โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากไทย 36% กดดันกลุ่มส่งออก-นิคมอุตสาหกรรม SET INDEX เสี่ยงปรับฐาน

สยามรัฐ

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 02.31 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 02.31 น.

Pi Daily สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากไทย 36% แต่ไม่ปิดช่องทางในการเจรจา ระยะสั้นสร้างแรงกดดันต่อกลุ่มส่งออกและกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม แต่ยังเชื่อว่าบริเวณ 1060 +/- ยังเป็นแนวรับที่แข็งแกร่ง (Pbv 1x)

วันที่ 8 ก.ค.68 บล.พายเผยว่า ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 422 จุด (-0.9%) หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯประกาศเก็บภาษีศุลกากรกับประเทศคู่ค้า รวมไปถึงการปรับลงของหุ้น TESLA ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 1.9% ได้แรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในสหรัฐฯ

เมื่อคืนที่ผ่านมาทรัมป์ได้เริ่มส่งจดหมายหาแต่ละประเทศเกี่ยวกับการเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐฯพบว่าประกอบไปด้วย 14 ประเทศและไทยเป็นหนึ่งในนั้น โดยไทยถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 36% ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิมและไทยนั้นถือว่าอัตราภาษีนำเข้าสูงกว่าหลายๆประเทศ (ลาว 40% พม่า 40% กัมพูชา 36%) ที่เหลือต่ำกว่าประเทศไทยทั้งสิ้น ทาง Trump ระบุในจดหมายว่าสหรัฐฯนั้นได้หารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับไทยมาเป็นเวลาหลายปีและได้ข้อสรุปว่าเราจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงจากโครงสร้างที่ก่อให้เกิดปัญหาขาดดุลการค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพบว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่เกื้อหนุนกันและกัน ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. เป็นต้นไปสหรัฐฯจะเรียกเก็บภาษีนำเข้ากับไทยในอัตรา 36% สำหรับสินค้าทุกประเภทที่ส่งเข้าสหรัฐฯและโปรดเข้าใจว่าระดับ 36% ยังต่ำกว่าระดับที่จำเป็นต่อการลดช่องว่างของปัญหาขาดดุลการค้าระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตามหากบริษัทจากไทยตัดสินใจย้ายฐานผลิต หรือสร้างโรงงานในสหรัฐฯจะไม่มีการเรียกเก็บภาษีและจะอนุมัติเรื่องต่างๆอย่างรวดเร็วแต่หากประเทศไทยตัดสินใจตอบโต้ด้วยภาษี สหรัฐฯก็จำเป็นจะต้องปรับเพิ่มภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้น และพวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมมือกับไทยในฐานะพันธมิตรทางการค้าไปอีกหลายปีข้างหน้า อัตราภาษีที่กำหนดไว้นี้สามารถปรับขึ้นหรือลงได้ขึ้นอยู่กับลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของเรา

จากข้อความข้างต้นบ่งชี้ว่ายังสามารถจะเจรจากับสหรัฐฯได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับข้อเสนอที่ทางไทยยื่นให้กับสหรัฐฯ ซึ่งล่าสุดวานนี้ทางรัฐบาลได้เสนอภาษีนำเข้าของสหรัฐฯในบางชนิดที่ระดับ 0% ก็คงต้องรอติดตามว่าจากนี้ทางรัฐบาลไทยจะดำเนินการเจรจาอย่างไรแต่ระยะสั้นเชื่อว่าตลาดหุ้นมีโอกาสปรับลงและจะกระทบกับนิคมอุตสาหกรรมกับกลุ่มส่งออก แต่ SET INDEX ที่ 1xPBV น่าจะเป็นแนวรับที่แข็งแกร่ง (1,060 จุด) คืนนี้ไม่มีปัจจัยที่ต้องติดตาม ติดตามเพียงความคืบหน้าของรัฐบาลต่อท่าทีการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ

วันนี้ประเมิน SET INDEX เสี่ยงปรับฐานในกรอบ 1050 – 1120 ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นอาจเลือก Wait & See เพราะอาจเผชิญกับแรง Panic Sell แต่อย่างไรก็ตามจะเป็นโอกาสให้กับนักลงทุนระยะกลาง - ยาว ในการสะสมหุ้นที่อาจไม่มีผลกับสงครามการค้าหรือผลกระทบมีผลไม่มากนักประกอบไปด้วยกลุ่มโรงพยาบาล (BDMS) กลุ่มที่อิงต่างประเทศ (MINT) ค้าปลีก (BJC CPALL) Non Bank (MTC SAWAD TIDLOR) ธนาคารพาณิชย์ (BBL KBANK KTB SCB)

BDMS (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 26.00 บาท)
คาดการณ์รายได้ปี 2025 ที่เติบโตในอัตราลดลง (-2%) โดยใน 1Q25 ประกาศกำไรสุทธิที่ 4.3 พันล้านบาท (+7% YoY) ทรงตัวจากไตรมาสก่อน หนุนจาก 1) รายได้รับรู้จากโรงพยบาลและเตียงผู้ป่วยใหม่ และ 2) การเติบโตของผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มตะวันออกกลาง (+22% YoY) และ CLMV (+11% YoY) ขณะที่ใน 2Q25 เรามองว่าผลประกอบการจะเติบโต YoY แม้อ่อนตัว QoQ จาก 1) ปัจจัยฤดูกาล และ 2) จำนวนผู้ป่วยต่างชาติชะลอตัวในเดือนเมษายน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบระยะสั้นจากเหตุแผ่นดินไหว ทั้งนี้ เราคาดสามารถชดเชยจากการฟื้นตัวในเดือนพฤษภาคม (+6% YoY)

MINT (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 36.00 บาท)
2Q25 กำไรปกติจะเติบโตสูง QoQ และมีโอกาสเติบโต YoY หนุนจาก 1) แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม ด้วยยอดการจองล่วงหน้าตั้งแต่เดือนเมษายนอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะในโซนยุโรปที่กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หนุน RevPar ปรับตัวสูงขึ้น 2) โรงแรมในประเทศไทยได้รับอานิสงค์จากช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ทั้งอัตราการเข้าพัก (Occupancy) และ RevPar อยู่ในเกณฑ์ที่ดี และ 3) คาดรายได้ธุรกิจร้านอาหารจะฟื้นกลับมาทรงตัว YoY ด้วยยอดขายไอศกรีมมะม่วง เมนูฤดูกาลยอดนิยมที่เลื่อนเปิดการขายจาก 1Q25 มาใน 2Q25 เนื่องจากสภาพอากาศต้นปีที่หนาวยาวนานกว่าปีก่อน

#ภาษีนำเข้าจากไทย #สงครามการค้า #SETINDEX #หุ้นไทย #การเจรจาการค้า #ตลาดหุ้น #สหรัฐฯ #ภาษีศุลกากร #กลยุทธ์การลงทุน #สยามรัฐ #สยามรัฐออนไลน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...