โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

”แพทองธาร“ เปิดงาน “SPLASH - Soft Power Forum 2025”

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 10.22 น.

”แพทองธาร“ เปิดงาน “SPLASH - Soft Power Forum 2025” ชูแนวคิดวัฒนธรรมสร้างสรรค์ พร้อมยกระดับ อาหารไทย-มวยไทย-Thai Wellness -ภาพยนตร์ไทย-อัญมณี ซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่เวทีโลก

วันที่ 8 ก.ค. 2568 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน SPLASH - Soft Power Forum 2025 โดยมี คณะรัฐมนตรี ผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน คณะทูตานุทูตประจำประเทศไทย และคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ เข้าร่วมงาน ณ เวที Visionary Stage Hall 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า ทุกวันนี้เราทุกคนกำลังอยู่ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและซับซ้อน มากกว่าทุกยุคที่ผ่านมา เรากำลังเผชิญโลกที่เปราะบาง น่าวิตกกังวล เข้าใจยาก และไม่ตรงไปตรงมา เชื่อว่าในโลกยุคใหม่การเข้าใจบริบทของความเปลี่ยนแปลง คือจุดเริ่มต้นของทุกการเดินหน้า สิ่งที่เราต้องการไม่ใช่แค่ความรู้หรือแผนงาน แต่คือความยืดหยุ่น ความเข้าใจมนุษย์ และความกล้า ที่จะเปลี่ยนความเปราะบางให้กลายเป็นพลังในการออกแบบอนาคตใหม่

ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนทางแยกแห่งอนาคต รัฐบาลไทยกำลังลงทุนในโครงสร้างใหม่ ๆ เช่น อุตสาหกรรมดิจิทัล และการเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาค ซึ่งล้วนเป็นรากฐานของเศรษฐกิจอนาคต ที่ใช้เวลาและการลงทุนมหาศาล และอีกหนึ่งเส้นทางสำคัญที่เราให้ความสำคัญ คือ "วัฒนธรรมสร้างสรรค์ที่สร้าง Soft Power” วันนี้ผู้คนทั่วโลกไม่ได้ซื้อแค่สินค้าและบริการ แต่ซื้อประสบการณ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และรากของภูมิปัญญา ตลาดโลกกำลังเปิดรับ Soft Power ที่มีรากจากท้องถิ่น และมีคุณค่าแบบสากล สะท้อนความยั่งยืน โอบรับความหลากหลาย มีความคิดสร้างสรรค์ และเป็นของจริงเท่านั้น โดยเชื่อว่าวัฒนธรรมไทยของเรามีครบถ้วนทุกองค์ประกอบที่จะทำให้ต่างชาติหลงรัก

ทั้งหมดนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความภาคภูมิใจทางวัฒนธรรม แต่กำลังกลายเป็นเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ เป็นโอกาสใหม่กับคนไทย ที่สร้างรายได้มหาศาลจากความเป็นตัวของเราเอง ในปีที่ผ่านมา นโยบาย Soft Power ของไทยได้เดินหน้าอย่างมีทิศทางและเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในสองด้านสำคัญ

การบูรณาการทุกภาคส่วนให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมให้มีเป้าหมายเดียวกัน ให้หลายหน่วยงานสามารถทำงานร่วมกันได้ มีการบูรณาการงบประมาณเพื่อใช้ตรงจุด ไม่ซ้ำซ้อน และกำหนดบทบาทของแต่ละฝ่ายชัดเจนมากขึ้น สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราทำสำเร็จ

อีกทั้งการเปลี่ยนบทบาทของภาครัฐให้เป็น “ผู้สนับสนุน” เปิดทางให้เอกชนที่เข้าใจอุตสาหกรรมของตัวเอง ได้เป็นผู้นำในการขับเคลื่อน วันนี้เอกชนนำ รัฐสนับสนุน เป็นแนวคิดสำคัญที่ทำให้นโยบาย Soft Power ของเราเดินหน้า เมื่อรากฐานเริ่มมั่นคง ขั้นต่อไปของเราคือการ “ยกระดับ” จากจุดเริ่มต้นที่เน้นภายในประเทศ สู่การมองให้ไกลขึ้น กว้างขึ้น และเชื่อมกับโลกให้มากขึ้น โดยมีเป้าหมายใหญ่ดังนี้

1.อาหารไทย จุดแข็งที่ทั้งโลกหลงรัก เราไม่ได้แค่จะขายรสชาติ แต่จะขายประสบการณ์ของความเป็นไทย เราจะยกระดับอาหารไทยให้เป็นแบรนด์ระดับโลกและเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทาง ด้วยโมเดลร้าน "Thai Cuisina" ซึ่งจะครอบคลุมถึงขั้นตอนสุดท้ายหรือ Last mile ของ supply chain อาหารไทย คือ เราจะรวมร้านอาหารไทย 4 ภาค และซุปเปอร์มาร์เก็ตขายผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปที่มีคุณภาพไว้ในที่เดียวกัน รวมทั้งยังจะเป็นศูนย์ค้าส่งกระจายผลิตภัณฑ์อาหารไทยในต่างประเทศอีกด้วย เราวางแผนว่าจะให้มีร้าน Thai Cuisina ไปอยู่ตามเมืองใหญ่ทั่วโลก

พร้อมกันนี้ จะต้องยกระดับการท่องเที่ยวในการต้อนรับนักเดินทางสายกิน ด้วยประสบการณ์แบบ Thai Culinary Tourism อย่างจริงจังทั้งคลาสเรียนทำอาหาร ทัวร์แหล่งวัตถุดิบท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการสร้างมาตรฐาน “Thai Select” ให้สามารถเทียบเคียงได้กับ รางวัลทางอาหารอื่นๆ เช่น Michelin Star โดยจะการันตี รสชาติอาหารที่เป็นไทย และใช้วัตถุดิบไทย

