โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ราชกิจจาฯ ปรับเกณฑ์ปล่อยตัวชั่วคราว-เน้นพิจารณารายคน เพิ่มเงื่อนไขคุมเข้ม

WeR NEWS

เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 07.42 น.

ราชกิจจานุเบกษา ออกประกาศข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราวและวิธีเรียกประกันในคดีอาญา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 ระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราวและวิธีเรียกประกันในคดีอาญา พ.ศ.2565

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 40 วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ประธานศาลฎีกาจึงออกข้อบังคับไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราวและวิธีเรียกประกันในคดีอาญา (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568”

ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิกความในข้อ 6 แห่งข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราวและวิธีเรียกประกันในคดีอาญา พ.ศ.2565 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ข้อ 6 ศาลอาจให้พนักงานคุมประพฤติเก็บข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุและพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหรือพฤติการณ์อื่นที่บุคคลลักษณะ นิสัย สภาพร่างกายและจิตใจ การศึกษา การประกอบอาชีพงาน ประวัติการกระทำความผิดอาญา สภาพและฐานะของครอบครัว ความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นในสังคม หรือข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องของผู้ต้องหาหรือจำเลยแล้วจัดทำรายงานหรือความเห็น หรือประเมินความเสี่ยงเพื่อประกอบการพิจารณาสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวด้วยก็ได้ ในคดีที่มีผู้ต้องหาหรือจำเลยหลายคน การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง และการสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ให้พิจารณาเป็นรายบุคคล”

ข้อ 4 ให้ยกเลิกความในข้อ 7 แห่งข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราวและวิธีเรียกประกันในคดีอาญา พ.ศ.2565 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ข้อ 7 ในการสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวและการกำหนดผู้ต้องหาหรือจำเลยให้พิจารณาและดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 108 และมาตรา 108/1”

ข้อ 5 ให้ยกเลิกความในข้อ 9 แห่งข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราวและวิธีเรียกประกันในคดีอาญา พ.ศ. 2565 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ข้อ 9 เงื่อนไขที่อาจกำหนดให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวปฏิบัติตามข้อ 8 (1) เช่น

(1) ให้มาศาลตามกำหนดนัด

(2) ห้ามยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

(3) ห้ามเดินทางออกนอกประเทศหรือออกนอกพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง

(4) ห้ามพบหรือเข้าใกล้ผู้เสียหาย ผู้เกี่ยวข้องกับผู้เสียหายหรือบุคคลที่ศาลกำหนด

(5) ห้ามออกจากที่อยู่อาศัย

(6) การเปลี่ยนที่อยู่หรือที่อยู่ตามคำสั่งแจ้งให้ศาลทราบ

(7) ห้ามเข้าไปในสถานที่บางแห่ง

(8) ห้ามคบหาสมาคมกับบุคคลบางประเภท

(9) ให้รายงานตัวต่อผู้นำกับดูแลเจ้าพนักงานหรือบุคคลที่ศาลกำหนด

(10) ให้เข้ารับคำปรึกษาหรือบำบัดรักษาความบกพร่องทางร่างกายหรือจิตใจ

(11) ให้เข้ารับการตรวจร่างกายเพื่อหาสารเสพติด

(12) ห้ามทำกิจกรรมหรือประกอบอาชีพบางอย่าง

(13) ห้ามพกพาอาวุธปืน

(14) ห้ามกระทำการอย่างใด เพื่อป้องกันความเสียหายอันมีลักษณะอย่างเดียวกันที่ถูกฟ้องร้อง”

ข้อ 6 ให้เพิ่มความต่อไปนี้ การปล่อยตัวกรณีมีเหตุพิเศษและการเปลี่ยนแปลงการกำกับดูแลหรือการเรียกประกัน ข้อ 9/1 ข้อ 9/2 และข้อ 9/3 แห่งข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการปล่อยชั่วคราวและวิธีเรียกประกันในคดีอาญา พ.ศ.2565

“การปล่อยตัวกรณีมีเหตุพิเศษและการเปลี่ยนแปลงการกำกับดูแลหรือการเรียกประกัน

ข้อ 9/1 ถ้าความปรากฏแก่ศาลว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นมีอายุไม่ถึงสิบแปดปีหรือเป็นหญิงมีครรภ์หรือเพิ่งคลอดบุตรมาไม่ถึงสามเดือน หรือเจ็บป่วยซึ่งต้องจะถึงอันตรายแก่ชีวิต หรือปรากฏเหตุอื่นซึ่งทำให้ความเสี่ยงในการหลบหนี ภัยอันตราย หรือความเสียหายที่จะเกิดจากการปล่อยชั่วคราวอันหมดไปศาลจะออกหมายปล่อยผู้ต้องหาหรือจำเลยซึ่งถูกขังอยู่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 71 วรรคสาม ประกอบมาตรา 75 ก็ได้

