โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ไขข้อสงสัย ทำไมไม่ควรทานยาคู่กับนม ส่งผลต่อฤทธิ์ของยาจริงหรือไม่?

PPTV HD 36

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 10.05 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 20.00 น.
ไม่ควรกินยาพร้อมนม เพราะแคลเซียมในนมรบกวนการดูดซึมยา แนะควรกินยากับน้ำเปล่าเท่านั้น เพื่อประสิทธิภาพของยาเต็มที่

เรามักได้ยินอยู่เสมอว่าไม่ควรกินยาพร้อมกับนม แต่หลายคนยังไม่ทราบว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร เพราะนมเองก็ถือว่าเป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์หลากหลายอีกทั้งเป็นแหล่งแคลเซียมที่หลายคนรู้จัก มีรสชาติที่อร่อยและหาซื้อง่าย จึงไม่น่าจะเป็นอันตรายเมื่อกินคู่พร้อมยา นี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องรู้เพราะบางอย่างถึงจะมีประโยชน์เหมือนกันแต่กินคู่กันได้กลับไม่ดีต่อสุขภาพ

เทคนิค “กินยา” ให้ถูกเวลา ส่งเสริมการรักษา หายไวขึ้น!

"ผู้สูงอายุ" กินยาเท่าที่จำเป็น-ตามแพทย์สั่ง ปลอดภัยไม่เป็นพิษร่างกาย

แคลเซียมในนมทำปฏิกิริยากับยา

เนื่องจากในนมมีปริมาณแคลเซียมสูง เมื่อดื่มนมควบคู่กับยา จึงทำให้แคลเซียมทำปฏิกิริยากับยาที่รับประทานเข้าไป โดยมักจะส่งผลให้ยาหมดฤทธิ์ และทำให้ประสิทธิผลของยาหมดไป รวมถึงส่งผลต่อการดูดซึมของยาด้วย แพทย์จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการกินยากับเครื่องดื่มจำพวกนมนั่นเอง

นมอะไรบ้างที่ห้ามกินกับยา

นมทุกประเภทล้วนทำให้เกิดปฏิกิริยากับยาได้ ทั้งนมแม่ นมจากสัตว์ (นมวัว นมแพะ นมแกะ) นมจากพืช (นมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์ นมข้าวโพด) รวมถึงนมพาสเจอร์ไรซ์ นมสเตอริไลซ์และนมยูเอชทีด้วย

กินยากับน้ำเปล่าได้ผลที่สุด!

เหตุผลที่ควรกินยาพร้อมกับน้ำเปล่า เป็นเพราะทำให้ตัวยาแตกตัว ละลายและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ดีที่สุด เนื่องจากน้ำเปล่าไม่มีปริมาณของแร่ธาตุหรือสารอาหารใดสูงจนเกิดปฏิกิริยากับยาและลดประสิทธิผลของยาได้

เว้นกี่ชั่วโมงถึงเริ่มกินนมได้ หลังกินยา

หากจะดื่มนมหรือบริโภคผลิตภัณฑ์นม อาทิ เนย, ชีส, โยเกิร์ต จะต้องเว้นระยะเวลา 2 ชั่วโมงทั้งก่อนและหลังรับประทานยา เพื่อป้องกันไม่ให้ยาและแคลเซียมทำปฏิกิริยากันในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็ก ซึ่งหลังจาก 2 ชั่วโมงไปแล้ว ถือเป็นเวลามากพอที่จะไม่ทำให้ยาเคลื่อนที่ไปพบกันในระบบทางเดินอาหาร

ทั้งนี้หากเด็กหรือผู้ที่มีปัญหาในการกลืน อาจต้องปรับเปลี่ยนวิธีด้วยการผสมยาเพื่อช่วยให้กลืนยาได้ง่ายขึ้น ซึ่งแพทย์แนะนำให้ผสมกับน้ำเปล่าเช่นกัน ซึ่งหลังจากผสมยากับน้ำแล้ว ให้ดื่มจนหมดเพื่อให้ยาในปริมาณที่ครบถ้วน และอย่าทิ้งไว้เกิน 2 ชั่วโมงด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...