โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

Spotlight: ประเทศไทยเกิดอะไรขึ้นบ้างในสัปดาห์นี้ [7 ก.ค.- 11 ก.ค. 68]

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 08.56 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 08.56 น.
ภาพไฮไลต์

สัปดาห์นี้มีข่าวคราวสำคัญมากมายที่น่าจับตา เมื่อในที่สุดรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายจะเปิดให้ยืนยันสิทธิ์ผ่านแอปทางรัฐภายในสิงหาคมนี้ และจะเริ่มโครงการในวันที่ 1 ตุลาคม 2568

ขณะที่ฝั่งการเมืองก็กำลังถกเถียงกันอย่างร้อนแรง หลังจาก สภาฯ ถอนร่างเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพลกซ์ออกจากวาระการประชุมสภาฯ และเริ่มการถกประเด็นนิรโทษกรรมประชาชน แต่ยังไม่โหวตเพราะปิดประชุมก่อน และเลื่อนถกต่อในนัดประชุมวันที่ 16 กรกฎาคม 2568

ส่วนด้านเศรษฐกิจไทยที่มีคณะผู้แทนร่วมประชุม BRICS ในฐานะประเทศหุ้นส่วน ไปเมื่อวันที่ 6 - 7 กรกฎาคม 2568 เพียงไม่กี่วันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศย้ำ สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้า 10% จากประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS ในเร็ว ๆ นี้

แต่ท่ามกลางสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง ยังมีเรื่องน่ายินดีมากมาย เช่น โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ผลิตยายับยั้งมะเร็งครั้งแรกในไทย ‘อิมครานิบ 100’, ‘เติ้น’ เยาวชนไทยคนแรก คว้าแชมป์การแข่งขัน FIA Formula 3 Sprint Race ที่อังกฤษ และรอยเท้า‘หมูเด้ง’ ฉลองวันเกิดครบ 1 ขวบ ถูกประมูล 7 แสนบาท ไทยรัฐพลัสรวบรวมประเด็นน่าสนใจตลอดสัปดาห์มาไว้ที่นี่แล้ว

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายเริ่ม 1 ต.ค.68 ยืนยันสิทธิ์ผ่านแอปทางรัฐภายในสิงหาคมนี้

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสายในราคาไม่เกิน 20 บาทตลอดสาย ตามนโยบายของรัฐบาลที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ที่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดราคาค่าครองชีพให้กับประชาชน เช่น การปรับราคาค่าครองชีพ ค่าสาธารณูปโภค และค่าพลังงานต่างๆ

แต่เนื่องด้วยผู้ให้บริการรถไฟฟ้าในปัจจุบันมีรูปแบบสัญญาสัมปทานและสัญญาจ้างเดินรถที่มีข้อกำหนดหรือเงื่อนไขทางธุรกิจแตกต่างกัน จึงกำหนดให้ประชาชนลงทะเบียนตามเงื่อนไขที่กำหนดบนแอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ เพื่อรองรับการใช้งานตามนโยบาย

โดยมีเงื่อนไขการลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวบุคคลที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น โดยระบุเลขที่บัตรประชาชน 13 หลัก และสามารถใช้ผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรโดยสาร (Rabbit Card ที่เคยลงทะเบียนไว้) ที่จะใช้งานกับระบบรถไฟฟ้าผ่านแอปฯ ทางรัฐ ซึ่งบัตรที่ได้รับการยืนยันการลงทะเบียนจะได้สิทธิโดยอัตโนมัติ ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ค่าโดยสาร 20 บาทภายในช่วงเดือนสิงหาคม 2568

เมื่อใช้งานหลังจากเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 จะครอบคลุมทั้งโครงข่ายรถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดิน ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประกอบไปด้วย รถไฟฟ้าสายสีเขียว, สายสีทอง, สายสีเหลือง, สายสีชมพู, สายสีน้ำเงิน, สายสีม่วง, สายสีแดง และสายแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL)

ทั้งนี้ การใช้บริการรูปแบบบัตร Rabbit Card (บัตรเติมเงิน) จะใช้ได้กับสายสีเขียว, สีทอง, สีเหลือง, สีชมพู ขณะที่บัตร EMV Contactless (หรือบัตรเครดิต Visa/Mastercard) สามารถใช้กับ 6 สาย คือ สายสีแดง, สีน้ำเงิน, สีม่วง, สีชมพู, สีเหลือง, ARL (ไม่รวมสีทองและสีเขียว) โดยในอนาคตจะมีการเปิดระบบสแกน QR Code ในมือถือแทนการใช้บัตร เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชน

สภาฯ ถก ‘นิรโทษกรรมประชาชน’ ปิดประชุมโดยยังไม่ลงมติ จับตาต่อ 16 ก.ค.

