โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘THE COFFEE CLUB’ ไตรมาสแรกกำไรสดใส! แต่ไม่อยากเป็นแค่ร้านกาแฟ เดินหน้าปั้นโมเดล Learning Cafe รับเทรนด์คนรุ่นใหม่

THE STANDARD

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 12.09 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 12.09 น. • thestandard.co
‘THE COFFEE CLUB’ ไตรมาสแรกกำไรสดใส! แต่ไม่อยากเป็นแค่ร้านกาแฟ เดินหน้าปั้นโมเดล Learning Cafe รับเทรนด์คนรุ่นใหม่

ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วมาก บรรดาร้านกาแฟจะต้องไม่ใช่แค่ที่ขายกาแฟอีกต่อไป แต่ต้องปรับตัวให้เป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์และไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ ถึงจะทำให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตได้ระยะยาว

เช่นเดียวกับ THE COFFEE CLUB ในช่วงไตรมาสแรกของปี ผลประกอบการทั้งรายได้และกำไรเติบโตขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าการปรับตัวทั้งในแง่ของการออกเมนูควบคู่กับการเสริมประสบการณ์ใหม่ๆ รวมถึงการขยายฐานสมาชิกผ่านแอปพลิเคชันนั้นประสบความสำเร็จ ทำให้ปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้าคนไทยเพิ่มขึ้นกว่า 40% ตามที่ตั้งเป้าไว้

นงชนก สถานานนท์ ผู้จัดการทั่วไป THE COFFEE CLUB ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เอ็มเอฟ คาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองต์ จำกัด กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมาร้านได้รับกำไรเพิ่มขึ้น อยู่ราวๆ 25 ล้านบาท ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างมาก ส่วนรายได้เกือบแตะที่ 800 ล้านบาท ถือว่าส่งสัญญาณที่ดีและในปี 2568 ตั้งเป้าสร้างการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

แล้วอะไรคือกุญแจสำคัญที่จะทำให้แบรนด์เติบโตได้มากขึ้น ต้องบอกว่าวันนี้ THE COFFEE CLUB เป็นแบรนด์แตกต่างจากคาเฟ่อื่น ซึ่งมีทั้งขายเครื่องดื่มและอาหารสุขภาพไว้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

ถึงแม้ปัจจุบันเศรษฐกิจภายในประเทศจะไม่ค่อยดี จนทำให้ผู้คนอาจมาทานอาหารนอกบ้านได้ไม่บ่อยเหมือนอดีต แต่หลังจากที่ร้านได้ปรับเป็นโมเดลคาเฟ่ ประเดิมที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากทราฟฟิกที่เพิ่มขึ้นถือว่าประสบความสำเร็จมาก

จากนั้นจึงได้ต่อยอดนำโมเดลคาเฟ่ มาปรับใช้ในสาขาสามย่านมิตรทาวน์ ซึ่งเห็นจากอินไซต์ที่แบรนด์เก็บรวบรวมมา พบว่าสาขานี้อยู่ในพื้นที่ใกล้มหาวิทยาลัยและโรงพยาบาล จะมีนักศึกษาจะเข้ามาใช้บริการและนั่งอ่านหนังสือกันค่อนข้างมาก

โดยจากเดิมแล้ว 1 โต๊ะอาจนั่งได้แค่ 1-2 คน แต่ร้านได้ปรับเป็นคอนเซปต์ Learning Cafe เติมเต็มพื้นที่ Co-Living & Education Space จะมีมุมให้เลือกนั่งได้คนเดียว ควบคู่กับปรับโทนร้านให้สดใส ดีไซน์โมเดิร์นที่สะท้อนตัวตนของกลุ่ม Gen Z และ First Jobber ได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ตั้งเป้าให้สาขานี้เป็นแลนด์มาร์กคาเฟ่ของคนรุ่นใหม่ และในช่วงเวลาเดียวกันได้เปิดตัว 7 เมนูสุขภาพใหม่ ได้แก่ Dragon Kiss Guava Party Wake Me Orange และ Mayongchid Magic รวมถึงเมนูเฮลตี้โบวล์อีก 3 เมนู

นอกจากการเดินหน้าปรับภาพลักษณ์แบรนด์แล้ว ในครึ่งปีหลังได้ใช้งบลงทุน 60 ล้านบาท เตรียมรีโนเวตร้าน 10 สาขาทั้งในกรุงเทพฯและเมืองท่องเที่ยว ควบคู่กับการหาพื้นที่ศักยภาพเพื่อขยายสาขาใหม่ โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต

นงชนก กล่าวต่อไปว่า นโยบายของแบรนด์จะเน้นเปิดใกล้ออฟฟิศ และใกล้โรงพยาบาล ซึ่งนับเป็นความพยายามจะทำให้คนไทยรู้จักแบรนด์เรามากขึ้น ส่วนสาขาที่เปิดในแหล่งท่องเที่ยวจะเน้นเปิดที่โรงแรมเป็นหลัก

จริงๆ แล้วการที่บริษัทเน้นเปิดร้านในแหล่งท่องเที่ยวและเน้นขายอาหารเช้าทำให้ได้รับอานิสงส์จากโรงแรมระดับ 3-4 ดาวที่อยู่บริเวณรอบๆ ซึ่งโรงแรมบางแห่งอาจไม่มีอาหารเช้า เช่น สาขาที่อยู่หาดกะรน จังหวัดภูเก็ต ทำให้นักท่องเที่ยวที่พักอยู่ในโรงแรมเข้ามาใช้บริการที่ร้านและสร้างยอดขายได้ดี

เรียกได้ว่ากลยุทธ์ทั้งหมดนี้จะช่วยผลักดันให้ THE COFFEE CLUB สามารถบาลานซ์กลุ่มลูกค้าทั้งต่างชาติและคนไทยได้ โดยปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าคนไทยอยู่ที่ 40% และต่างชาติ 60%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...