โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส.ว.สิทธิกร เข้าพบ กกต.แจงคดีฮั้ว ห่วงไม่ได้ความเป็นธรรม จี้ สอบทั้งตัวจริง-สำรอง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 19 พ.ค. 2568 เวลา 05.02 น. • เผยแพร่ 19 พ.ค. 2568 เวลา 04.55 น.

ส.ว.สิทธิกร ไม่หนักใจ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีฮั้ว ห่วงไม่ได้รับความเป็นธรรม เหตุดีเอสไอขึ้นตรง รมว.ยุติธรรม หวั่น เป็นบรรทัดฐานในอนาคต จี้ สอบทั้งตัวจริง-ตัวสำรอง

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสิทธิกร คงยศ ส.ว. เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาในคดีฮั้ว และชี้แจงกับกกต. พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ว่า ตนไม่หนักใจ โดยวันนี้มารับทราบข้อกล่าวหาก่อนว่า กกต.แจ้งข้อกล่าวหาอะไร

เมื่อถามว่า มองการแจ้งข้อกล่าวหาที่กกต.กล่าวหาอย่างไรบ้าง นายสิทธิกร กล่าวว่า มั่นใจว่าเราทำตามระเบียบและตามกฎหมายกำหนด แต่ตนเป็นห่วงเรื่องการทำงานของกรมควบคุมคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ดีเอสไอเข้ามาทำคดีให้กกต. ฉะนั้น หากการทำหน้าที่ของดีเอสไอได้รับการพิจารณาก็จะเป็นบรรทัดฐานการทำคดีการเลือกตั้งอย่างอื่นไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งส.ส.หรือท้องถิ่นต่อไป

“เป็นเครื่องมือที่เป็นการแทรกแซงกกต. ซึ่งดีเอสไอต้องพิสูจน์การทำงานของท่านว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่หรือไม่ หากเป็นเช่นนี้บรรทัดฐานการทำคดีครั้งนี้ผ่าน ก็แสดงว่าบรรทัดฐานต่อไปก็ต้องมีเช่นเดิม ฉะนั้น จึงเป็นห่วงอนาคต เพราะดีเอสไอก็เป็นกรมหนึ่งที่ขึ้นอยู่กับกระทรวงยุติธรรม และมีรัฐมนตรีที่สังกัดพรรคการเมือง ถ้ารัฐมนตรีที่สังกัดพรรคการเมืองมาทำคดีก็เกรงว่าจะไม่เกิดความเป็นธรรม และกกต.ก็เป็นองค์กรอิสระที่ไม่ได้อยู่กับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ฉะนั้น จึงมีความเป็นห่วง” นายสิทธิกร กล่าว

ส.ว.สิทธิกร

เมื่อถามถึงกรณีที่มี ส.ว.หลายคนเรียกร้องให้ลาออก นายสิทธิกร กล่าวว่า กฎหมายยังถือว่าเราสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หากเป็นเช่นนี้ก็ต้องไปตีความเรื่องส.ส.อีกเยอะ ซึ่งตรงนี้ไม่น่าเป็นประเด็น เพราะประเด็นดังกล่าวมีการสอดคล้องหรือรับลูกกันระหว่างดีเอสไอกับคนที่เสียผลประโยชน์ หรือเป็น ส.ว.สำรอง และมีส.ว.อีกกลุ่มที่ตนไม่ขอเอ่ยนามที่กำลังรวบรวมรายชื่อ ซึ่งเขาสาทารถทำได้

เมื่อถามว่า มองว่าเป็นการกลั่นแกล้งใช่หรือไม่ นายสิทธิกร กล่าวว่า ไม่ใช่กลั่นแกล้งแต่อยากเปรียบเทียบให้รับทราบว่าการเลือกตั้ง ส.ว.ระดับประเทศที่ผ่านมา มีส.ว.กลุ่มหนึ่งออกข่าวอย่างเปิดเผยโดยเฉพาะก่อนที่จะมีการเลือกตั้งวันที่ 26 มิถุนายนปีที่แล้ว มีการจัดตั้งกลุ่มอยู่ในโรงแรม ทางเข้าเมืองทองธานี ประมาณ 500 คน มีการเผยแพร่ในโซเชียลและมีเอกสาร ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าเป็นโพยหรือไม่ออกมาชัดเจน และมีส.ว.ที่เสียผลประโยชน์ร่วมอยู่ในกลุ่มนั้น รวมถึงมีส.ว.อีกกลุ่มซึ่งอาจจะมีความใกล้ชิดกับอีกพรรคการเมืองหนึ่งร่วมอยู่ในขบวนการเช่นเดียวกัน แต่ขอตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มที่จัดตั้งขึ้นหน้าเมืองทองธานีวันดังกล่าว ทำไมดีเอสไอจึงไม่ตั้งข้อสังเกตหรือเข้าไปพิสูจน์เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้ง 200 คน หรือหากให้ความเป็นธรรมเป็นอย่างยิ่ง ก็ขอให้ดีเอสไอทำส.ว.ตัวจริง 200 คนอย่างตรงไปตรงมา พร้อมกับสว.สำรองอีก 100 คน เอาเอกสารมาตรวจสอบเช่นเดียวกับผู้ได้รับหมายเรียก ขอให้ดีเอสไอช่วยทำบรรทัดฐานนี้มาประกอบใช้กับทั้ง 300 คนด้วย

ส.ว.สิทธิกร

เมื่อถามว่า มองว่าส.ว.มีพฤติกรรมอย่างไร กกต.จึงมีการแจ้งหา นายสิทธิกร กล่าวว่า ภาพรวมไม่ได้มีอะไร มีเพียงแค่การจัดกลุ่มแล้วบอกว่าเราอยู่สถานที่นั้น สถานที่นี้ และในข้อกล่าวหาก็ไม่ได้มีการระบุชัดเจนว่าเราอยู่จังหวัดนั้นหรือจังหวัดนี้ เป็นการทำคดีฮั้วแบบพูดแบบภาพรวมมากกว่า

เมื่อถามถึง กรณีที่ดีเอสไอมีการเปิดบัตรเลือกตั้งใช้เอไอตรวจสอบซึ่งพบว่ามีคนบางกลุ่มที่มีพฤติกรรมผิดปกติ นายสิทธิกร กล่าวว่า เรื่องเอไอนั้น ถือเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของผู้ใช้ว่าต้องการอยากได้อะไร แต่ไม่ทราบว่าเอไอดังกล่าวได้รับมาตรฐานหรือไม่ ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็มากล่าวอ้างว่าเอไอมีมาตรฐานเที่ยงธรรม

เมื่อถามว่า ส.ว.ที่จะมารับทราบข้อกล่าวหาวันนี้เป็น ส.ว.กลุ่มสีน้ำเงินใช่หรือไม่ นายสิทธิกร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะตนมาส่วนตัว

เมื่อถามว่า อะไรที่ทำให้มีการลงคะแนนเหมือนกัน นายสิทธิกร กล่าวว่าตนไม่ทราบ เพราะเป็นการลงคะแนนลับ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส.ว.สิทธิกร เข้าพบ กกต.แจงคดีฮั้ว ห่วงไม่ได้ความเป็นธรรม จี้ สอบทั้งตัวจริง-สำรอง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...