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีวาระพิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรม 5 ฉบับ แต่หลังอภิปรายไปได้ระยะหนึ่ง พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง และสส.พรรคเพื่อไทยสั่งปิดประชุมสภาในเวลา 17.09 น. ทั้งที่การอภิปรายยังไม่เสร็จสิ้นและยังไม่มีการลงมติ เลื่อนไปนัดถกร่างกฎหมายนิรโทษกรรมต่อในวันที่ 16 กรกฎาคม 2568

สำหรับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมประชาชนที่ภาคประชาชนเสนอ มีพูนสุข พูนสุขเจริญ ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้จัดการฝ่ายวิจัยกฎหมาย ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (TLHR) ธนพัฒน์ กาเพ็ง-เบนจา อะปัญ ผู้ถูกดำเนินคดีทางการเมือง และยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการ iLaw เป็นผู้แทนเข้ามาชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีสาระสำคัญในการนิรโทษกรรมคดีตามฐานความผิดในมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา และคดีฐานความผิดอื่นในช่วงการรัฐประหารปี 2557

ขณะที่ร่างฉบับ สส.พรรคประชาชน (เสนอขณะยังเป็นพรรคก้าวไกล) รังสิมันต์ โรม สส. ชี้แจงแทนชัยธวัช ตุลาธน ผู้เสนอร่างที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองไปจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรคก้าวไกล เน้นย้ำจุดยืนไม่นิรโทษกรรมให้เจ้าหน้าที่รัฐผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชน และความผิดในฐานกบฏ

ส่วนร่างพรรคการเมืองอื่นๆ ได้แก่ รวมไทยสร้างชาติ ครูไทยเพื่อประชาชนและภูมิใจไทย มีแนวทางชัดเจนว่าจะไม่นิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 แต่นิรโทษกรรมให้กับเจ้าหน้าที่รัฐและผู้มีความผิดในฐานกบฏ

จนกระทั่งเมื่อเวลา 17.00 น. ขณะที่ธนพัฒน์ กาเพ็ง และเบนจา อะปัญ นักกิจกรรมทางการเมืองลุกขึ้นชี้แจง พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภา คนที่หนึ่ง และ สส.พรรคเพื่อไทยสั่งปิดประชุมในเวลา 17.09 น. โดยยังไม่มีการลงมติและเลื่อนไปถกต่อในวันที่ 16 กรกฎาคม 2568

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ผลิตยายับยั้งมะเร็งครั้งแรกในไทย ‘อิมครานิบ 100’ พร้อมรักษาผู้ป่วยมะเร็ง

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ประกาศความสำเร็จในการผลิตยาเม็ดรักษามะเร็งชนิดมุ่งเป้าตำรับแรกของประเทศไทย ‘อิมครานิบ 100’ (IMCRANIB 100) ซึ่งมีตัวยาสำคัญคืออิมาทินิบ (Imatinib) ขนาด 100 มิลลิกรัม โดยได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาอย่างเป็นทางการจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 และพร้อมสำหรับการนำไปใช้กับผู้ป่วยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป

ยาดังกล่าวอยู่ในกลุ่มยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) ที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ไทโรซีนไคเนส (Tyrosine Kinase Inhibitors) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการหยุดการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ทำให้ควบคุมโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมลดผลข้างเคียงที่มักเกิดขึ้นจากเคมีบำบัดแบบเดิม ยานี้สามารถใช้รักษามะเร็งได้หลายประเภท เช่น

  • มะเร็งเม็ดเลือดขาวเรื้อรังชนิดซีเอ็มแอล (CML)
  • มะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันชนิดฟิลาเดลเฟียบวก
  • มะเร็งเนื้อเยื่อในระบบทางเดินอาหาร (GIST)
  • มะเร็งผิวหนังชนิดหายาก (DFSP)

แม้ตัวยาอิมาทินิบจะมีอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ และสามารถเบิกจากกองทุนสุขภาพในหลายข้อบ่งชี้ได้อยู่แล้ว แต่ยังมีข้อจำกัดในบางระยะของโรคหรือบางประเภทของโรคที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้อย่างครอบคลุม การผลิตยานี้ได้เองในประเทศจึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยขยายขอบเขตการเข้าถึงยาให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มโอกาสในการควบคุมโรคให้กับผู้ป่วยในระยะยาว

โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ซึ่งมีศูนย์มะเร็งวิทยาเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง ได้นำร่องการใช้อิมครานิบ 100 อย่างเป็นระบบ โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์กับศักยภาพการผลิตยาคุณภาพสูงภายในประเทศ พร้อมระบบบริการด้านยา การติดตามผลลัพธ์ทางคลินิก และการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดของแพทย์ เภสัชกร และทีมสนับสนุน

นอกจากจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญด้านการเข้าถึงยา การผลิตยานี้ยังเป็นการเสริมสร้างศักยภาพในประเทศ ทั้งในด้านการพัฒนาตำรับ การควบคุมคุณภาพ การประกันคุณภาพ และการขึ้นทะเบียนตำรับยา ซึ่งจะช่วยวางรากฐานสำหรับการพัฒนายารักษามะเร็งตำรับอื่นๆ ในอนาคต และส่งเสริมความมั่นคงทางยาของประเทศไทยในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม บทบาทเชิงนโยบายของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ซึ่งทรงกำกับดูแลโรงพยาบาลและราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้แนวคิดเรื่องการผลิตยามะเร็งในประเทศเป็นจริงขึ้นมา โดยมุ่งให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมแก่ผู้ป่วยและระบบสาธารณสุขไทยโดยรวม

สภาฯ ถอนร่างเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพลกซ์

ที่ประชุมสภาฯ ลงมติให้ถอนร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ออกจากวาระการประชุมสภาฯ ด้วยคะแนนเห็นชอบ 253 เสียงและไม่เห็นชอบ 65 เสียง

หลังจากวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 ครม. เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ครม. พิจารณาอนุมัติให้ถอนร่าง พ.ร.บ. เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ออกจากการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยกระทรวงการคลังเสนอถอนร่าง เนื่องจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี และมีการแต่งตั้งรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ประกอบกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับภาคสังคม จึงเห็นสมควรถอนร่าง พ.ร.บ. ในเรื่องนี้ออกจากการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร

แต่การถอนร่างครั้งนี้มีข้อถกเถียงในสภาฯ ถึงเหตุผลและความจำเป็นในการถอนร่างฉบับนี้ เนื่องจากเหตุผลการถอนที่ชี้แจงโดยจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังนั้นยังไม่เพียงพอ

โดยณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนตั้งข้อสงสัยว่ารัฐบาลต้องการไปพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบ ให้ประชาชนมีโอกาสวิพากษ์วิจารณ์มากยิ่งขึ้น หรือถอนร่างออกไปเพราะกลัวจะถูกคว่ำในสภาฯ กันแน่

‘เติ้น’ เยาวชนไทยคนแรก คว้าแชมป์การแข่งขัน FIA Formula 3 Sprint Race ที่อังกฤษ

ประเทศไทยได้รับข่าวดีในวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก เมื่อ ‘เติ้น-ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์’ นักแข่งรถดาวรุ่งชาวไทยวัย 18 ปี สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์การแข่งขัน FIA Formula 3 Sprint Race ณ สนาม ซิลเวอร์สโตน เซอร์กิต ประเทศอังกฤษ

กลายเป็นนักแข่งชาวไทยคนแรกที่ขึ้นโพเดียมในฐานะแชมป์รุ่น FIA F3 พร้อมธงชาติไทยที่โบกสะบัดในพิธีมอบรางวัล

ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย และยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนไทยในการแข่งขันบนเวทีระดับโลก โดยรุ่น FIA Formula 3 ถือเป็นหนึ่งในเวทีการแข่งที่สำคัญที่สุดของนักแข่งรุ่นเยาว์ก่อนจะก้าวเข้าสู่การแข่งขัน Formula 1

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของทัศนพล พร้อมยกย่องความมุ่งมั่น ทุ่มเท และฝีมืออันยอดเยี่ยมที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ โดยกระทรวงฯ ระบุว่า ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจของชาติ แต่ยังเป็นการผลักดัน soft power ด้านกีฬาของไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในเวทีสากล

ทัศนพล นับเป็นความหวังใหม่ของวงการแข่งรถไทย ที่กำลังได้รับการจับตามองอย่างมากจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ หลังจากแสดงศักยภาพอันโดดเด่นในสนามแข่งขันระดับโลก

ไทยเข้าร่วมประชุม BRICS ก่อนทรัมป์ประกาศจะเก็บภาษีสมาชิก BRICS เพิ่มอีก 10%

จากที่จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมผู้นำกลุ่ม BRICS ครั้งที่ 17 ระหว่างวันที่ 6 - 7 กรกฎาคม 2568 ณ นครรีโอเดจาเนโร สหพันธ์สาธารณรัฐบราซิล เพื่อสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเงิน การส่งเสริมความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ ด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน

BRICS เป็นกรอบความร่วมมือพหุภาคีระหว่างประเทศกำลังพัฒนาหรือกลุ่มประเทศโลกใต้ที่มีศักยภาพและครอบคลุมประชากรเกือบครึ่งหนึ่งของโลก ปัจจุบันมีสมาชิก 10 ประเทศ ได้แก่ บราซิล,รัสเซีย,อินเดีย, จีน, แอฟริกาใต้, เอธิโอเปีย,สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์,อียิปต์,อิหร่าน,อินโดนีเซีย และมีประเทศหุ้นส่วน 10 ประเทศจากภูมิภาคต่าง ๆ ที่หลากหลาย โดยประเทศไทยเริ่มมีส่วนร่วมใน BRICS มาตั้งแต่ปี 2560 แม้ความจริงไทยจะเคยยื่นขอเป็นสมาชิกในปี 2567 แต่ปัจจุบันไทยยังได้รับฐานะเป็นประเทศหุ้นส่วนอย่างเป็นทางการเมื่อ 1 มกราคม 2568

แต่การเข้าร่วม BRICS อาจส่งผลให้ไทยเผชิญกับการเก็บภาษีของสหรัฐอเมริกาเพิ่ม หลังจากเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2568 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศย้ำ สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้า 10% จากประเทศสมาชิกกลุ่ม BRICS ในเร็ว ๆ นี้สร้างความไม่พอใจให้แก่ หลุยซ์ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ผู้นำบราซิล ซึ่งเพิ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม

โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบขาวว่า "ใครก็ตามที่อยู่ในกลุ่ม BRICS กำลังจะถูกเรียกเก็บภาษี 10% ในเร็วๆ นี้ และถ้าเป็นสมาชิก BRICS ก็ต้องจ่าย 10% และพวกเขาจะไม่เป็นสมาชิกอีกนานหรอก”

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังไม่ได้กำหนดวันแน่ชัดสำหรับการเริ่มเก็บภาษีดังกล่าว โดยเมื่อวันจันทร์ มีแหล่งข่าวใกล้ชิดรัฐบาลทรัมป์เปิดเผยว่า การเก็บภาษีจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อประเทศใน BRICS ดำเนินนโยบายที่ต่อต้านสหรัฐฯ เท่านั้น โดยจะพิจารณาจากการกระทำจริง มากกว่าคำแถลงแบบในที่ประชุมดังกล่าว

แม้ประเทศไทยจะถือว่ายังไม่เป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS อย่างเป็นทางการ แต่เป็นเพียงประเทศหุ้นส่วนเท่านั้น แต่สถานการณ์การเจรจาภาษีของไทยและสหรัฐฯ ที่ยังตกลงไม่ได้อาจทำให้ไทยเสียเปรียบมากขึ้น

รอยเท้า ‘หมูเด้ง’ ฉลองวันเกิดครบ 1 ขวบ ถูกประมูล 7 แสนบาท

วันที่ 10 กรกฎาคม 2568 สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ร่วมกับองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย จัดงาน ‘Happy เด้ง Day’ อย่างยิ่งใหญ่ในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบ 1 ปี ของ ‘หมูเด้ง’ ฮิปโปโปเตมัสแคระขวัญใจทั่วโลก ที่สร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติให้กับสวนสัตว์เปิดเขาเขียวอย่างต่อเนื่อง

ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย โดยหนึ่งในนั้นคือกิจกรรมประมูลของที่ระลึกจากสิ่งของเกี่ยวกับหมูเด้งที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก เช่น กะละมังใบโปรด, รอยเท้า และภาพแรกเกิดของหมูเด้ง โดยรายได้จากการประมูลจะนำไปใช้ในการดูแลสัตว์ภายในสวนสัตว์

โดยการประมูลของหมูเด้ง มีผู้ชนะประมูลอย่างเป็นทางการดังนี้

กะละมังใบโปรด : บริษัท NAREE ประมูลในราคา 50,000 บาท

ภาพแรกเกิดของหมูเด้ง : แจ๊ค แฟนฉัน ประมูลในราคา 16,000 บาท

รอยเท้าหมูเด้ง : บริษัท NAREE ประมูลในราคา 700,000 บาท

สื่อต่างชาติมากมายยังเขียนถึงวันเกิดของหมูเด้งถึงความโด่งดังของฮิปโปแคระที่สร้างชื่อเสียงให้กับสวนสัตว์และทำให้เศรษฐกิจชุมชนกลับมาคึกคัก เช่น The New York Times, AP หรือ Reuters

อ้างอิง:thaipbs.or.th, การท่องเที่ยวและกีฬา, ilaw.or.th, mfa.go.th

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...