“ทรัมป์” เปิดเกมใหญ่! Trump Media ได้ไฟเขียวซื้อ Bitcoin ด้วยทุนกว่า $2.3 พันล้าน
“ทรัมป์” เปิดเกมใหญ่! Trump Media ได้ไฟเขียวซื้อ Bitcoin ด้วยทุนกว่า $2.3 พันล้าน
Trump Media and Technology Group (TMTG) บริษัทของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม Truth Social อย่างเป็นทางการ ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) ให้ดำเนินแผนถือครอง Bitcoin ได้แล้ว
จากเอกสารที่ยื่นไว้ก่อนหน้านี้ บริษัทได้ระบุแผนว่าจะถือ Bitcoin เป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์คลัง โดยในตอนนี้ทุนกว่า $2.3 พันล้านดอลลาร์ที่ได้มาจากนักลงทุนสถาบันกว่า 50 ราย ได้รับการ “ปลดล็อก” และสามารถนำไปใช้ซื้อ Bitcoin ได้ตลอดเวลา
อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ได้ระบุชัดว่า จะซื้อ BTC จำนวนเท่าใด หรือเมื่อไหร่ โดยในหนังสือชี้ชวนระบุเพียงว่า
“Trump Media จะเข้าซื้อ Bitcoin และสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin ในปริมาณและช่วงเวลาที่บริษัทเห็นว่าเหมาะสมที่สุด”
มีสิทธิระดมทุนเพิ่มอีก $12 พันล้าน – หุ้น DJT พร้อมพลิกเกม
ในเอกสารชี้ชวนยังมีการระบุว่า บริษัทได้ยื่นขออนุญาต “Shelf Registration” ซึ่งเปิดทางให้สามารถระดมทุนเพิ่มเติมได้สูงสุดถึง $12 พันล้านดอลลาร์ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบหุ้นใหม่ พันธบัตร หรือใบสำคัญแสดงสิทธิ (Warrants) ซึ่งสามารถดำเนินการได้ตามความเหมาะสมในอนาคต
อย่างไรก็ตาม Trump Media ระบุว่า “ขณะนี้ยังไม่มีแผนจะออกหลักทรัพย์ใหม่ใด ๆ ภายใต้ shelf registration นี้”
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ หุ้นจำนวนประมาณ 84.7 ล้านหุ้นที่ถือโดยนักลงทุนเริ่มแรก ได้รับการลงทะเบียนให้สามารถขายในตลาดได้แล้ว คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของหุ้นทั้งหมดที่ซื้อขายอยู่ในตลาด และคิดเป็น 30% ของจำนวนหุ้นที่ออกทั้งหมด
Trump Media จดทะเบียนในตลาด Nasdaq ภายใต้ตัวย่อ DJT
กลยุทธ์ Bitcoin แบบยืดหยุ่น – อาจถือหลักทรัพย์เกี่ยวกับ BTC หรือขายแล้วลงทุนต่อ
นอกจากการถือครอง Bitcoin โดยตรงแล้ว TMTG ยังระบุในเอกสารว่า บริษัทอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin หรือแม้กระทั่งขาย BTC แล้วนำเงินไปลงทุนต่อในสินทรัพย์อื่น เช่น เงินสด พันธบัตรระยะสั้น หรือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน
กลยุทธ์นี้แสดงให้เห็นถึงแนวคิดแบบยืดหยุ่นที่ไม่จำกัดตัวอยู่แค่การถือ Bitcoin เพียงอย่างเดียว แต่สามารถปรับเปลี่ยนตามสภาพตลาดได้
ไม่ใช่แค่ Truth Social – TMTG รุก FinTech ด้วย Truth+ และ Truth.fi
Trump Media ไม่ได้มีเพียงแค่แพลตฟอร์ม Truth Social เท่านั้น แต่ยังขยายบริการใหม่อย่าง Truth+ ซึ่งเป็นบริการสตรีมมิ่ง และล่าสุดในเดือนมกราคมปีนี้ ได้เปิดตัว Truth.fi ซึ่งเป็นแบรนด์ด้านการเงินและฟินเทค
ในข่าวประชาสัมพันธ์ Truth.fi ถูกนิยามว่าเป็น
“แบรนด์ด้านบริการการเงินและฟินเทคที่ยึดหลักAmerica First พร้อมเครื่องมือการลงทุนเฉพาะตัว”
แบรนด์นี้อาจกลายเป็นหนึ่งในหมากสำคัญของ Trump Media ในการเจาะเข้าสู่โลกคริปโตและฟินเทค ด้วยแนวคิดที่ผสานระหว่างนโยบายทางการเมืองแบบชาตินิยมกับนวัตกรรมทางการเงิน
อ้างอิง : theblock.co
ETH ETF สะดุด! กระแสเงินไหลออกครั้งแรกในรอบ 19 วัน หลังตะวันออกกลางปะทุ
