โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อนุสรณ์ ชงมาตรการพุ่งเป้าศก.ฐานราก-สร้างโครงข่ายความปลอดภัย รักษาระดับจ้างงานท่ามกลางโลกผันผวน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 12.30 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 12.30 น.

อนุสรณ์ ชงมาตรการพุ่งเป้าศก.ฐานราก-สร้างโครงข่ายความปลอดภัย รักษาระดับจ้างงานท่ามกลางโลกผันผวน

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาทและงบประมาณปี 2569 ต้องมุ่งเป้าไปที่เศรษฐกิจฐานราก กิจการขนาดย่อมและเล็กมากขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ จากปัจจัยภายในและภายนอกมากที่สุด โดยเฉพาะสงครามจากตะวันออกกลางล่าสุด นอกจากนี้ยังมีภาระหนี้ในระดับสูงและใช้เงินทุนสะสมและเงินออมไปจนหมด

ผลกระทบจากสงครามอิสราเอลอิหร่านสร้างแรงกดดันให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว อัตราเงินเฟ้อจะดีดตัวขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นกว่า 7% หลังการโจมตีของอิสราเอล สงครามอิสราเอลอิหร่านอาจดันราคาทองคำในตลาดโลกทะลุ 3,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้งหนึ่ง สงครามระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านจะเป็นปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและราคาพลังงานโลกในระดับไม่ต่างจากสงครามยูเครนรัสเซีย

แนะศก.ไทย-ผู้ประกอบการเตรียมรับมือความผันผวนสงครามตะวันออกกลาง

ดร.อนุสรณ์กล่าวว่า เศรษฐกิจและผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมรับมือความผันผวนนี้ด้วยความระมัดระวัง อัตราเงินเฟ้อจากปัจจัยทางด้านอุปทาน และการชะลอตัวลงอีกของเศรษฐกิจไทยจะสร้างความยากลำบากทางเศรษฐกิจต่อกลุ่มประชาชนฐานรากมากที่สุด การเร่งสร้างโครงข่ายความปลอดภัยของสังคม (Social Safety Net) ให้ครอบคลุม รักษาระดับการจ้างงาน มีความจำเป็นท่ามกลางเศรษฐกิจยุคสงคราม

การสร้างกระแสความเกลียดชังทางด้านเชื้อชาติ อาจทำให้ความขัดแย้งกรณีพิพาทดินแดนไทยกับกัมพูชาลุกลามไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ เพราะต่างพึ่งพาอาศัยกัน การค้าตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาและการท่องเที่ยวได้รับความเสียหายอย่างหนักหากมีการปิดด่านถาวร มูลค่าการส่งออกชายแดนไทยกัมพูชาช่วง 4 เดือนแรกปีนี้อยู่ที่ 50,225 ล้านบาท ปีที่แล้วทั้งปีอยู่ที่ 141,846 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการค้ารวม (ส่งออกและนำเข้า) อยู่ที่ 174,530 ล้านบาท หากความขัดแย้งยืดเยื้อเกิน 1 ปี อาจเริ่มมีการโยกย้ายโรงงานและสถานประกอบการออกจากพื้นที่ชายแดน มีผลกระทบต่อการจ้างงานประชาชนในพื้นที่

เดินหน้าปฏิรูประบบประกันสังคมครอบคลุมทุกกลุ่มแรงงาน

รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจมีความผันผวนสูงเช่นนี้ ประชาชนมีความเสี่ยงในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น เราจำเป็นต้องเดินหน้าปฏิรูประบบประกันสังคมให้สามารถครอบคลุมดูแล “แรงงาน” เพิ่มมากขึ้น การเพิ่มสิทธิประโยชน์ประกันว่างงานที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่เหมาะสม การเร่งสร้างโครงข่ายความปลอดภัยของสังคมให้ครอบคลุมแรงงานนอกระบบ แรงงานอิสระ การขยายฐานสมาชิกผู้ประกันตนยังช่วยให้กองทุนประกันสังคมเข้มแข็งขึ้นอีกด้วย คณะกรรมการประกันสังคมได้เห็นชอบในหลักการในการขยายความคุ้มครองให้แก่ลูกจ้างของกิจการเพาะปลูก ประมง ป่าไม้ เลี้ยงสัตว์ ซึ่งมิได้ใช้ลูกจ้างตลอดปี ขยายความคุ้มครองไปยังลูกจ้างภาคเกษตร ขยายความคุ้มครองให้แก่ลูกจ้างของนายจ้างซึ่งประกอบการค้าแผงลอย ขยายความลูกจ้างของนายจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดา

