โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

‘หมอตุลย์’ ยื่นหนังสือ ผบ.ตร. ค้านเลื่อนตำแหน่ง 2 นายแพทย์ตำรวจ ปม ‘ทักษิณ’ รักษาตัวชั้น 14

เดลินิวส์

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 15.00 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 07.48 น. • เดลินิวส์
“หมอตุลย์” ยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. ค้านเลื่อนตำแหน่ง 2 นายแพทย์ตำรวจ ปมชี้มีมติแพทยสภาผิดจริยธรรม ถูก ป.ป.ช. สอบปม “ทักษิณ” รักษาตัวชั้น 14

เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์ประจำภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะอดีตแกนนำกลุ่มเสื้อหลากสี ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ขอคัดค้านการเลื่อนตำแหน่ง พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร. เนื่องจากทั้ง 2 นาย อยู่ระหว่างถูกสอบสวนในคดีสำคัญและมีมติชัดเจนจากแพทยสภาว่ากระทำผิดจริยธรรมทางการแพทย์

นายแพทย์ตุลย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีการส่งตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องขังในคดีอาญามารับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ ตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค. 2566 ถึง 18 ก.พ. 2567 โดยไม่มีการส่งตัวกลับเรือนจำตามคำพิพากษาของศาลฎีกา สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง ขณะนั้น พล.ต.ท.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ดำรงตำแหน่งนายแพทย์ใหญ่ และ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) เป็นผู้บริหารโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจเรื่องดังกล่าว

ต่อมา เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2568 คณะกรรมการแพทยสภามีมติชัดเจนว่าทั้ง 2 นายแพทย์ตำรวจ กระทำผิดตามข้อ 16 ของข้อบังคับแพทยสภาว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2565 กรณีให้ข้อมูลและเอกสารทางการแพทย์เกี่ยวกับอาการของนายทักษิณ ไม่ตรงกับความเป็นจริง โดยมีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ของ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ เป็นเวลา 3 เดือน และของ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งคำสั่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2568 เป็นต้นไป

ขณะเดียวกันยังมีผู้ร้องเรียนทั้งสองนายไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในข้อหากระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่บุคคลอื่น และอยู่ระหว่างการสอบสวน

นายแพทย์ตุลย์ กล่าวว่า การปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจทั้ง 2 นาย เป็นผลให้นายทักษิณ ไม่ต้องรับโทษในเรือนจำตามคำพิพากษา และได้รับการรักษาในโรงพยาบาลตำรวจ โดยอ้างข้อมูลเท็จเกี่ยวกับอาการป่วย ซึ่งเข้าข่ายผิดวินัยร้ายแรง ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 มาตรา 112 และหากมีการเลื่อนตำแหน่งในช่วงที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน จะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างร้ายแรง

“การมายื่นหนังสือในวันนี้ จึงเรียกร้องให้ ผบ.ตร. ดำเนินการ 3 ประการ คือ ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว และหากพบมูลความผิด ให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงต่อไป, สั่งย้ายข้าราชการตำรวจทั้ง 2 นาย ออกจากตำแหน่งเดิม ไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลตำรวจโดยเด็ดขาด เพื่อเปิดโอกาสให้บุคลากรในโรงพยาบาลตำรวจที่มีข้อมูล สามารถให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช. และศาลได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเกรงกลัว และให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 2 นาย ทำรายงานชี้แจงกรณีการถูกสอบสวนโดยแพทยสภา และ ป.ป.ช. รวมถึงกรณีการเป็นพยานในศาลฎีกา เพื่อส่งประกอบการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายประจำปีของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ” นายแพทย์ตุลย์ กล่าว

นายแพทย์ตุลย์ กล่าวอีกว่า การแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ ควรเป็นไปอย่างโปร่งใสและยึดหลักคุณธรรม ไม่ควรปล่อยให้เกิดข้อครหา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจในขณะนี้คือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งศาลมีคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ และถือเป็นบุตรสาวของนายทักษิณ ชินวัตร ผู้เกี่ยวข้องโดยตรงกับกรณีนี้ ยิ่งทำให้ประชาชนจับตามองการแต่งตั้งโยกย้ายของตำรวจครั้งนี้อย่างใกล้ชิด

นายแพทย์ตุลย์ กล่าวว่า ในความเป็นจริงโรงพยาบาลตำรวจ ยังมีข้อมูลสำคัญที่ถูกปิดบังอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการสืบสวนสอบสวนของศาลและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เช่น กรณีระบบกล้องวงจรปิดบริเวณชั้น 14 ของโรงพยาบาลที่ระบุว่ามีปัญหาเสียหายไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งที่กล้องในจุดอื่นๆ ของโรงพยาบาลยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ นอกจากนี้ ยังมีบุคลากรของโรงพยาบาลตำรวจหลายรายที่มีข้อมูลสำคัญและต้องการให้การกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพลและอำนาจของ พล.ต.ท.โสภณรัชต์ และ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ ซึ่งยังคงดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูง

“หลังจากยื่นหนังสือที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว จะเดินทางไปยังศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีในเรื่องนี้อีกครั้ง เพื่อให้ตรวจสอบและป้องกันไม่ให้มีการเลื่อนตำแหน่งบุคคลที่อยู่ระหว่างการสอบสวน และถูกชี้มูลว่ากระทำผิดจริยธรรม ทั้งจากแพทยสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป” นายแพทย์ตุลย์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...