ข้อ 9/2 ถ้าความปรากฏภายหลังว่า การกำกับดูแลและมาตรการกำกับดูแลที่กำหนดไว้ไม่เพียงพอหรือไม่เหมาะสม ศาลอาจมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหรือวิธีการกำกับดูแลที่เข้มงวดเพิ่มขึ้น หรือลดลง เปลี่ยนสัญญาประกัน หรือหลักประกัน เพิ่มหรือลดหลักประกัน ให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีได้ตามที่เห็นสมควร หรืออาจสั่งเปลี่ยนแปลนการปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยอาศัยหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108/1 ก็ได้

กรณีที่ศาลฎีกาสั่งปล่อยชั่วคราวโดยกำหนดเงื่อนไขและวิธีการกำกับดูแลผู้ต้องหาหรือจำเลย ศาลสูงอาจมอบหมายให้ศาลชั้นต้นพิจารณาเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหรือวิธีการกำกับดูแลที่เข้มงวดเพิ่มขึ้น หรือลดลง เปลี่ยนสัญญาประกันหรือหลักประกัน เพิ่มหรือลดหลักประกันให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีได้ตามที่เห็นสมควร หรืออาจสั่งเปลี่ยนแปลนการปล่อยชั่วคราวตามวรรคหนึ่ง โดยไม่ต้องส่งให้ศาลสูงพิจารณาสั่งได้

ข้อ 7/3 กรณีที่มีการอนุมัติสัญญาประกันหรือถอนหลักประกัน หรือผู้ต้องหาหรือจำเลยขอยกเลิกการปล่อยชั่วคราว โดยไม่ปรากฏพฤติการณ์ผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น ศาลมีอำนาจปล่อยชั่วคราวต่อไปได้

โดยนำพฤติการณ์ของผู้ต้องหาหรือจำเลยในระหว่างที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวมาประกอบการพิจารณากำหนดเงื่อนไขหรือมาตรการกำกับดูแลที่เหมาะสมแทนการทำสัญญาประกันหรือวางหลักประกันก็ได้”

ข้อ 7 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของข้อ 14 แห่งข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราวและวิธีเรียกประกันในคดีอาญา พ.ศ. 2565

“กรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ปล่อยชั่วคราวภายใต้มาตรการกำกับดูแล แต่มีเหตุขัดข้องไม่อาจใช้มาตรการกำกับดูแลดังกล่าวได้เป็นการชั่วคราว ศาลพึงปล่อยชั่วคราวโดยใช้มาตรการกำกับดูแลอื่นไปพลางก่อนกว่าจะสามารถดำเนินการตามคำสั่งศาลได้”

ข้อ 8 ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของข้อ 15 แห่งข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราวและวิธีเรียกประกันในคดีอาญา พ.ศ. 2565 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ในกรณีผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นผู้ซึ่งมีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศขอปล่อยชั่วคราว ให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวต่อเมื่อผู้ต้องหาหรือจำเลยยินยอมส่งมอบหนังสือเดินทางไว้ต่อศาลด้วย และให้ศาลมีคำสั่งห้ามผู้ต้องหาหรือจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ศาลเห็นสมควรเป็นอย่างอื่น”

ข้อ 9 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 19/1 แห่งข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยการปล่อยชั่วคราวและวิธีเรียกประกันในคดีอาญา พ.ศ.2565

“ข้อ 19/1 ในกรณีที่จำเลยซึ่งศาลพิพากษาต้องแก้คืนหรือจำเลยระหว่างอุทธรณ์หรือฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 253 วรรคหนึ่ง หากมีความจำเป็นต้องมีประกันในการปล่อยชั่วคราว อาจกำหนดวงเงินประกันต่ำกว่าบัญชีมาตรฐานวงเงินประกันสำหรับการปล่อยชั่วคราวจำเลยตามที่ศาลเห็นสมควรและจะไม่มีหลักประกันก็ได้”

ประกาศ ณ วันที่ 30 เมษายน พ.ศ.2568 ชนากานต์ ธีรเวชพลกุล ประธานศาลฎีกา

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...