2.มวยไทย จะไม่ใช่แค่กีฬาอีกต่อไป แต่มวยไทยจะกลายเป็นไลฟ์สไตล์ใหม่ของชาวโลก เราจะสร้าง Muay Thai Bootcamp ให้เป็นเทรนด์ใหม่ที่ใครก็อยากทำที่ได้ทั้งความฟิตสุขภาพดี และได้ Detox พบกับความสงบ ออกมาจากโลกที่วุ่นวาย รวมทั้งพัฒนาลีกอาชีพให้แข็งแรง มีการแข่งขันที่มีคุณภาพ ดูสนุก และยกระดับมาตรฐานมวยไทยในทุกมิติ

3.Thai Wellness คือโอกาสใหม่ในยุคที่คนทั่วโลกแสวงหาความสมดุล เราจะผสานนวดไทย สมุนไพร อาหารสุขภาพ และสมาธิ ให้กลายเป็นประสบการณ์แบบองค์รวม สร้าง Thai Retreat Chain ให้ครบทุกมิติมีทุกอย่าง ตั้งแต่การบำบัดร่างกายจนถึงการพักใจ สร้างมาตรฐาน Spa และ Therapist แบบไทย พร้อมผลักดันยกระดับสมุนไพรไทยและนวดไทยที่รองรับด้วยการวิจัยทางการแพทย์ พร้อมสำหรับการทำเป็นสินค้าส่งออกและส่งเสริมร้านนวดไทยเพื่อสุขภาพแบบมืออาชีพไปทั่วโลก

4.ภาพยนตร์ไทย คือเวทีที่เราจะเล่าเรื่องของเราให้โลกฟัง เราจะสนับสนุนคนทำหนังไทยให้กล้าฝันและกล้าสร้าง ผ่านพื้นที่ทดลองอย่าง writer’s room และ creative lab ด้วยการสนับสนุนเทคโนโลยีเพื่อสร้างหนังไทยที่มีเอกลักษณ์ ให้ต่างชาติเข้าใจความบันเทิงแบบไทย

โดยจะสนับสนุนภาพยนตร์ไทยด้วยสิทธิประโยชน์คืนเงิน หรือ Cash Rebate เช่นเดียวกับที่เราให้กองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ พร้อมดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศผ่านกองทุน co-production และจะจัดงาน “เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ Bangkok International Film Festival” ให้เป็นเทศกาลภาพยนตร์สำคัญของโลก เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านภาพยนตร์และสร้างตลาดการซื้อขายภาพยนตร์นานาชาติที่กรุงเทพฯ

5.อัญมณี เป็นอุตสาหกรรมส่งออกอันดับต้นๆ ของเรา ซึ่งเกิดจากทักษะสร้างสรรค์ของคนไทย เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ประเทศไทยมียอดส่งออกอัญมณีประมาณ 50,000 ล้านบาท ซึ่งปีที่แล้วเราส่งออกอัญมณีไปกว่า 500,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10 เท่า และเพียง 5 เดือนแรกของปีนี้ส่งออกไปแล้ว 380,000 ล้านบาท มีคนในอุตสาหกรรมนี้มีคนถึง 1 ล้านคน โดยเป็นอุตสาหกรรมที่น่าสนใจมากๆและมีการส่งออกจากประเทศอย่างมากมาย ซึ่งเราก็อยากโฟกัส ให้นักออกแบบหรือช่างเจียระไนช่างทองจำนวนมากและมีความรู้มากขึ้นและยกระดับให้เป็นศิลปินมากยิ่งขึ้นมีค่าตอบแทนที่สูงมากขึ้น

ซึ่งตรงนี้เป็นเป้าหมายที่เราไม่อยากจะให้เป็นแค่การทำและได้ค่าแรงที่น้อย แต่ถ้าเป็นศิลปินและมีฝีมือที่เพิ่มมากขึ้นก็จะมีค่าตอบแทนที่สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นอาชีพที่สามารถเป็นหลักให้กับครอบครัวได้และเป็นสิ่งที่เราตั้งใจจะผลักดันต่อไป ซึ่งต่อจากนี้เราหวังว่าจะมีมาตรการต่างๆที่จะส่งเสริมอุตสาหกรรมมากขึ้นเพื่อที่จะเพิ่มมูลค่าของการส่งออกให้ถึง 1 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปี โดยทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ตนได้มีการเล่าให้ทุกคนได้เห็นโอกาสว่าจริงๆแล้วมีอุตสาหกรรมอีกมากมายที่จะสามารถเพิ่มรายได้ให้กับคนในประเทศได้ซึ่งเป็นรายได้ใหม่ใหม่เป็นเงินใหม่ๆที่จะสามารถทำให้คนไทยมีทางรอดซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงแค่ทางออกทางหนึ่งแต่เป็นทางรอดคือการเพิ่มรายไดั อาชีพ และเพิ่มมูลค่าคุณค่ากับอาชีพใหม่ๆเหล่านี้ ให้เพิ่มมากขึ้น

โดยทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่เรามองเห็นโอกาส ยังมีอีกหลายเรื่องหลายด้านที่เราพร้อมจะให้ทุกท่านมาเรียนรู้ในงาน ปีนี้เป็น ปีที่ 2 ของ Splash Soft Power Forum งานนี้ไม่ใช่แค่เวทีจัดแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรม Soft Power ไทย แต่คือพื้นที่แห่งความหวัง ความร่วมมือ และความสร้างสรรค์ร่วมกันของคนไทย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...