนผัน ขอเรียนว่ารัฐบาลและศบ.ทก.กำลังติดตามเพื่อบริหารผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่มีการจ้างงานแรงงานต่างชาติ ชาวกัมพูชา พี่น้องเกษตรกร และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการการบริหารจุดผ่านแดนทั่วๆไป โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประสานงานกันมาตลอด จริงๆแล้วเป็นประเด็นที่หยิบยกขึ้นหารือทุกครั้งที่มีการประชุมอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งล่าสุดนี้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้วันที่ 1 กรกฎาคม นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งการดำเนินการในสองประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญเหล่านี้อันแรกก็คือมาตรการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรที่ผิดกฎหมายบริเวณชายแดนซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำโดยกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพาณิชย์ก็จะนำ ในเรื่องการประสานงานในเรื่องนี้ และประเด็นที่สองก็คือมาตรการให้กระทรวงแรงงานเร่งพิจารณามาตรการผ่อนผันการทำงานของแรงงานกัมพูชาในพื้นที่ชายแดน และให้กระทรวงมหาดไทยเช่นกันเร่งออกประกาศรองรับมาตรการดังกล่าวให้เหมาะสมสอดคล้องกับหลักมนุษยธรรม และไม่กระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่

ขอให้ทุกท่านได้ทราบและมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นส่วนสำคัญที่สุดในทุกการประชุม ในทุกบทสนทนา และมาตรการที่บังคับใช้ และขอย้ำอีกครั้งว่าการดำเนินการทุกอย่างของรัฐบาลไทยในกระบวนการขั้นตอน มีการประสานงานแน่นอน และผ่านการพิจารณาจากข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยงานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ในทุกวันอย่างโปร่งใส และมีความรับผิดชอบ โดยจะยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ และทั้งหมดนี้ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชนแน่นอน ตามที่ฝ่ายไทยยึดถือและปฏิบัติมาตลอด และเป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศของไทยด้วย

ประเด็นที่สาม เป็นเรื่องของการดำเนินการด้านต่างประเทศ ที่ประชุมเมื่อเช้านี้ได้รับรับทราบ เกี่ยวกับการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่นกระทรวงกลาโหม ในช่วงนี้ที่ยังคงเป็นไปตามท่าทีเดิม กล่าวคือความตึงเครียดและประเด็นปัญหาเกี่ยวกับชายแดนในปัจจุบัน ควรที่จะได้รับการแก้ไขตามกลไกทวิภาคีที่มีอยู่ระหว่างกันสองฝ่าย ซึ่งรวมไปถึงคณะกรรมการเขตแดนรวม JBC ซึ่งก่อนหน้านี้มีน้องพี่น้องประชาชนได้ถามคำถามมาทางช่องทางเฟซบุ๊กว่าจะมีประชุมเมื่อไหร่ ก็ขอยืนยันว่าสำหรับ JBC จะมีประชุมร่วมกันในเดือนกันยายนที่จะมาถึงนี้ ส่วนกลไกอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องก็คือคณะกรรมการชายแดนทั่วไป GBC และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค RBC ตลอดจนเวทีทวิภาคีอื่นๆ ซึ่งเป็นท่าทีที่ทางกระทรวงการต่างประเทศก็ได้ชี้แจงกับหลายหลายประเทศที่ตอนนี้กำลังติดตามสถานการณ์และประเด็นความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา โดยโฆษกกระทรวงต่างประเทศจะรวมประเด็นนี้ประเด็นเรื่องสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทยกัมพูชาตามแนวชายแดนในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ซึ่งจะเกิดขึ้นพรุ่งนี้ (3 ก.ค.) เวลา 14.00 น.

สุดท้ายนี้ อย่างเช่นที่ฝากกับพี่น้องประชาชนทุกครั้ง ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนระมัดระวังการเผยแพร่ข้อมูลหรือเนื้อหาที่อาจปลุกระดม ไม่ว่าจะเป็นข่าวปลอมหรืออาจจะเป็นเนื้อหาที่อาจมีจุดประสงค์เพื่อปลุกระดมที่เราค้นพบอยู่ในทางสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งนี้เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด และความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดประเด็นเพิ่มเติม ในขณะเดียวกันตามที่ปรากฏในรายงานของสื่อกัมพูชา เกี่ยวกับบุคคลในประเทศไทยที่แสดงความคิดเห็นสถานการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ไทยกัมพูชา

ฝ่ายไทยขอย้ำว่าไทยยึดถือหลักการสิทธิเสรีภาพในการแสดงคิดเห็นความคิดเห็น บนพื้นฐานของหลักประชาธิปไตย โดยบบุคคลต่างๆในสังคมไทยย่อมสามารถแสดงความคิดเห็นได้เท่าที่อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย และเป็นไปอย่างสันติ และหากมีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นก็ย่อมต้องรับผิดชอบต่อการแสดงออกนั้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศบ.ทก. ยังทำงานต่อเนื่องแม้เปลี่ยนครม. ยันประชุม JBC จัดเดือนก.ย.นี้ มุ่งแก้ไขด้วยทวิภาคี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...