โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘พิชัย’ สั่งล้างบางสินค้าผิดกฎหมาย ปราบธุรกิจนอมินี ปรับปรุงกฎหมาย

The Reporters

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 09.17 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 09.17 น.

‘พิชัย’ สั่งล้างบางสินค้าผิดกฎหมายกว่า 57,739 คดี-ปราบธุรกิจนอมินี ลุยตรวจนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง 46,918 ราย ปรับปรุงกฎหมาย เพิ่มความผิดฐาน ‘นอมินี’ ใน พ.ร.บ.ฟอกเงิน เปิดทางยึด-ริบทรัพย์ บริษัทที่กระทำผิด

วันนี้ (16 มิ.ย. 68) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ประชุมเร่งรัดการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาสินค้าไร้คุณภาพและธุรกิจต่างชาติที่ฝ่าฝืนกฎหมายไทย ปกป้องผู้ประกอบการและผู้บริโภคไทย

นายพิชัย เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้มุ่งติดตามความคืบหน้าการดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี พร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรคจากหน่วยงานต่างๆ โดยเน้น 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การบังคับใช้กฎหมายกับแพลตฟอร์ม e-Commerce การเข้มงวดในการตรวจสอบคุณภาพสินค้านำเข้า โดยเฉพาะในเขต Free Zone การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อตรวจสอบการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า และการปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับการขนถ่ายสินค้า

ข้อมูลเดือนกันยายน 2567 ถึงพฤษภาคม 2568 แสดงให้เห็นว่า หน่วยงานภายใต้คณะกรรมการฯ ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับสินค้าผิดกฎหมาย 57,739 คดี รวมมูลค่ากว่า 2,287 ล้านบาท จัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าที่มีมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ได้ 1,875 ล้านบาท และดำเนินการ Notice and Takedown ลบสินค้าผิดกฎหมายออกจากแพลตฟอร์มออนไลน์กว่า 14,976 รายการ ปราบปรามธุรกิจนอมินี 861 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 15,296 ล้านบาท

นายพิชัย ระบุว่า เพื่อป้องกันการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าและการบิดเบือนข้อมูลการนำเข้า ได้สั่งการให้กรมการค้าต่างประเทศร่วมกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม พัฒนาระบบตรวจสอบและเชื่อมโยงข้อมูลสินค้านำเข้า โดยสำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างเสนอร่างแก้ไขกฎหมายฟอกเงิน เพื่อให้การประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมายเป็นความผิดมูลฐาน และสำนักงาน ป.ย.ป. หารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางปรับปรุงกฎหมายของแต่ละหน่วยงาน และกรมศุลกากรอยู่ระหว่างพิจารณาปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ Transshipment เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ

กระทรวงพาณิชย์ยังร่วมกับกระทรวงมหาดไทยลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับการถือครองที่ดินของคนต่างด้าว และจัดตั้งคณะทำงานระดับจังหวัด โดยกระทรวงมหาดไทยมีหนังสือแจ้งสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศตั้งคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจที่ฝ่าฝืนกฎหมายภายในวันที่ 18 มิถุนายน 2568 เพื่อตรวจสอบสืบสวน สอบสวน จับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด

ที่ประชุมฯ มีมติให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกำกับติดตามการตรวจนอมินีในทุกจังหวัดที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าตรวจสอบเชิงรุก ปูพรมทั่วประเทศ ซึ่งมีนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่อาจมีลักษณะนอมินี 46,918 ราย เน้นหนักที่ จ.ชลบุรี กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต และสุราษฎร์ธานี

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การตรวจสอบธุรกิจนอมินี ได้ตรวจสอบบริษัทที่มีชาวต่างชาติเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 0.0001–49.99% ทั่วประเทศ รวม 46,918 ราย มีการตั้งคณะทำงานระดับจังหวัดพร้อมกำหนดไทม์ไลน์อย่างชัดเจน คาดว่าจะตรวจสอบแล้วเสร็จทั้งหมดภายใน 1 ปี โดยช่วง 6 เดือนแรกสามารถดำเนินการครอบคลุม 69 จังหวัด ส่วนอีก 7 จังหวัดที่มีจำนวนบริษัทมาก จะมีทีมจากส่วนกลางลงไปสนับสนุน

การป้องกัน รัฐบาลมีแผนปรับปรุงกฎหมายโดยเสนอให้เพิ่มความผิดฐาน “นอมินี” เข้าไปเป็นหนึ่งในความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เปิดทางให้ยึดหรือริบทรัพย์สินของบริษัทที่กระทำผิด ขณะนี้ร่างกฎหมายได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และจะเร่งผลักดันให้ ครม. มีมติส่งต่อร่างกฎหมายเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สามารถพิจารณาได้ทั้ง 3 วาระรวด โดยใช้กลไกของกรรมาธิการและการประสานงานกับหน่วยงาน ผลักดันให้กฎหมายฉบับนี้ออกโดยเร็ว คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...