กระแสเงินทุนไหลเข้าสู่กองทุน ETF ของ Ethereum ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ซึ่งดำเนินมาอย่างต่อเนื่องถึง 19 วันติด ต้องหยุดชะงักลงในวันศุกร์ที่ผ่านมา (14 มิ.ย.) หลังความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่านทวีความรุนแรง ส่งผลต่อตลาดคริปโตทั่วโลก
กองทุนเหล่านี้มียอดเงินไหลออกสุทธิรวมประมาณ 2.2 ล้านดอลลาร์ นับเป็นการสิ้นสุดสถิติการไหลเข้าต่อเนื่องที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเปิดตัวกองทุนในเดือนกรกฎาคม 2024 โดยสถิติก่อนหน้านี้อยู่ที่ 18 วันติดต่อกันในช่วงปลายพฤศจิกายนถึงกลางธันวาคมปีที่แล้ว
ข้อมูลจาก SoSoValue ระบุว่า ในวันศุกร์มีเพียงสองกองทุนที่มีการเคลื่อนไหวที่โดดเด่น ได้แก่:
- Grayscale Ethereum Mini Trust (ETH) มียอดเงินไหลเข้า $6.7 ล้าน
- แต่ถูกหักล้างโดย Fidelity Ethereum Fund (FETH) ที่มีเงินไหลออกถึง $8.9 ล้าน
ก่อนหน้านี้ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม กระแส inflow ของ ETH ETF เติบโตอย่างแข็งแกร่ง บางวันมียอดเงินไหลเข้ามากกว่า ETF ของ Bitcoin ด้วยซ้ำ ส่งผลให้มูลค่ารวมสินทรัพย์สุทธิของกองทุน ETH เหล่านี้แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เปิดตัว ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่มากกว่า $10,000 ล้านดอลลาร์
ตลาดคริปโตทรุด – นักลงทุนเทขายหนีความเสี่ยง
ความตึงเครียดทางการเมืองในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะเหตุการณ์ยิงจรวดระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง ส่งผลให้เกิดการ liquidate มูลค่ารวมกว่า $1.1 พันล้านภายในวันเดียว
ราคาของ ETH ดิ่งลงประมาณ 8% ภายใน 48 ชั่วโมง ตามรายงานจาก The Block
SharpLink Gaming ปลุกกระแส ETH ด้วยการถือเหรียญ $463 ล้าน
แม้ตลาดจะตก แต่ยังมีข่าวบวกเล็ก ๆ สำหรับฝั่ง Ethereum เมื่อ SharpLink Gamingบริษัทในภาคเกมและเทคโนโลยี ประกาศเข้าซื้อ ETH มูลค่าถึง $463 ล้านดอลลาร์ กลายเป็นผู้ถือครองรายบุคคลอันดับ 2 รองจาก Ethereum Foundation
การเข้าซื้อครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์บริหารเงินคลัง (Treasury Strategy) ของบริษัท อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของ SharpLink ไม่เปลี่ยนแปลงในวันเดียวกัน หลังจากเพิ่งร่วงไปถึง 70% จากผลกระทบของเอกสารที่ยื่นต่อ SEC ก่อนหน้านี้
ฝั่ง Bitcoin ETF ยังยืนแข็ง แม้ราคาร่วง
แม้ราคา Bitcoin จะลดลงประมาณ 2% ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่กองทุน Spot Bitcoin ETF ยังคงได้รับกระแสเงินไหลเข้าอย่างแข็งแกร่ง โดยมียอดรวม $301.6 ล้านดอลลาร์ในวันศุกร์ และผลักดันยอดสะสมรวมของกองทุน BTC ETF แตะระดับสูงสุดใหม่ที่ $45.6 พันล้านดอลลาร์
กองทุนที่มียอด inflow สูงสุดได้แก่:
- BlackRock’s IBIT: ไหลเข้า $239.0 ล้าน
- Fidelity’s FBTC: ไหลเข้า $25.2 ล้าน
- กองทุนอื่น ๆ อีก 4 แห่ง: ไหลเข้าต่ำกว่า $15 ล้านแต่ยังเป็นบวก
Marcin Kazmierczak ผู้ร่วมก่อตั้งและ COO ของ RedStone ให้สัมภาษณ์กับ The Block ว่า
“สินทรัพย์เสี่ยงกำลังถูกขายทิ้งแบบคลาสสิกเพื่อหนีไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยเช่นทองคำและเงินสด”
เขาเสริมว่า ตอนนี้สิ่งเดียวที่แน่นอนในตลาดคือ “ความผันผวน”
อ้างอิง : theblock.co
ความยากการขุด BTC ลดลง แต่เหมืองขุดรายใหญ่ยังเดินหน้าสะสมเข้าคลังแม้ต้นทุนพุ่ง
