โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คอนเสิร์ต BLACKPINK จุดกระแสอีเวนต์ไร้ขยะด้วยน้ำดื่มรักษ์โลก

PostToday

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 22.22 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 05.10 น.

หลังจากห่างหายจากเวทีรวมตัวกันมาพักใหญ่ การกลับมาของทั้ง 4 สาว BLACKPINK บนเวทีคอนเสิร์ต BLACKPINK WORLD TOUR IN GOYANG ที่สนามกีฬาโกยาง ประเทศเกาหลีใต้ ไม่ได้สร้างแค่ความตื่นเต้นให้ Blink ทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมใหม่ให้กับวงการ K-pop และอุตสาหกรรมอีเวนต์ในประเด็นที่หลายคนอาจนึกไม่ถึงนั่นคือเรื่อง สิ่งแวดล้อม

หนึ่งในไฮไลต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ไม่ใช่เพียงโชว์สุดอลังการ แต่คือการเปิดตัวน้ำดื่มรักษ์โลก“BLACKPINK WATER” ซึ่งบรรจุอยู่ในกล่องสีชมพู-ดำดีไซน์เฉพาะ ขนาด 330 มล. ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง เต็ดตรา แพ้ค ประเทศเกาหลี และ YG Entertainment ถือเป็นครั้งแรกของวงการ K-pop ที่น้ำดื่มภายในคอนเสิร์ตเปลี่ยนจากขวดพลาสติกมาเป็นบรรจุภัณฑ์แบบยั่งยืน

ทั้งนี้ BLACKPINK ไม่ใช่แค่ศิลปินที่มีผลงานระดับโลก แต่ยังสวมบทบาท “Green Ambassador” ที่ทรงพลัง โดยเฉพาะ จีซู และ โรเซ่ ที่มักส่งเสียงผ่านโซเชียลมีเดียสนับสนุนประเด็นโลกร้อน, การใช้แฟชั่นรักษ์โลก ไปจนถึงแคมเปญวัน Earth Day การมี BLACKPINK WATER ในคอนเสิร์ตครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ ‘ของที่ระลึก’ แต่คือการสื่อสารเชิงสัญลักษณ์ ว่าความยั่งยืนควรเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ ที่จับต้องได้

  • บูธรีไซเคิลในงาน BLACKPINK: เล็กแต่ทรงพลัง

นอกจากนี้ ในคอนเสิร์ตที่โกยาง กลุ่มเต็ดตรา แพ้คยังตั้งบูธ “Be a BLINK, Make the Right Move” เพื่อสอนการรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม และวางจุดทิ้งกล่องรีไซเคิลไว้ถึง 21 จุดทั่วงาน เปลี่ยนกล่องน้ำที่เคยทิ้งเปล่า ๆ ให้กลายเป็นกระดาษทิชชู่ได้จริง

  • เมื่อความบันเทิงกลายเป็นภาระของโลก

อย่างไรก็ตาม เสียงดนตรี แสงไฟ และความตื่นเต้นจากแฟนคลับหลายหมื่นคนคือภาพจำของคอนเสิร์ตยักษ์ทั่วโลก แต่เบื้องหลังความสุขแบบชั่วข้ามคืน เหล่านี้กลับหลงเหลือ “รอยเท้าคาร์บอน” ที่ยากลบเลือน

  • คอนเสิร์ตหนึ่งรอบ = คาร์บอนหลายแสนตัน

งานวิจัยจาก Tyndall Centre for Climate Research ระบุว่า อุตสาหกรรมคอนเสิร์ตและโชว์สดทั่วโลกก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 405,000 ตัน/ปี โดยต้นตอหลักมาจากแหล่งพลังงาน ระบบแสง-เสียง การเดินทางของผู้ชม และขยะมหาศาล

ลองนึกถึงเทศกาลระดับโลกอย่าง Glastonbury ที่มีผู้ร่วมงานเกิน 200,000 คน สร้างขยะกว่า 2,000 ตัน ภายในไม่กี่วัน หรือ Coachella ที่แม้จะเป็นสัญลักษณ์ของความมันในแคลิฟอร์เนีย แต่ก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “เทศกาลที่สร้างมลพิษมากที่สุดในโลก” ด้วยขยะกว่า 1,600 ตัน/ปี และรีไซเคิลได้เพียง 20%

ปัญหาใหญ่ของคอนเสิร์ตไม่ใช่แค่ขยะ แต่คือ การเดินทางมากถึง 70% ของมลพิษจากงานดนตรีในอังกฤษ มาจากการเดินทางของผู้ชม

  • Coldplay ต้นแบบนำร่องทัวร์ยั่งยืน

ในขณะที่บางศิลปินยังสับสนว่า “คอนเสิร์ตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ต้องหน้าตาแบบไหน วงดนตรีอังกฤษอย่าง Coldplay กลับพิสูจน์ว่าเรื่องนี้ ทำได้จริง โดยเป็นกลุ่มศิลปินแรก ๆ ที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมระหว่างทัวร์ทั่วโลก

ทัวร์ “Music of the Spheres” ของพวกเขามีเป้าหมายลดคาร์บอนลง 50% จากทัวร์ครั้งก่อน

ไม่ใช้พลาสติก ใช้พลังงานหมุนเวียน 100% ติดตั้งพื้นเวทีที่เปลี่ยนแรงสั่นของแฟนคลับเป็นพลังงานไฟฟ้า และใช้เสื้อผ้าที่ผลิตจากขวดรีไซเคิล

ไม่ใช่แค่วิสัยทัศน์ แต่ยังโปร่งใสผ่าน “รายงานความยั่งยืน” ที่จัดทำร่วมกับนักวิจัยจาก MIT วัดผลกระทบในทุกมิติ และรายงานสู่สาธารณะ

กรณีของ Taylor Swift ในทัวร์ The Eras Tour ทั่ว 5 ทวีป ในปีก่อน ก็ถูกจับตาในมิติด้านสิ่งแวดล้อมเช่นกัน แค่ในปีเดียว (2024) การเดินทางด้วยเครื่องบินเจ็ตของเธอเพียงลำเดียวปล่อย CO₂ มากกว่า 511,000 กิโลกรัม เทียบเท่ารถยนต์ใช้น้ำมัน 122 คันตลอดทั้งปี

ยังไม่นับรวมการขนส่งเวที อุปกรณ์ แฟนคลับที่บินข้ามทวีป รวมถึงของที่ระลึกพลาสติกใช้ครั้งเดียว เช่น สายรัดข้อมือ LED

แม้ทีมงานจะพยายามชดเชยผ่านการซื้อเครดิตคาร์บอนเกินสองเท่า แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ไม่ใช่เครดิตคาร์บอนทุกประเภทจะมีคุณภาพเท่ากัน หลายโครงการเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษโดยไร้ผลจริงในโลกธรรมชาติ

ทั้งนี้ แฟน ๆ ที่เคยไปงานคอนเสิร์ต คงคุ้นตากับ “กองขยะ” ที่ก่อตัวหลังเวทีจบ แต่แนวคิดเล็ก ๆ แบบนี้ กำลังเปลี่ยนโลกของอีเวนต์ให้ยั่งยืนขึ้นทีละก้าว

Source : https://sustainabilitymag.com/articles/the-environmental-impact-of-taylor-swifts-eras-tour

https://impakter.com/how-sustainable-is-coachella/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...