ซึ่งงานที่ลูกจ้างทำนั้นมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย ขยายความคุ้มครองลูกจ้างที่ทำงานบ้านในครัวเรือน ทางสำนักงานประกันสังคมได้จัดรับฟังความเห็นไปแล้ว ผลออกมาว่ามากกว่า 85% เห็นด้วยกับการขยายความคุ้มครองลูกจ้างที่ไม่ได้อยู่ในบังคับของกฎหมายประกันสังคม ตอนนี้รอขั้นตอนดำเนินการออกพระราชกฤษฎีกา คาดว่าไตรมาสสี่ปีนี้ แรงงานนอกระบบ แรงงานอิสระ แรงงานเกษตร แรงงานทำงานตามบ้าน ต่อไปก็จะได้รับความคุ้มครองและมีสิทธิประโยชน์สวัสดิการพื้นฐาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ได้ยินดีและจะทำให้ประชาชนเหล่านี้สามารถรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจได้ดีขึ้น

ชี้ต้องเพิ่มงบสาธารณสุข-รพ.รัฐให้เพียงพอ

รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวอีกว่า มีความจำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณทางด้านสาธารณสุขให้เพียงพอ โดยเฉพาะควรจัดสรรงบประมาณให้โรงพยาบาลของรัฐจำนวนไม่น้อยที่ประสบปัญหาการขาดทุนอยู่ในขณะนี้ การผลักดันให้เกิดระบบบำนาญถ้วนหน้าสำหรับผู้สูงวัย และระบบสวัสดิการถ้วนหน้าสำหรับเด็กเล็ก เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้พร้อมกับการปฏิรูประบบรายได้ภาครัฐ เพื่อให้สามารถมีแหล่งงบประมาณสนับสนุน การจัดการกองทุนหมุนเวียนนอกงบประมาณต่างๆให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นอีกทางหนึ่งที่จะทำให้รัฐบาลมีเม็ดเงินเพิ่มขึ้นในการดูแลสวัสดิการพื้นฐานให้ประชาชนในยุคเศรษฐกิจโตต่ำ

หากเราวางเป้าหมายต้องการให้ประเทศไทยมีระบบสวัสดิการที่ดีขึ้นย่อมทำได้แต่ต้องมีการปฏิรูประบบการคลังใหม่และต้องปฏิรูประบบราชการให้ทันสมัยเป็นรัฐบาลดิจิทัล ประเทศรัฐสวัสดิการส่วนใหญ่ในยุโรปมักเป็นประเทศที่มีระบบราชการหรือระบบรัฐการที่ใหญ่ ต้องมีระบบราชการและระบบการเมืองที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ ไม่เช่นนั้นแล้วจะกลายเป็นรัฐสวัสดิการที่ล้มเหลวหรือประสบปัญหาความยั่งยืนทางการเงินการคลัง เกิดวิกฤติทางการคลัง นำไปสู่การลดขนาดของระบบราชการและลดสวัสดิการของประชาชนในที่สุด ปรากฎการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในบางประเทศในยุโรปใต้และฝรั่งเศส และเมื่อมีการลดสวัสดิการก็จะเกิดการชุมนุมต่อต้านเกิดความไม่สงบขึ้นมาในสังคม

รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวอีกว่า งานวิจัย ธนาคารโลกชี้ ระบบโครงข่ายความปลอดภัยของสังคมช่วยทำให้ ครอบครัว รับมือภาวะวิกฤติจากปัจจัยต่างๆได้ดีขึ้น ลดความขัดแย้งทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ธนาคารโลกพบว่า การโอนเงินสวัสดิการสังคมให้กลุ่มคนจนที่สุดทั่วโลกสามารถทำให้คนกลุ่มนี้หลุดพ้นจากความยากจนขั้นรุนแรงได้ประมาณ 36% โครงการสวัสดิการสังคม Social Safety Net นี้ทำให้ลดความเหลื่อมล้ำและช่องว่างความยากจนได้ประมาณ 45% ทั่วโลก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อนุสรณ์ ชงมาตรการพุ่งเป้าศก.ฐานราก-สร้างโครงข่ายความปลอดภัย รักษาระดับจ้างงานท่ามกลางโลกผันผวน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...