ระดับความยากในการขุดลดลงเล็กน้อยในวันเสาร์ หลังจากแตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 126.9 ล้านล้าน เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของช่วงปรับระดับความยากครั้งก่อน โดยระดับความยากในการขุด Bitcoin ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 126.4 ล้านล้าน ตามข้อมูลจาก CryptoQuant
แม้หลังBitcoin Halving ต้นทุนการขุดจะสูงขึ้นและราคา BTC ยังผันผวนจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง แต่บริษัทเหมืองรายใหญ่ในสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าขุดและสะสม BTC อย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลล่าสุดจากแพลตฟอร์ม TheMinerMag ระบุว่า บริษัท Marathon Digital (MARA) และ CleanSpark (CLSK) เป็นสองผู้เล่นหลักที่มีการผลิต BTC เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในเดือนพฤษภาคม 2025
MARA ขุด BTC ได้มากที่สุดในเดือนพฤษภาคม – สะสมเพิ่มกว่า 950 BTC
Marathon Digital ขุด Bitcoin ได้ถึง 956 BTC ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มากกว่าทุกบริษัทในกลุ่มบริษัทเหมืองจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และมียอดสะสม BTC ทั้งหมดในคลังที่ 17,857 BTC
ถึงแม้จะมีรายงานว่าบริษัทมีการขาย BTC จำนวนหนึ่งหลัง Halving แต่ MARA ยังคงถือ BTC เป็นจำนวนมากที่สุดในกลุ่มบริษัทเหมืองที่จดทะเบียนในตลาด
CleanSpark ขยายกำลังการขุด – เพิ่ม Hashrate และผลผลิตต่อเดือน
CleanSpark มีผลการดำเนินงานที่น่าจับตา โดยมีกำลังการขุดรวม (Hashrate) เพิ่มเป็น 45.6 EH/s ส่งผลให้สามารถผลิต BTC ได้ถึง 417.2 เหรียญ ในเดือนพฤษภาคม เพิ่มขึ้น 9% จากเดือนเมษายน
บริษัทมียอดสะสม BTC ที่ 6,154 เหรียญ และยังเป็นบริษัทที่มีอัตราการเติบโตของผลผลิตสูงที่สุดในกลุ่มนักขุดสหรัฐฯ
เครือข่าย Bitcoin แข็งแกร่ง – Hashrate แตะระดับ 1 ZH/s
แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่ความแข็งแกร่งของเครือข่าย Bitcoin ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเดือนพฤษภาคม ค่า Hashrate เฉลี่ยของเครือข่ายแตะ 1 ZH/s (zettahash ต่อวินาที)เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
การที่ Hashrate เพิ่มขึ้น หมายความว่าการแข่งขันในเครือข่ายเข้มข้นขึ้น และเครือข่ายปลอดภัยขึ้น ส่งผลให้ Bitcoin Difficulty (ความยากในการขุด) ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง
นักขุดเปลี่ยนกลยุทธ์จากขายทันที เป็น "ถือรอ" และใช้เป็นสินทรัพย์คลัง
บทวิเคราะห์จาก TheMinerMag ชี้ว่า บริษัทเหมืองรายใหญ่กำลังปรับกลยุทธ์ใหม่ จากการขาย BTC ที่ขุดได้ทันที มาเป็นการ “สะสมไว้ในงบดุล” เหมือนกับบริษัทลงทุนรายใหญ่
พฤติกรรมนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในอนาคตของ Bitcoin และการปรับตัวสู่การเป็นธุรกิจที่มีสภาพคล่องและบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลในแบบมืออาชีพมากขึ้น
อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/btc-mining-difficulty-falls-slightly-all-time-high
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
Facebook คลิก https://www.facebook.com/thunhoonnews
Youtube คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/